Posted by: management2008 | มีนาคม 1, 2010

ต้นทุนประเทศไทยสูงจริง ๆ

โดย บุญลาภ ภูสุวรรณ

ตอนที่เขียนต้นฉบับคือวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 เป็นวันที่ทุกคนรอคอยด้วยหลากความรู้สึก ต่อการตัดสินคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

บางคนก็รู้สึกว่า วันนี้เป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของการเมืองไทย แต่อีกหลายคนก็มองว่า ไม่เห็นจะมีอะไร เป็นการทำหน้าที่ปกติของศาล เพราะคดีนี้ก็เป็นอีกคดีหนึ่งเท่านั้น

แต่ไม่ว่าใครจะคิดอย่างไร สถานการณ์หรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นมันเป็น “ต้นทุนของประเทศไทย”

วันนี้คนไทย ธุรกิจไทยมีต้นทุนที่สูงมากในการใช้ชีวิตและการเป็นผู้ประกอบการ

ถ้าคิดในแง่ลบ ๆ ว่า ทำไมต้นทุนสูง ก็ต้องกลับไปที่ต้นตอของการวางโครงสร้างประเทศไทย ฟังดูเหมือนจะไกลตัวและทำยาก และหลายคนบอกว่า ฝันไปเถอะ เพราะรัฐบาล “ทำไม่ได้” แต่จริง ๆ ควรจะพูดว่า รัฐบาล “ไม่ได้ทำ” มากกว่า

โครงสร้างที่ว่าคือ การทำอย่างไรที่จะทำให้เกิด “ความสุขประเทศไทย” ที่หมายถึงการกินดีอยู่ดี มีสุข คำว่า “กินดีอยู่ดี” ตอบโจทย์ “ความสุขกายสบายใจ” ที่ครอบคลุมทั้งชีวิตครอบครัว ความปลอดภัยในทรัพย์สิน อาชีพการทำงานที่มั่นคง เศรษฐกิจมีการเติบโตอย่างสม่ำเสมอ สิ่งแวดล้อมที่ดี

แต่ภาครัฐวันนี้ยังไม่สามารถสแกนได้ว่า ประเทศไทยต้องการอะไรที่จะตอบโจทย์การสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศชาติที่จะทำให้เกิด “การกินดีอยู่ดี มีสุข” มีแต่ทำให้ต้นทุนประเทศไทยเพิ่มขึ้นและเพิ่มขึ้น

ต่างจากภาคเอกชนที่เป็นผู้ผลิตสินค้าและบริการ ที่พยายามหาเครื่องมือมา “สแกน” ความต้องการผู้บริโภค เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่ซับซ้อนของผู้บริโภคสมัยใหม่ “เลือกได้” จากการพูดคุยกับนักธุรกิจหลายกลุ่มต่างลงทุนใน “ซอฟต์แวร์” เพื่อสแกนหรือเอกซเรย์พฤติกรรมผู้บริโภคชนิดที่เรียกว่า คุณไปทำอะไรที่ไหน อย่างไร เขาสามารถที่จะถอดและวิเคราะห์ความต้องการ ความจำเป็นของคุณต่อสินค้าและบริการของเขาได้ทันที และสามารถสื่อสารถึงผู้บริโภคแบบคนรู้ใจจริง ๆ

แต่ที่รัฐบาลทำวันนี้กลับตรงข้าม นอกจาก “คนไทย” ไม่มีความสุขแล้ว ต่างชาติอย่างญี่ปุ่นยังบอกว่า ความน่าลงทุนประเทศไทยต่อท้ายเวียดนามไปเสียแล้ว

ถ้าสังเกตคงจะเห็นว่า สังคมวันนี้มักจะ “โทษ” คนอื่นมากกว่าที่จะกลับมามองตัวเอง จึงมีแต่ “ปัญหา” เต็มไปหมด

ดูง่าย ๆ อย่างนอนตื่นสายก็โทษว่า นาฬิกาไม่ปลุก มาสายก็โทษรถติด แฟนบอลที่ตีกัน ฝ่ายที่ไปตะลุมบอนเขาก็ให้สัมภาษณ์ว่าเพราะอีกฝ่ายยั่วยุก่อนทำไม ถ้าคิดแบบง่าย ๆ ก็ควรจะถามตัวเองก่อนว่า ทำไมเราไม่อดกลั้น ไม่อดทน ถ้าเราอดทนได้ ก็ไม่เกิดเรื่อง ก่อนที่จะไปโทษคนอื่น

ความอดทนอดกลั้นนับเป็นต้นทุน และเป็นต้นทุนที่สูงขึ้น เรื่อย ๆ ในการใช้ชีวิตในปัจจุบัน

ด้วยสภาพแวดล้อมมันเปลี่ยนไป ต้องระแวดระวังตัวมากขึ้น ตั้งแต่ออกจากบ้าน จนถึงกลับบ้าน เพราะสภาพที่คนรู้สึกว่าไม่ปลอดภัยตั้งแต่การเดินทาง ไม่รู้จะเจอะเจอกับอะไรระหว่างทาง นักเรียนช่างกลยิงคู่อริตายทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จักกัน หรือคนที่โดนลูกหลงจากนักศึกษาตีกัน การฉกชิงวิ่งราว ขับรถปาดหน้ากัน มลภาวะเป็นพิษ และอื่น ๆ อีกร้อยแปด

หรือการประท้วงของผู้ประกอบการรถบรรทุกเพราะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ นี่ก็เป็นอีกต้นทุนของ ผู้ประกอบการ

รวมทั้งขบวนการฮั้วประมูลต่าง ๆ ล้วนมีแต่ความไม่เป็นธรรมในสังคมที่ทุกคนรู้สึก เพราะเชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรม จะด้วยบริบทไหนก็ตามจากสังคม เชื่อว่าทุกคนคงมีประสบการณ์ในความรู้สึกแบบนั้น จะมากจะน้อยคงต่างกันไป

หรือกรณีเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด ต้องใช้เงินงบประมาณมหาศาลแต่ไม่มีประสิทธิภาพในการใช้งาน

หรือกรณีมาบตาพุดที่ยังเป็นปัญหาใหญ่ เป็นการไม่ทำหน้าที่ของภาครัฐที่ไม่จัดตั้งองค์กรมารับผิดชอบจนปัญหาบานปลาย ขณะที่หน่วยงานที่มีหน้าที่อยู่แล้วละเลยในเรื่องการกำกับดูแลให้ใบอนุญาต ละเลยการควบคุมเรื่องมลพิษ จึงกลายเป็นต้นทุนของประเทศทั้งในส่วนผู้ประกอบการและประชาชนที่เผชิญกับปัญหามลพิษ ทั้ง ๆ ที่สามารถป้องกันได้

แตะไปตรงไหนก็พบแต่ความอ่อนแอของโครงสร้างประเทศไทย เพราะการละเลย “หน้าที่ของตัวเอง”

ดังนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่าไปโทษคนอื่น ให้ถามตัวเอง กลับมามองตัวเอง สำรวจตัวเองให้ดี ๆ

มิเช่นนั้นแล้ว “ต้นทุนประเทศไทย” ก็จะสูงขึ้นเรื่อย ๆ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: