Posted by: management2008 | กุมภาพันธ์ 3, 2010

เพื่อไทยส่อวงแตก

การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลส่อล่ม “เพื่อไทย”เกือบวงแตก หลังจาก”เฉลิม”เดือดส.ส.หลายกลุ่มแยกตัวทำงาน จวก “บ้าน 111 บางคน”ล้วงลูกชอบทำให้พรรคปั่นป่วน วิเคราะห์การเมืองหลังโหวตไว้วางใจ โดยที่ ปชป.หักพรรคร่วม ยึดรวบกระทรวงใหญ่ ลากยาวรอตั้ง ผบ.ทบ. แม้แต่ “สุเทพ” ก็อาจจะหลุดตำแหน่ง

ความคืบหน้าการเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยในฐานะฝ่ายค้านส่อเค้ามีปัญหาเมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้นระหว่าง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่พอใจการเข้ามาล้วงลูกในการทำงานของส.ส.กทม. ที่มีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตประธานภาคกทม.อยู่เบื้องหลัง

แหล่งข่าวจากที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคเพื่อไทย วานนี้ (2 ก.พ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมได้เกิดความขัดแย้งกันขึ้น โดย ร.ต.อ.เฉลิม แสดงความไม่พอใจ กลุ่ม ส.ส.กทม.และส.ส.ภาคเหนือบางราย ที่ไม่ได้เข้าร่วมการทำงานกับคณะกรรมการที่เขาเป็นประธาน แต่กลับมีการแยกตัวออกไปทำเอง และมีการแถลงผ่านสื่อ ถึงยุทธศาสตร์ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ทั้งตัวบุคคล ประเด็น และวันเวลา ซึ่งไม่ใช่มติของคณะกรรมการกลั่นกรอง จึงทำให้เกิดความสับสน

“ถึงขั้นที่ ร.ต.อ.เฉลิม ได้ประกาศในที่ประชุมว่า หากยังเป็นเช่นนี้ เขาขอถอนตัวจากการเป็นประธานคณะกรรมการกลั่นกรอง เพราะหากยังต่างคนต่างทำงานโดยไม่มีระบบ การอภิปรายฯครั้งนี้ก็ไม่มีความสำคัญและไม่มีความหมาย”

อย่างไรก็ตาม ในเวลา 14.00 น. ร.ต.อ.เฉลิม ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ขณะนี้ค่อนข้างชัดเจนว่าพรรคเพื่อไทย จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจและถอดถอนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ และนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ซึ่งครั้งที่ผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจของตน เพื่อต้องการยุบพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และวันนี้มีดก็ยังปักอกอยู่ การอภิปรายจะเป็นก๊อก 2

ทั้งนี้ ร.ต.อ.ยอมรับว่า มีความหนักใจเรื่องการคัดเลือกผู้อภิปราย เพราะเบื้องต้นมีผู้เสนอตัวกว่า 30 คน แต่ก็ต้องคัดให้เหลือน้อยที่สุด และอีกเรื่องที่ทำให้ตนหงุดหงิดรำคาญ ก็คือ บ้าน 111 บางคน ที่มันเฮงซวยชอบทำให้พรรคปั่นป่วน ไม่มีบทบาทเอาแต่ออกข่าวซุบซิบ ถ้าไม่มีบารมีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ตำแหน่งภารโรงกระทรวงยังเป็นไม่ได้ บอกได้เลยว่าพรรคไม่แคร์”

ร.ต.อ.เฉลิม ยังชี้แจงถึงกรณีที่มีรายงานว่า จะให้เป็นตนหัวหน้าพรรคเชื่อว่าเป็นการออกข่าวเพื่อทำลายตน ขอยืนยันว่าตนไม่พร้อม ศักยภาพไม่พอ พ.ต.ท.ทักษิณ สร้างมาตรฐานไว้สูง ใครขึ้นมาก็เหมือนฆ่าตัวตาย เอาใครมาก็สู้ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้ การเลือกตั้งครั้งหน้าต้องชู พ.ต.ท.ทักษิณเท่านั้น

นอกจากนี้ เขายังวิเคราะห์สถานการณ์ด้วยว่า เกมการเมืองตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์ต้องการให้พรรคเพื่อไทยยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยเร็ว เพื่อที่จะไปทำข้อต่อรองกับพรรคร่วมรัฐบาล โดยพรรคประชาธิปัตย์จะยอมทุกอย่างให้พรรคร่วมยกมือสนับสนุนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย จากนั้นเมื่อการอภิปรายเสร็จสิ้นลง ก็จะปรับ ครม.ครั้งใหญ่

โดยพรรคประชาธิปัตย์จะยึดกระทรวงหลัก เช่น มหาดไทย คมนาคม พาณิชย์ และอุตสาหกรรม มาดูแลเอง ถึงเวลานั้นแม้พรรคร่วมรัฐบาลจะโวยวายอย่างไรก็ไม่สน ถ้าทนไม่ไหวก็บีบให้ออก โดยยอมเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยอยู่ไปถึงช่วงสิ้นปีหลังเดือนตุลาคม เพื่อรอให้ถึงฤดูกาลโยกย้ายอีกครั้ง ซึ่งจะต้อง ผบ.ทบ.คนใหม่เป็นคนที่ไว้ใจ

โดยในช่วงดังกล่าวยังเป็นการเริ่มต้นปีงบประมาณใหม่ รัฐบาลจะเร่งนำงบฯมาใช้ หลังเลือกตั้งใครมาเป็นรัฐบาลก็ลำบาก ทำอะไรไม่ได้ ผมประเมินว่ารัฐบาลนี้อยู่ไม่ครบวาระแน่ เพราะมันไปไม่ไหวจากปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาพรรคร่วมวันนี้ก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ ที่อยู่ก็เพื่อผลประโยชน์ทั้งนั้น แม้แต่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ก็มีสิทธิหลุดออกจากตำแหน่ง” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

“เฉลิม” ของขึ้นอัดยับในพรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเย็นวันเดียวกัน ที่พรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทย ว่า ตนได้ขอลาออกจากตำแหน่งทุกตำแหน่งภายในพรรคเพื่อไทย เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และกันข้อครหาต่างๆ ภายหลังจากที่มีการปล่อยข่าวในทางเสื่อมเกี่ยวกับตนมาเป็นเวลานาน โดยเสนอให้ที่ประชุมโหวตเลือกกันใหม่แบบยกมือด้วย แต่ที่ประชุม ได้เสนอให้ตนกลับมารับตำแหน่งทุกตำแหน่งเหมือนเดิม และไม่มีการเสนอชื่อคู่แข่ง เพราะมองว่าตนสามารถช่วยทำงานให้กับพรรคในสภาผู้แทนราษฎรได้เป็นอย่างดี

วันนี้ถือว่าอาเปิดหน้าชก และยังพูดต่อที่ประชุมพรรคด้วยว่า วันนี้ที่พรรคเพื่อไทยต้องยุ่งวุ่นวายก็เพราะคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ คนเดียว นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ก็นั่งฟังอยู่ในที่ประชุมด้วย และก็ไม่เห็นพูดอะไร

นอกจากนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ได้ย้ำว่า ตนยังได้พูดกลางที่ประชุมด้วยว่า เขตเลือกตั้งของ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ และนายอนุสรณ์ ปั้นทอง ส.ส.กทม.นั้น ตนจะไม่ไปปราศรัยหาเสียงให้ด้วย เพราะถ้าหากตนไปปราศรัยให้แล้วแพ้เดี๋ยวจะมาหาว่าเป็นเพราะตนอีก

อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าตนไม่เคยคิดตั้งกลุ่ม หรือจะเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยุติบทบาทกับพรรคเพื่อไทยเมื่อไรก็เลิกเล่น ไม่มีไปตั้งกลุ่มการเมืองอะไรที่ไหนอีก

ซัดยอมมานาน จวก “หน่อย” เละ

“ผมยอมมานาน เพราะเกรงใจท่านทักษิณ และคุณหญิงอ้อ เกรงใจพรรค แต่พอยอมมากเข้าก็จะกลายเป็นว่าถูกกำไต๋ไว้ ผมเลยต้องพูดว่าวันนี้ จะมาทะเลาะกันเองไปทำไม สู้กับประชาธิปัตย์มันง่ายนักหรือ สุดารัตน์เคยอภิปรายอะไรเป็นชิ้นเป็นอันบ้างในชีวิตการเมือง พวกนี้มันเป็นแมว ท่านทักษิณเลี้ยงดีหน่อยลายเลยใหญ่แล้ว คิดว่าตัวเองเป็นเสือ ลูกผม 3 คนก็เรียนจบปริญญาโทเท่าสุดารัตน์”

ชงสลายภาค กทม.แบ่งเป็น 3 โซน

ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวอีกว่า “ผมได้เสนอที่ประชุมให้แบ่งการทำงานภาค กทม.ออกเป็น 3 โซน คือ กทม.เหนือ กทม.ใต้ และฝั่งธนบุรี แบ่ง ส.ส.โซนละ 12 คน เพราะประธานคนเดียวดูไม่ไหว โดยประธานทั้ง 3 โซนต้องขึ้นตรงกับพรรค ไม่มีกลุ่ม เรื่องนี้ต้องทำให้เร็วที่สุด ทางที่ดีต้องก่อนเลือกตั้ง ถ้าไม่มีคนดูฝั่งธน ผมดูให้ก็ได้”

2 เด็กเจ๊ อึ้งเจอ”เหลิม”ด่ากราด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในระหว่างที่ ร.ต.อ.เฉลิม ยืนพูดกับผู้สื่อข่าวโดยได้พูดโจมตี คุณหญิงสุดารัตน์ อย่างดุเดือดว่า ชอบต่อสายถึงคอลัมนิสต์ เพื่อให้มาโจมตีตน แล้วเข้ามายุ่มย่ามการทำงานในพรรค ขณะนั้น น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พร้อมด้วย น.ต.ศิธา ทิวารี อดีต ส.ส.กทม.และคนสนิทคุณหญิงสุดารัตน์ ได้ลงลิฟต์มาได้เผชิญหน้ากับ ร.ต.อ.เฉลิม ที่กำลังกล่าวโจมตีคุณหญิงสุดารัตน์อยู่พอดี

โดย ร.ต.อ.เฉลิม ได้เรียกทั้ง 2 คน เข้ามาต่อว่าอย่างรุนแรง พร้อมชี้หน้าโดยต่อว่า “อนุดิษฐ์มึงกับอนุสรณ์ และศักดา (คงเพชร) มึงเป็นศัตรูกู เพราะให้สัมภาษณ์ด่ากูไว้ กูตัดหนังสือพิมพ์แปะไว้หมด มึงใกล้ชิดกับอีหน่อยมากเกินไป พยายามสกัดไม่ให้ลูกกูลงเลือกตั้ง พยายามมาเปลี่ยนลำดับปาร์ตี้ลิสต์ไม่ให้กูลงเบอร์ 2 ไม่ให้ไอ้ตู่ลงเบอร์ 4 และเชียร์ไอ้มิ่ง (มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์) แต่สมัครเขาไม่เอาด้วย”

“ความจริงอีหน่อย มันควรสู้อย่าง จาตุรนต์ ไม่ใช่มาเล่นอย่างนี้ อนุดิษฐ์ พ่อมึงกับกูสนิทกัน มึงเป็นนายทหาร ไม่ควรทำอย่างนี้ มึงเลือกข้างผิดแล้ว ต้องมาอยู่กับกู มึงยังมีอนาคตไกล”

“อนุดิษฐ์” พร้อมกราบถ้าพูดโจมตี

ขณะที่ น.อ.อนุดิษฐ์ได้แต่ยืนรับฟังด้วยอาการเกร็ง สีหน้าแดงก่ำ พูดได้แต่เพียงว่า “ครับๆ” พร้อมชี้แจงว่า “ไม่เคยให้สัมภาษณ์โจมตีท่าน และไม่เคยคิดร้ายกับท่าน ถ้าให้สัมภาษณ์จริงก็ยินดีจะกราบเท้าท่าน”

ส่วน น.ต.ศิธา ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ได้พยายามทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย โดยแก้ต่างแทนว่า “ในที่ประชุมพรรค น.อ.อนุดิษฐ์ยังสนับสนุนให้พี่กล่าวเปิดและปิดการอภิปรายเลย จะด่าพี่ได้อย่างไร” พร้อมกับเข้าไปกอด ร.ต.อ.เฉลิมให้หายเครียด จากนั้น ร.ต.อ.เฉลิมจึงกล่าวว่า “ปุ่นมึง ยังดีที่ไม่ด่ากู เพราะมึงมองการณ์ไกล รู้ว่ากูจะเป็นใหญ่ ทั้งที่มึง ก็เป็นเด็กอีหน่อยเหมือนกัน”

หลุดด่าเห้ ลั่นอย่าไปหลงฟัง”เจ๊หน่อย”

ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวด้วยว่า “ถ้าอนุดิษฐ์บอกว่าไม่ได้ให้สัมภาษณ์ก็จบ แต่กูตัดหนังสือพิมพ์เก็บไว้หมดที่ให้สัมภาษณ์ ไอ้เหี้ยมึง เป็นนายทหารสัญญาบัตร กูก็นายตำรวจสัญญาบัตร ต่างคนก็ต่างมีศักดิ์ศรี มึงเป็นนักบินสูงสุด อย่าไปหลงฟังอีหน่อยมัน อย่ามาพูดโกหก และกูรู้ว่าอีหน่อยไปให้เสี่ยลาว (พรศักดิ์ เจริญประเสริฐ ส.ส.ศรีสะเกษ) มาตั้งกลุ่ม (ส.ส.) ชนกับกู คิดว่า กูไม่รู้เหรอ กูก็ฉลาดเหมือน เพราะประชา (ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ) ก็โทรบอกกูเหมือนกัน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้าย น.ต.ศิธา พยายามคลี่คลายสถานการณ์ ขณะที่ น.อ.อนุดิษฐ์ ยืนนิ่งหน้าแดง ไม่ได้โต้เถียงใดๆ โดย ร.ต.อ.เฉลิม ได้เข้าไปตบไหล่ น.อ.อนุดิษฐ์โดยย้ำว่า “ถ้าไม่ได้พูดก็จบ แต่อามีหนังสือพิมพ์ตัดเก็บไว้หมด”


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: