Posted by: management2008 | กรกฎาคม 22, 2009

ลด Cost HRไม่ใช่เรื่องยาก

ที่เขาว่ากันว่า “ของดีไม่มีราคาถูก…” นั้นก็จริงอยู่ในหลายกรณี แต่ในหลายกรณีก็ทำให้ไม่จริงก็ได้ค่ะ

อย่างในกรณีของการบริหาร HR ในปีชวดหนวดเหี่ยวนี้ ก็แหม! มีแต่ CEO ออกมาประกาศนโยบายรัดเข็มขัดลดต้นทุน ลดคนงานกันตั้งแต่ปีที่แล้ว จนปีนี้ก็ยังทยอยออกมาประกาศกันเป็นระลอกๆ ประมาณว่า กันลูกจ้างลืมว่าต้องประหยัด แบบนี้แล้ว HR จะนั่งทำเป็นทองไม่รู้ร้อนได้อย่างไร ต้องออกมา “จัดให้” กันสักหน่อย ทั้งนี้ลดต้นทุนแต่ไม่ลดคุณภาพด้วยนะคะ

ประเดิมด้วยงานคัดสรรจัดจ้างพนักงานก่อนเลย จากที่เคยลงโฆษณาตามหน้าหนังสือพิมพ์ เคยจ้าง Head Hunter ราคาแพงๆ ปีนี้ก็ขอให้เพลาๆ ลงหน่อย และถ้าหากจำเป็นต้องโฆษณาประชาสัมพันธ์ก็ให้ปรึกษาหารือประสานงานกับฝ่ายการตลาดและการประชาสัมพันธ์ เพื่อร่วมกันแชร์ค่าใช้จ่ายในการโฆษณา แทนที่จะแยกกันประชาสัมพันธ์ต่างคนต่างทำ ในบางโอกาสก็มาทำแผนการโฆษณาองค์กรที่ครอบคลุมหลายๆ เรื่องได้ เช่น เรื่องภาพลักษณ์โดยรวมที่แสดงถึงปรัชญาค่านิยมขององค์กร และปกคลุมถึงสินค้า บริการ และภาพลักษณ์ความเป็นนายจ้าง ลองพลิกดูตามหน้าโฆษณาในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารหลายๆ ฉบับสิคะ แล้วจะพบว่ามีองค์กรที่มีการโฆษณาในลักษณะเช่นนี้หลายองค์กรด้วยกัน ถือเป็นการโฆษณาที่คุ้มค่าคุ้มราคาทีเดียว

ต่อไปคือการใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตให้มากขึ้น มีการสำรวจจำนวนผู้สมัครงานทางอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยและทั่วโลก พบว่าในระยะเวลาประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา มีคนใช้บริการอินเทอร์เน็ตในการจ้างและสมัครงานผ่านช่องทางนี้มากขึ้น เพราะคนรุ่นใหม่ที่ก้าวเท้าเข้ามาในตลาดแรงงานก็คือคนรุ่น Generation Y ที่ชอบใช้อินเทอร์เน็ต ดังนั้น HR จึงพึงให้ความสนใจช่องทางนี้ให้มากขึ้น เพราะนับวันจะเป็นช่องทางสื่อสารที่ทวีความสำคัญมากขึ้นทุกๆ ที ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายในการโฆษณาผ่านช่องทางนี้ถูกกว่าและแพร่หลายได้มากกว่า

ลดต้นทุนเรื่องการปฐมนิเทศและการฝึกอบรมพนักงาน ก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องใช้ความสามัคคีและความคิดสร้างสรรค์กันหน่อย โดย HR รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพช่วยจัดวางระบบและขั้นตอนการฝึกอบรมร่วมกับผู้จัดการแผนกอื่นๆ ในการช่วยกันกำหนดแผนการฝึกอบรมพนักงานโดยทั่วๆ ไป และการดูแลพัฒนาสายอาชีพเฉพาะของพนักงาน ทั้งนี้สามารถจัดประเภทการฝึกอบรมต่างๆ ภายในองค์กรได้ ดังนี้

1.การปฐมนิเทศพนักงานใหม่ขององค์กรโดยรวมและของแผนก

2.การฝึกอบรมตามตำแหน่งชั้นงาน เช่น ฝึกอบรมทักษะการเป็นหัวหน้างาน การเป็นผู้จัดการ

3.การฝึกอบรมเพิ่มเติมอื่นๆ เช่น ทักษะในการบริหารทีม การสื่อสารในองค์กร ภาวะผู้นำ การเจรจาต่อรอง เป็นต้น

สำหรับการฝึกอบรมในหัวข้อที่ 1 และหัวข้อที่ 2 นั้นสามารถใช้บุคลากรภายในองค์กรด้วยกันเป็นวิทยากรได้ ทั้งนี้หาก HR ได้จัดฝึกอบรมหัวหน้างานระดับต่างๆ ไว้อย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่แรกเริ่มก่อนเศรษฐกิจจะทรุด หัวหน้างานที่ผ่านการฝึกอบรมมาแล้วก็น่าจะพอมีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ในหน้าที่ งานที่ตนเองเคยผ่านงานมาแล้วได้ดีพอสมควร แต่หากหัวหน้างานยังขาดทักษะในการเป็นผู้ฝึกอบรม HR ก็อาจจัดการอบรมทักษะการเป็นนักฝึกอบรมให้หัวหน้างานหรือผู้จัดการก่อน (Manager as Trainer) ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว นอกจากนั้นก็จัดฝึกอบรมทักษะอื่นๆ ให้กับผู้จัดการและให้ตัว HR เองจะได้ผลัดกันทำหน้าที่เป็นวิทยากรในองค์กรได้

นอกจากนี้ ควรจัดทำโปรแกรมฝึกอบรมแบบ E-Learning ที่ทำให้พนักงานสามารถเรียนรู้วิทยาการต่างๆ ได้ทั่วโลก โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปฝึกอบรมที่เมืองนอกเมืองนาเสมอไป

จูงใจพนักงานโดยไม่จำเป็นต้องขึ้นเงินเดือน (มากๆ) เสมอไป

หลายองค์กรคงมีนโยบายไม่ขึ้นเงินเดือนอย่างอู้ฟู่แบบในอดีต และหลายองค์กรอาจไม่ขึ้นเงินเดือนเลย เพราะแค่แบกภาระดูแลพนักงานทั้งหมดโดยไม่ปลดใครออกก็หนักอกอยู่มากแล้ว เชื่อเถิดว่าถึงแม้พนักงานจะเข้าใจว่าเหตุใดจึงไม่ได้รับการขึ้นเงินเดือน แต่ก็คงอดรู้สึกหดหู่ไม่ได้ และในองค์กรที่มีการปลดคนออก พนักงานที่ยังคงทำงานอยู่กับบริษัทก็ยิ่งมีจิตใจเศร้าหมอง HR ควรพยายามสร้างบรรยากาศการทำงานให้ดีขึ้น ควรเน้นบรรยากาศความเป็นทีม ความเป็นครอบครัว ถ้อยทีถ้อยอาศัย ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แม้ว่าเศรษฐกิจจะฝืดเคือง แต่ถ้ามีเพื่อนร่วมงานที่ดีต่อกันก็ช่วยสร้างกำลังใจให้พนักงานได้เช่นกัน HR ยังอาจจัดกิจกรรมสังสรรค์ที่ไม่ต้องใช้งบประมาณมากนัก เช่น แข่งกีฬา จัดเวิร์กช็อปโยคะ การออกกำลังกาย โดยสรรหาพนักงานที่มีความสามารถพิเศษมาเป็นครูสอนโยคะ เต้นรำ หรือวาดรูปก็ยังได้

จัดกิจกรรมประหยัดพลังงาน และเครื่องมือ เครื่องใช้ต่างๆ ในสำนักงาน โดยจัดให้มีการแข่งขันระหว่างแผนก หากแผนกใดมีวิธีประหยัดไฟฟ้า เครื่องเขียน กระดาษ ฯลฯ ได้ชัยชนะ ก็อาจมีการนำงบประมาณที่ประหยัดได้บางส่วนมาซื้อของรางวัลให้แผนกนั้นๆ ก็ได้ เพื่อทำให้เรื่องการประหยัดเป็นเรื่องสนุกและน่าจูงใจที่จะทำมากขึ้น

ลดค่าใช้จ่ายเรื่องค่ารักษาพยาบาลของพนักงาน

นี่ไม่ได้หมายความว่าให้ตัดงบประมาณ หรือลดงบประมาณในการรักษาพยาบาลพนักงานนะคะ แต่ผู้เขียนขอเสนอแนะให้ HR ใช้วิธีการเชิงรุกในการให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่พนักงานในการดูแลรักษาสุขภาพกายและใจของเขาให้แข็งแรงอยู่เสมอ แล้วจะได้ไม่ต้องเจ็บป่วยให้ต้องเสียสุขภาพ เสียเวลาทำงาน แล้วก็เสียเงินค่ารักษา ลงทุนตอนเริ่มโครงการบ้าง โดยจัดให้พนักงานได้ตรวจเช็กสุขภาพ แล้วให้มีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพอันได้แก่ พฤติกรรมการบริโภค การใช้ชีวิตประจำวัน การออกกำลังกาย ฯลฯ ให้แก่พนักงาน รวมทั้งสมาชิกในครอบครัวของพนักงานด้วยก็ยังได้ การที่พนักงานและคนในครอบครัวรู้จักดูแลสุขภาพจะเป็นผลดีในระยะยาวแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และยังจะทำให้พนักงานรู้สึกซาบซึ้งใจที่องค์กรให้การดูแลเป็นอย่างดี เห็นไหมคะว่าเรื่องนี้ยังจะช่วยสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพนักงานอีกด้วย

ทั้งหมดนี้ย่อมเป็นกิจกรรมที่พิสูจน์ให้เห็นว่า HR อย่างเรานั้นสร้างมหัศจรรย์ได้มากมายโดยไม่ต้องใช้งบประมาณมากอย่างที่คิด เพียงแต่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์เท่านั้น ซึ่ง HR อย่างเรามีอยู่มากล้น…ใช่ไหมเอ่ย?


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: