Posted by: management2008 | พฤศจิกายน 28, 2009

“ดูไบ เวิลด์”ป่วนศก.โลก!

“ดูไบ เวิลด์”อภิมหาโปรเจ็กต์ของดูไบประกาศขอเลื่อนการชำระหนี้หุ้นกู้และพันธบัตรอิสลามกว่า3.5พันล้านดอลลาร์ไปกลางปีหน้า หลังหนี้ท่วม 5.9 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ ด้านมูดี้ส์ปรับลดเครดิตบ.อสังหาฯ-นิคมอุตฯ-การลงทุนสู่ระดับจังก์บอนด์ ระบุนักลงทุนที่ลงทุนหุ้นกู้เริ่มวิตกมีความเสี่ยง เหตุยังไม่มีการเปิดเผยการชำระหนี้ 9พันล้านดอลลาร์ที่ใกล้ครบกำหนด

จากกลุ่มทุนอาหรับที่ภาคภูมิใจกับคำขวัญ “พระอาทิตย์ไม่เคยตกที่ดูไบ เวิลด์” กลายเป็นอาณาจักรหนี้ท่วม 5.9 หมื่นล้านดอลลาร์ และอยู่ระหว่างเจรจาขอขยายเวลาการไถ่ถอนออกไปจากกำหนดเดิมในช่วงกลางปีหน้า

สำนักงานการคลังของรัฐบาลท้องถิ่นดูไบ รัฐสำคัญ 1 ใน 7 รัฐของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แถลงเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า บริษัทดูไบ เวิลด์ กลไกการลงทุนหลักของรัฐ เตรียมเจรจากับเจ้าหนี้ เพื่อขอชะลอการชำระหนี้หุ้นกู้และพันธบัตรอิสลามออกไปก่อน อย่างน้อยถึงวันที่ 30 พฤษภาคมปีหน้า ซึ่งในจำนวนนั้นรวมถึงหนี้ในรูปพันธบัตรอิสลาม 3.52 พันล้านดอลลาร์ ออกโดยนาคีล บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือ ซึ่งมีกำหนดไถ่ถอนตั้งแต่ 14 ธันวาคม 2552

ดูไบ เวิลด์ เป็น 1 ใน 3 กลไกการลงทุนสำคัญของรัฐ ทำงานคู่ขนานดูไบ โฮลดิ้ง และบรรษัทเพื่อการลงทุนแห่งดูไบ (Investment Corporation of Dubai) นอกเหนือจากมีบริษัทลูกในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แล้ว บริษัทลูกอื่น ๆ ได้แก่ดีพี เวิลด์ และอิสติธมาร์ บรรษัทเงินทุน ที่มีการลงทุนในบริษัทต่าง ๆ ในสาขาบริการการเงิน สินค้าอุปโภคบริโภค จนถึงภาคอุตสาหกรรม และอสังหาริมทรัพย์

การขอขยายเวลาการชำระหนี้ เป็นก้าวแรกที่จะนำไปสู่การปรับโครงสร้างธุรกิจในดูไบ เวิลด์ ทั้งนี้ กลไกการลงทุนของรัฐดูไบเคยชี้แจงเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาว่า การปรับโครงสร้างธุรกิจของกลุ่มใกล้จะแล้วเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งจะช่วยประหยัดต้นทุนการดำเนินงานได้มากถึง 800 ล้านดอลลาร์ ในอีก 3 ปีข้างหน้า และนำไปสู่การปรับลดกำลังคนที่มีอยู่ทั่วโลก 15% เหลือประมาณ 70,000 คน

แรงกระเพื่อมของการตัดสินใจขอขยายเวลาการชำระหนี้ โดยนอกเหนือผลกระทบต่อตลาดหุ้น และตลาดการเงินในประเทศ สถาบันจัดอันดับระหว่างประเทศอย่างน้อย 2 แห่ง ได้แก่มูดีส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส และสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ ได้ตัดสินใจปรับลดเรตติ้งความน่าเชื่อถือทางการเงินของบริษัทต่าง ๆ ที่มีสายสัมพันธ์ทางธุรกิจเกี่ยวข้องกับรัฐดูไบหลายราย

ในส่วนของมูดีส์ฯได้ปรับลดบริษัทอีมาร์ พร้อพเพอร์ตีส์ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บริษัทเจเบล อาลี ฟรี โซน ผู้ดำเนินธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม บริษัทดีไอเอฟซี อินเวสต์เมนต์ และบริษัทดูไบ โฮลดิง คอมเมอร์เชียล โอเปอเรชั่น กรุ๊ป ลงสู่ระดับต่ำกว่า “น่าลงทุน” หรือที่เรียกกันว่าระดับของพันธบัตรขยะ (Junk bond) แต่ดีพี เวิลด์ ผู้ให้บริการท่าเรือรายใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง บริษัทลูกของดูไบ เวิลด์ การประปา และการไฟฟ้าดูไบ ถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลงเช่นกัน โดยมาอยู่ที่ระดับ Baa2 แต่สูงกว่าระดับพันธบัตรขยะ 2 ขั้น

ขณะที่เอสแอนด์พีปรับลดเรตติ้งบริษัทในกลุ่มแรก รวมถึงดีพี เวิลด์ ลงมาเช่นกัน แต่ส่วนใหญ่สูงกว่าระดับ “ไม่น่าลงทุน” อยู่ 3 ขั้น เหนือระดับพันธบัตรขยะ โดยมีตั้งแต่ระดับ BBB+ จนถึง BBB-

สำหรับนักลงทุนที่มีความเสี่ยงผูกพันอยู่กับดูไบ เวิลด์ เริ่มวิตกกังวลมากขึ้น เนื่องจากทางการดูไบไม่ได้เปิดเผยว่าจะชำระหนี้มากกว่า 9 พันล้านดอลลาร์ ที่กำลังจะครบกำหนดไถ่ถอนในอีก 4 ปีนี้อย่างไร ประกอบกับเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ดูไบ เวิลด์ ได้กู้ยืมเงินจากธนาคารของรัฐบาลอาบู ดาบี เป็นจำนวนเงิน 5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นครึ่งหนึ่งของวงเงิน 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ที่ชี้ค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มัคตูม ผู้ครองนครรัฐดูไบ วางแผนระดมทุนภายในสิ้นปีนี้

ทั้งนี้ จากข้อมูลที่รวบรวมโดยดอยช์แบงก์ พบว่าดูไบมีหนี้ที่จะครบกำหนดไถ่ถอน 4.3 พันล้านดอลลาร์ และอีก 4.9 พันล้านดอลลาร์ จะครบกำหนดไถ่ถอนในไตรมาสแรกของปี 2553 ซึ่งเป็นทั้งหนี้ที่เกิดจากการออกพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้ของบริษัทเอกชน ขณะที่คณะกรรมการการคลังดูไบได้ว่าจ้างดีลอยต์เป็นผู้รับผิดชอบการปรับโครงสร้างหนี้ให้กับดูไบ เวิลด์

 

ทางด้านชีคอาห์เหม็ด บิน ซาเอ็ด อัล-มัคทูม ประธานคณะกรรมาธิการการเงินสูงสุดของดูไบ ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดรัฐของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ออกมาแถลงปกป้องข้อเสนอพักชำระหนี้ของรัฐบาลดูไบ สำหรับกลุ่มบริษัท “ดูไบ เวิร์ลด์” ซึ่งเป็นของรัฐบาล

ชีคอาห์เหม็ด บิน ซาเอ็ด อัล-มัคทูม กล่าวว่า ได้มีการวางแผนการอย่างรอบคอบ ก่อนที่รัฐบาลจะเข้าแทรกแซงเรื่องนี้ และกระทำไปโดยตระหนักดีถึงปฏิกิริยาตอบสนองจากตลาดโลก พร้อมระบุว่าจะเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมในต้นสัปดาห์หน้า

รายงานข่าวระบุว่า คำแถลงนี้มีขึ้นขณะที่ตลาดหุ้นโลกตกหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดหุ้นในยุโรป ท่ามกลางความวิตกว่าจะเกิดการผิดนัดชำระหนี้อย่างกว้างขวาง ภายหลังที่กระทรวงการคลังดูไบแถลงเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า กลุ่มบริษัท “ดูไบ เวิร์ลด์” ซึ่งเป็นของรัฐบาล ได้ขอทำข้อตกลงกับเจ้าหนี้เพื่อพักชำระหนี้นาน 6 เดือน โดยขยายเวลาชำระหนี้ไปอย่างน้อยจนถึง 30 พฤษภาคมปีหน้า รวมถึงหนี้พันธบัตรอิสลามมูลค่า 3,520 ล้านดอลลาร์ ของ”นักฮีล” ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือ ที่เดิมมีกำหนดชำระคืนใน 14 ธันวาคม ซึ่งนับเป็นมาตรการแรกในความพยายามของรัฐบาลที่จะปรับโครงสร้าง “ดูไบ เวิลด์ ”

ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า ความเคลื่อนไหวนี้ของรัฐบาลดูไบครั้งนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของนักลงทุนในตะวันออกกลาง และเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้สาธารณะครั้งมโหฬาร

นายนิค ชามี หัวหน้าฝ่ายวิจัยตลาดเกิดใหม่ อาร์บีซี แคปิตอล มาร์เก็ต ของแคนาดา กล่าวว่า ดูไบเป็นเครื่องหมายสำคัญของความเฟื่องฟูของสภาพคล่องทั่วโลก การขอเลื่อนเวลาชำระหนี้ครั้งนี้ บ่งบอกว่าอาจมีการผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้น ในตลาดเกิดใหม่และทั่วโลก


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: