Posted by: management2008 | กรกฎาคม 12, 2010

หมดยุคทองมือถือ”เฮาส์แบรนด์” เจอศึกหนักแบรนด์ใหญ่ทุบราคาทวงคืนมาร์เก็ตแชร์

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ

ตลาดมือถือ “เฮาส์แบรนด์” สู่ยุคขาลงหลังโดนอินเตอร์แบรนด์ส่งสินค้าราคาต่ำแย่งมาร์เก็ตแชร์คืน ขาใหญ่ “จีเนท-เวลคอม” ยอมรับถูกบีบไล่ราคาลงเหลือเฉลี่ยไม่เกิน 2 พันบาท ส่งผลมูลค่าตลาดเฮาส์แบรนด์ลดลง ชี้เฮาส์แบรนด์หลักเหลือ 3-4 ราย เวลคอมเร่งปรับตัวส่งมือถือแอนดรอยด์กว่า 10 รุ่นชิมลาง คาดปลายปีเปิดสงครามราคารอบใหม่ หลัง “โนเกีย-ซัมซุง” เตรียมส่งมือถือ 2 ซิม-ทัชสกรีนราคาต่ำเขย่าตลาดอีกระลอก ขณะที่ “จีเนท” รุกเสริมงานบริการหลังการขาย

นายไพโรจน์ ถาวรสภานันท์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีจี โฟน จำกัด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากข้อมูลวิจัยตลาดของ “จีเอฟเค” คาดว่าปัจจุบันมือถือเฮาส์แบรนด์มีสัดส่วนใน ตลาดประมาณ 30% จากตลาดรวมมือถือประมาณ 8 แสน ถึง 1 ล้านเครื่องต่อเดือน โดยไอโมบายมีส่วนแบ่งการตลาดเฮาส์ แบรนด์สูงสุด ตามมาด้วยจีเนทและเวลคอม แต่หากรวมแบรนด์เล็ก ๆ น้อย ๆ จากประเทศจีน จะมีส่วนแบ่งประมาณ 30-35% ถือเป็นสัดส่วนที่ลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2552 ซึ่งเฮาส์แบรนด์มีส่วนแบ่งตลาดทั้งหมดเกือบ 40% เนื่องจากสินค้าไม่ได้มาตรฐาน และปัญหาเรื่องบริการหลังการขาย รวมถึงเรื่องมาร์จิ้นสินค้าลดลง และใกล้เคียงกับอินเตอร์แบรนด์มากขึ้น

ขณะที่ด้านมูลค่าตลาดของมือถือเฮาส์แบรนด์จะลดลงประมาณ 25-30% เพราะจากต้นปี ราคามือถือเฮาส์แบรนด์เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3 พันบาท แต่สิ้น ไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ราคาเฉลี่ยลดเหลือไม่เกิน 2 พันบาท เพราะการแข่งขันราคาที่รุนแรง อินเตอร์แบรนด์ส่งมือถือรุ่นใหม่ ๆ เจาะตลาดแมสพร้อมกับลดราคาลง ใกล้เคียงกับเฮาส์แบรนด์มากขึ้น ทำให้ เฮาส์แบรนด์ต้องปรับราคาหนี และอาจเป็นไปได้ที่ราคาเฉลี่ยสินค้าของเฮาส์แบรนด์จะลดลงกว่านี้ เนื่องจากอินเตอร์ แบรนด์ ทั้ง โนเกีย ซัมซุง มีแผนจะส่งมือถือรุ่นใหม่ ราคาต่ำ ที่น่าสนใจเข้าสู่ตลาดเร็ว ๆ นี้

เช่น โนเกียมีมือถือ 2 ซิม เป็นเบสิกโฟนราคาต่ำ รวมถึงรุ่น C3 ซึ่งเป็นมือถือคีย์บอร์ด QWERTY ราคา 4,190 บาท รุ่น X2 กล้อง 5 ล้านพิกเซล ราคา 4,190 บาท เข้ามาช่วงไตรมาส 3 ขณะที่ซัมซุงมีแผนจะเปิดตัวซัมซุง Champ หน้าจอทัชสกรีน ราคาเพียง 2,990 บาท เป็นต้น ส่งผลให้ปัจจุบันเฮาส์แบรนด์ต้องปรับตัวมากขึ้น คือมีมือถือแอนดรอยด์, มือถือ QWERTY ดูทีวีได้ ราคาถูกลง รวมถึงมือถือติดจีพีเอส เข้ามาเป็นทางเลือกมากขึ้น

“ตอนนี้อยู่ในช่วงขาลงของเฮาส์แบรนด์ หากไม่ใช่แบรนด์ที่ติดตลาดแล้ว หรือแบรนด์ของเชนสโตร์ยังไม่มีแบรนด์ใหม่เข้าสู่ตลาด รายล่าสุดคือออปโป (OPPO) เฮาส์แบรนด์เบอร์ 2 ของประเทศจีน ซึ่งทีจีโฟนก็เป็นตัวแทนจำหน่ายอยู่ ระดับราคาอยู่ที่ 3,900-7,900 บาท จับกลุ่มลูกค้าระดับกลาง ตัวนี้เน้นในแง่รายได้ ไม่ได้เน้นมาร์เก็ตแชร์มากนัก”

ด้านนายสมชาย รวมก้อนทอง ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท นิวเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้จำหน่ายโทรศัพท์มือถือแบรนด์ Wellcom (เวลคอม) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดมือถือเฮาส์แบรนด์ปีนี้ คาดว่ามี สัดส่วนเกือบ 30% (ไม่รวมไอโมบาย) ใกล้เคียงจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากอินเตอร์แบรนด์มีการปรับกลยุทธ์ราคา ลงมาใกล้เคียงเฮาส์แบรนด์มากขึ้น ทำให้เฮาส์แบรนด์ต้องปรับราคาต่ำลงเพื่อเอาตัวรอด ส่งผลให้ปัจจุบันตลาดหลักของเฮาส์แบรนด์ลงไปอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 2 พันบาท

“ราคามือถืออาจมีการสไลด์ราคาสินค้าอีกรอบ เพราะหลายแบรนด์ไม่ได้ยอดขายตามเป้า เพราะผลกระทบจากเศรษฐกิจช่วงเดือน 3-4 ที่ผ่านมา ทำให้ปลายปีอาจจะเกิดสงครามราคา ทั้งฝั่งอินเตอร์แบรนด์และเฮาส์แบรนด์”

ขณะที่ผู้เล่นเฮาส์แบรนด์รายใหม่ ๆ คาดว่าจะแทรกตัวเข้าสู่ตลาดไทยยาก ต้องอาศัยความแข็งแกร่งอย่างมาก ส่วนใหญ่จะเข้ามาฉาบฉวย เพราะหมดช่วงบิ๊กบูมของเฮาส์แบรนด์แล้ว และตลาดมีการแข่งขันสูงมาก ผู้เล่นเดิมที่อยู่ในตลาดต้องหาตลาดใหม่ ๆ เช่น สมาร์ทโฟน เพื่อกระตุ้นยอดขายเช่นกัน หรือบางแบรนด์ต้องสร้างทีมงานเจาะเข้าถึงระดับท้องถิ่นมากขึ้น

สำหรับเวลคอมปัจจุบันมียอดขายประมาณ 7 หมื่นเครื่องต่อเดือน จากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 6 หมื่นกว่าเครื่อง ขณะที่ในแง่ของมูลค่ามีการเติบโตขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะราคาเฉลี่ยสินค้าลดลงเหลือ 2,100-2,200 บาท จากเดิมราคาเฉลี่ยประมาณ 2,700-2,800 บาท โดย ปีนี้เวลคอมตั้งเป้าส่วนแบ่งการตลาด 4-5% เท่ากับปีที่ผ่านมา

กลยุทธ์ของเวลคอมเพื่อเพิ่มรายได้นั้น จะเน้นการเปิดตัวสมาร์ทโฟน ราคาประมาณ 5-9 พันบาท ภายในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 10 รุ่น เพื่อช่วยสร้างรายได้ให้บริษัทมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีแผนขยายร้านเวลคอมช็อปเพิ่มเป็น 50 ร้าน จากปัจจุบันมี 37 ร้าน

ด้านนายวุฒิ จารุวัชรวรรณ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีเนท อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมตลาดเฮาส์แบรนด์มีการเติบโตไม่หวือหวาเหมือนช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา และน่าจะมีส่วนแบ่งในตลาดประมาณ 40% (รวมไอโมบาย) โดยตลาดหลักของเฮาส์แบรนด์คือเซ็กเมนต์ราคาไม่เกิน 5 พันบาท แม้ว่าปัจจุบันอินเตอร์แบรนด์จะเริ่มสไลด์ราคาสินค้าต่ำลง หรือมีสินค้าราคาใกล้เคียงกับเฮาส์แบรนด์ แต่เฮาส์แบรนด์มีฟีเจอร์ที่ มากกว่า เมื่อเทียบในช่วงราคาเดียวกัน และยังมีลูกค้าต้องการใช้สินค้าเป็นเครื่อง ที่ 2 ทำให้เฮาส์แบรนด์ยังมีโอกาสอยู่ ขณะที่ผู้เล่นรายใหม่ ๆ ยังเข้าสู่ตลาดต่อเนื่อง แต่มักจะอยู่ไม่นาน ส่งผลให้ปัจจุบันผู้เล่นเฮาส์แบรนด์หลัก ๆ ที่แอ็กทีฟมีประมาณ 3-4 แบรนด์เท่านั้น

สำหรับครึ่งปีหลัง คาดว่าการแข่งขันของเฮาส์แบรนด์จะรุนแรงมากขึ้น ทั้งด้านบริการและราคา ปัจจุบันจีเนทมียอดขายประมาณ 1 แสนเครื่องต่อเดือน คาดว่าทั้งปีจะมียอดขายไม่ต่ำกว่า 1 ล้าน เครื่อง ราคาเฉลี่ยประมาณ 2.9-4.9 พันบาท 2 ซิม และดูทีวีได้ และมีราคาต่ำสุดประมาณ 800 บาท จุดเด่นที่สามารถรองรับวิทยุชุมชนได้ ในการเจาะตลาดต่างจังหวัด

โดยกลยุทธ์ครึ่งปีหลัง จีเนทจะเน้นบุกงานบริการเป็นหลัก ลงลึกถึงลูกตู้มือถือ ที่เป็นจุดบริการรับส่งซ่อมมือถือ ซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 500 จุด โดยบริษัทกำลังวางแผนที่จะเพิ่มค่าตอบแทนให้กับผู้รับบริการซ่อมมือถือที่มีคุณภาพตามที่บริษัทกำหนด มูลค่าเครื่องละหลัก 100-200 บาท จากปกติให้เครื่องละหลักสิบบาทต้น ๆ เท่านั้น เพื่อเป็นการจูงใจผู้ขายมือถือให้บริการลูกค้าอย่างมีคุณภาพ นอกจากนี้จะเปิดศูนย์จีเนทอีกประมาณ 14 แห่งทั่วประเทศ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: