Posted by: management2008 | พฤษภาคม 22, 2009

Change… เพื่อสร้างความสุขในองค์กร

Change… เพื่อสร้างความสุขในองค์กร

สมัยเด็กหากถามว่าบ้านหลังที่สองคือที่ไหน ?บางคนตอบว่าโรงเรียน บางคนตอบว่าสนามเด็กเล่น

แต่บ้านหลังที่สองในชีวิตการทำงานล่ะอยู่ที่ไหน ?

ก็ต้องที่ทำงานน่ะสิ เพราะสถานที่ ทำงานปัจจุบันเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของผู้คนจำนวนมาก บางคนใช้ชีวิตอยู่ที่ทำงานมากกว่าการอยู่ที่บ้านเสียอีก ส่วนหนึ่งของที่ทำงานสามารถให้ทั้งความสุข ความสำเร็จ หรือนำมาซึ่งความทุกข์ ท้อแท้ในชีวิตของคนในสังคมได้ทั้งนั้น เพราะสังคมทุกวันนี้เป็นสังคมแห่งการแข่งขัน และมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

เหตุนี้เอง ทางสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างสภาพแวดล้อมในองค์กรที่เอื้อต่อการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงาน จึงได้จัดสัมมนาในหัวข้อ “Change to Happy Workplace by HAPPY 8” เมื่อไม่นาน ผ่านมา

พร้อมกันนั้นยังได้เชิญ “น.พ.ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์” ผู้จัดการแผนงานสุขภาวะองค์กรภาคเอกชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ มาเป็นวิทยากร เพื่อจะพูดเรื่องการสร้างความสุขในองค์กร

รวมทั้งฟังแนวคิดจาก 2 ผู้บริหารองค์กรตัวอย่าง ที่ประสบความสำเร็จในด้านการสร้างความสุขในองค์กร (happy workplace) ด้วย คือ “สราวุฒิ พันธุชงค์” ผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร บริษัท เอ็นโอเค พรีซิชั่น คอมโพเนนท์ (ประเทศไทย) จำกัด และ “ดุสิต รัชตเศรษฐนันท์” ผู้ช่วยประธาน เจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

โดยเบื้องต้น “น.พ.ชาญวิทย์” กล่าวถึงสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จนทำให้คนเราทุกวันนี้ขาดหลักยึดในการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง คนทำงานส่วนใหญ่เชื่อว่าการมีความสุข คือการมีเงินทองมากๆ

“โลกวัตถุนิยมทำให้คนทำงานทุกวันนี้ทำงานหนักมากขึ้น จนขาดการใส่ใจกับสุขภาพของตัวเอง ขาดการเอื้อเฟื้อต่อสังคมรอบข้าง จนนำไปสู่ปัญหาครอบครัวและปัญหาสังคม สิ่งเหล่านี้เกิดจากการขาดคุณภาพชีวิตที่ดี หรือการขาดความสุขในการดำเนินชีวิตที่เหมาะสมกับตัวเอง”

“เพราะฉะนั้น happy workplace จึงเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง โดยให้การดูแลเอาใจใส่และจัดสภาพแวดล้อมในที่ทำงานให้เอื้ออำนวย แล้วเกิดการทำงานอย่างมีความสุข”

“รวมถึงการจัดระบบสวัสดิการที่ดี ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพื่อนร่วมงาน การเพิ่มพูนความรู้ความสามารถ ตลอดจนการปลูกฝังการทำประโยชน์ให้สังคม อาจกล่าวได้ว่า happy workplace เป็นเครื่องมือการบริหารจัดการองค์กรเพื่อความยั่งยืนอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การสร้างความสุขในที่ทำงาน แต่หมายถึงความสุขรอบด้านทั้งในที่ทำงาน และความสุขจากการใช้ชีวิต เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงาน ทั้งสิ้น”

นอกจากนั้น “น.พ.ชาญวิทย์” ยังกล่าวเสริมขึ้นอีกว่า โลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ ทุกวัน ทำให้คนเราไม่มีความสุข รวมถึงองค์กรไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก หากมาเจอการเปลี่ยนแปลงย่อมได้รับผลกระทบทั้งสิ้น

“เพราะความจริงทุกวันนี้ เศรษฐกิจ การเมือง สังคม เป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ ต้องปล่อยให้เป็นไปตามวิถีทาง เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว จะทำอย่างไรให้อยู่กับความเปลี่ยนแปลงนั้นได้ คนที่อยู่อย่างมีความสุขได้ คือคนที่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงและอยู่กับการเปลี่ยนแปลงนั้นได้”

“โดยเห็นได้อย่างชัดเจนที่ทุกวันนี้มนุษย์ไม่สูญพันธุ์ เพราะมนุษย์มีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกัน หากองค์กรจะอยู่รอดได้ องค์กรต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงและปรับสภาพให้อยู่กับการเปลี่ยนแปลงนั้นเช่นกัน”

ดังนั้นสิ่งที่องค์กรต้องการมากที่สุด คือ องค์กรมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน และเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ได้อย่างชัดเจนว่าคนจะมีอนาคตหรือไม่ ซึ่ง “น.พ.ชาญวิทย์” ได้เปรียบองค์กรในยุคใหม่ว่า ต้องทำตัวให้เหมือน “หมี” ที่พร้อมจะก้าวกระโดดอยู่ตลอดเวลา

“คนในองค์กรก็เช่นกัน ต้องพร้อมกระโดดจากรูปแบบเก่าไปสู่รูปแบบใหม่เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน แต่อย่าลืมว่าองค์กรทุกวันนี้แข่งขันกันที่ทักษะ (skill) ไม่ใช่การใช้แรง (labor) เหมือนอย่างในอดีต ซึ่ง ประสิทธิภาพสูงสุดขององค์กรจะวัดได้จากคนทำงานที่มีความสุข หรือทำอย่างไรให้คนรักองค์กร และองค์กรรักคน ถึงจะเป็นองค์กรแห่งความสุข”

ดังนั้นองค์กรที่มีความสุข “น.พ.ชาญวิทย์” บอกว่าจะต้องประกอบด้วยหัวใจสำคัญหลายอย่าง คือ การทำงานเป็นทีม (team work) การมีความสุข (happy) มีความคิดสร้างสรรค์ที่นำไปสู่ความก้าวหน้า (creativity)

“เพราะหากองค์กรนั้นๆ มีคนทำงานด้วยความสุข (happy people) ก็จะส่งผลให้คนในองค์กรมีความเป็นมืออาชีพในงานของตน มีครอบครัวที่อบอุ่น มีความเอื้อเฟื้อต่อสังคมรอบข้าง มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี จนมีความมั่นคงในชีวิต”

“สิ่งแรกที่ตามมาคือ คนมีความสุขในการทำงาน คนในองค์กรมีที่ทำงานน่าอยู่ (happy home) จะส่งผลให้ที่ทำงานเหมือนบ้านหลังที่สองของพวกเขา สภาพแวดล้อมในที่ทำงานดี มีความสะอาดตาสะอาดใจในที่ทำงาน ปัญหาความขัดแย้งในที่ทำงาน ลดลง สิ่งที่สองที่ตามมาคือ คนรักองค์กรเหมือนกับรักบ้านของตัวเอง และสุดท้าย หากองค์กรมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน (happy teamwork) จะส่งผลให้คนในองค์กรมีความสามัคคี เกิดความร่วมมือเอื้ออาทรต่อกัน สิ่งที่สามที่ตามมาคือ การทำงานเป็นทีม”

ด้วยเหตุนี้ “น.พ.ชาญวิทย์” จึงมองว่า ความสุขในองค์กรจะเกิดขึ้นมาได้จะต้องเริ่มจากการสร้างความสุขให้เกิดขึ้นกับคนก่อน โดยใช้แนวคิดและหลักการสร้างองค์กรแห่งความสุข แบบความสุข 8 ประการ (happy 8) คือ

หนึ่ง (happy body) มีสุขภาพดี สุขภาพที่แข็งแรงทั้งกายและใจมาจากการที่รู้จักใช้ชีวิต รู้จักกิน รู้จักนอน ชีวิตมีความสุข

สอง (happy heart) มีน้ำใจงาม สิ่งที่จำเป็นที่สุดในการที่มนุษย์จะอยู่กับคนอื่นได้ต้องมีน้ำใจคิดถึงคนอื่น เอื้ออาทรต่อกัน เพราะคนเราอยู่ตัวคนเดียวในโลกนี้ไม่ได้ ต้องรู้จักแบ่งปันอย่างเหมาะสม

สาม (happy relax) การผ่อนคลาย ต้องรู้จักผ่อนคลายสิ่งต่างๆ ในการดำเนินชีวิต เพื่อไม่ให้ตนเองรู้สึกกดดันมากเกินไป หากทำงานเครียดก็ต้องมีวิธีผ่อนคลายในการทำงาน หรือแม้แต่ชีวิตส่วนตัวก็ด้วย ต้องรู้จักผ่อนคลายให้เหมาะสม

สี่ (happy brain) การหาความรู้ มนุษย์เราอยู่ได้ด้วยการศึกษาหาความรู้พัฒนาตนเองตลอดเวลาจากแหล่งต่างๆ เพื่อนำไปสู่การเป็นมืออาชีพและเกิดความมั่นคงก้าวหน้าในการทำงาน หรือพูดง่ายๆ คือ เรียนเพื่อรู้ และสอนคนอื่นได้ในงานที่ตนรู้

ห้า (happy soul) การมีคุณธรรมอันเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ในสังคม คือการมี หิริโอตตัปปะ ในการทำงานเป็นทีม หิริโอตตัปปะ คือ ความละอายและเกรงกลัวต่อการกระทำของตนเองโดยเฉพาะการกระทำที่ไม่ดี คนดีมีคุณธรรมนำมาซึ่งความสุขขององค์กร เพราะคนมีความศรัทธาในศาสนาและมี ศีลธรรมในการดำเนินชีวิต

หก (happy money) รู้จักใช้เงินให้เป็น สามารถจัดการรายรับรายจ่ายของตัวเองได้ มีเงินรู้จักเก็บรู้จักใช้ เป็นหนี้ให้พอดี มีชีวิตที่เหมาะสมกับตัวเอง เพราะวันนี้คนปฏิเสธการเป็นหนี้ไม่ได้ แต่สามารถจัดการค่าใช้จ่ายให้เหมาะสมกับตนเองได้

เจ็ด (happy family) ครอบครัวที่ดี การให้ความสำคัญกับครอบครัวทำให้ครอบครัวมีความอบอุ่นมั่นคง เกิดกำลังใจที่ดีในการทำงาน เหมือนเป็นภูมิคุ้มกันที่ช่วยให้เผชิญกับอนาคตหรืออุปสรรคในชีวิตได้

แปด (happy society) สังคมดี สังคมมีสองมิติ คือ สังคมในที่ทำงานกับสังคมนอกที่ทำงาน มนุษย์ทุกคนต้องมีความรักสามัคคีเอื้อเฟื้อต่อสังคมที่ตนเองอยู่อาศัย เพื่อให้เกิดสังคมและสภาพแวดล้อมที่ดีตามมา

เช่นเดียวกัน ในมุมมองของ “สราวุฒิ” ผู้ประสบความสำเร็จจากการสร้างความสุขให้กับคนภายในองค์กรก็มองว่า วัฒนธรรมในองค์กรคือนิสัยของคนในองค์กรนั่นเอง เพราะเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวตนขององค์กร

“ซึ่งจะทำอย่างไรให้คนในองค์กรรักที่ทำงานได้นั้น มันขึ้นอยู่ที่ความเชื่อมั่นในศักยภาพของคนในองค์กรว่า มีความสามารถและพยายามสร้างที่ทำงานให้เหมือนกับบ้านอีกหลังที่พวกเขาอยู่ เพราะเมื่อใดก็ตามที่พวกเขาคิดว่าที่ทำงานคือบ้านหลังที่สอง พวกเขาจะเกิดความรักในบ้านหลังนี้และพร้อมทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อบ้านหลังนี้ได้”

ขณะที่ “ดุสิต” ก็มีแนวคิดที่ไม่ต่างกันสักเท่าไรนักในการสร้างองค์กรแห่งความสุข โดยเขายกตัวอย่างองค์กรของตัวเองให้ฟังว่า ที่เคซีทีนั้นได้นำหลัก อริยสัจ 4 (four noble truths) เข้ามาช่วยในการสร้างความสุข

เพราะสิ่งสำคัญที่พนักงานใช้คือ จินตนาการ การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และทำให้สนุกกับสิ่งสิ่งนั้น เพราะจะทำให้ สามารถทำสิ่งนั้นได้อย่างเต็มที่

“รวมถึงการร่วมทำกิจกรรมระหว่างผู้บริหารและพนักงาน ซึ่งเป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดี ซึ่งเคทีซีจะพยายามดูแลพนักงาานให้ทำงานกันอย่างมีความสุข เพราะถือว่าทุกคนเป็นเพื่อนที่มีความผูกพันกันในสังคม ฉะนั้นหัวใจสำคัญของเคทีซี จึงอยู่ที่หัวใจการทำงาน คือ ทำงานร่วมกันอย่างเป็นสุข”

ผลเช่นนี้ “น.พ.ชาญวิทย์” จึงมองอย่างสรุปภาพให้เห็นว่า วิธีการ หรือรูปแบบในการสร้างความสุขขององค์กร อาจไม่ใช่ รูปแบบที่ตายตัวแน่นอน เพียงแต่เป็นสิ่งที่เหมาะกับปัจจุบันเท่านั้น

“แต่อย่าลืมว่าโลกยังคงเปลี่ยนแปลงไปอยู่ทุกๆ วินาที แต่หากองค์กรมี team work อันแข็งแกร่ง และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน พร้อมยอมรับและก้าวไปกับความ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น องค์กรก็จะสามารถอยู่ได้อย่างมีความสุข เพราะความหมายจริงๆ ขององค์กรที่มีความสุขไม่ใช่การทำให้มีความสุข แต่คือการอยู่กับสิ่งนั้นให้มีความสุขต่างหาก”

เพราะถ้ามัวแต่หาวิธีการสร้างความสุข ชีวิตก็คงไม่ได้หยุดพักสักที แล้วจะมีความสุขตอนไหนกัน ?

ซึ่งนั่นเป็นคำพูดฝากประโยคสุดท้ายของ “น.พ.ชาญวิทย์” ที่อยากให้ทุกคนได้คิดว่า ความสุขแท้ไม่ได้อยู่ไหนไกลเลย หากอยู่รอบๆ ตัวเรา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละคนแล้วว่าจะแสวงหาความสุขให้กับตัวเองได้หรือ เปล่า ?


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: