Posted by: management2008 | พฤษภาคม 8, 2009

ปล่อยวางแล้วจะสำเร็จได้อย่างไร ?

โดย คม สุวรรณพิมล Komsuwanpimon@yahoo.com

“คนจะสำเร็จได้ต้องมีเป้าหมายและความมุ่งมั่นที่ชัดเจน เข้มแข็ง”

คนทั่วไปก็คงรับรู้ถึงความจริงในข้อนี้ดี แต่ทางพุทธศาสนากลับบอกให้เราปล่อยวาง อย่ายึดติดสิ่งใดๆ ดังนั้นเราก็ไม่อาจมีความฝันและความมุ่งมั่นได้ ถ้าอย่างนั้นเมื่อเราปล่อยวางเมื่อใด เราก็ไม่สามารถเป็นคนที่ประสบความสำเร็จได้เลยซิ ?

คำถามนี้คงจะดังก้องอยู่ในหัวใครบางคนว่าเราควรทำตัวอย่างไรดี

สำหรับคนที่มีความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จ ก็คงบอกกับตัวเองว่า “ไร้สาระ การปล่อยวางมันจะเป็นตัวฉุดเราเสียมากกว่า” คนเราต้องมองไปข้างหน้ามองสิ่งที่ท้าทาย ใหญ่ขึ้น แล้วหลักการปล่อยวางก็ไม่น่าจะใช้ได้ในชีวิตจริง

แต่กับบางคนที่ล้มเหลว หรือไม่ประสบความสำเร็จ ก็คงบอกว่า “ใช่ๆ เราต้องปล่อยวาง อย่าไปยึดติดกับอะไรทั้งนั้น” เราจะได้สบายใจไม่เครียดกับชีวิตตนเอง

แล้วใครถูกกันล่ะ ?

ดูเหมือนความหมายของคำว่า “ปล่อยวาง” จะถูกตีความตามประเพณีปฏิบัติตามหลักของกฎหมายไทยทุกวันนี้ คือ ตีความ “เข้าข้างตนเอง” ไว้ก่อน แต่ความหมายที่แท้จริงของมันคืออะไรกันแน่ ?

สรุปแล้วการปล่อยวางมันเหมาะกับใครกันแน่ ? แล้วเราจะประสบความสำเร็จได้ไหม ถ้าเราปล่อยวาง ?

การปล่อยวางจะทำให้ความฝัน อันยิ่งใหญ่ของเราสูญสลายไป

หรือไม่ ? หรือการปล่อยวางเหมาะสำหรับใครบางคนที่ไม่มีอะไรจะทำ คนแก่ คนล้มเหลว เท่านั้นหรือ และเอามาเป็นหลัก ยึด ถือมิให้จิตใจมันห่อเหี่ยวไปมากกว่าที่เป็นอยู่

ถ้าจะให้ตีความหมายที่แท้จริงของการปล่อยวางก็คือ การ “ไม่ยึดติด” แต่ไม่ใช่การละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต ดังนั้นทุกคนก็สามารถใช้ชีวิตแบบปล่อยวางได้ ไม่ว่าคุณกำลังอยู่ในช่วง “ขาขึ้น” หรือ “ขาลง” ก็ตาม

ถ้าคุณมีความฝันที่ยิ่งใหญ่ มีงานทำที่มั่นคง แต่คุณไม่ปล่อยวางจะเกิดอะไรขึ้น ?

ชีวิตของคุณก็คงเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง คุณคงไม่กล้ามอบหมายงานที่สำคัญและไม่สำคัญให้ใคร เพราะคุณคิดว่า “คุณคือคนที่เก่งที่สุด” ยึดติดกับความเก่งของตัวเอง หรือบางครั้งคุณทำทุกอย่างด้วยความใจร้อน เพราะคิดว่าโลกนี้มันจะเดินไม่ได้ถ้าไม่มีคุณ หรือแม้กระทั่งเมื่อมีการผิดพลาดเกิดขึ้น คุณคงจะทำใจที่จะยอมรับว่าตนเองผิดได้ยาก และพยายามโทษคนอื่นซึ่งทำให้สัมพันธภาพระหว่างคุณกับคนอื่นเริ่มเสื่อมสลายลง

แต่สำหรับคนที่ล้มเหลว ถ้าคุณตีความว่าการปล่อยวางคือการไม่ทำอะไร ทำใจรับสภาพเท่านั้น แสดงว่าคุณก็ตีความหมายผิดในลักษณะเกินไป เพราะการปล่อยวางคือการปล่อยให้ใจไม่ยึดติดกับความสำเร็จหรือความรุ่งโรจน์ในอดีต แต่ให้คิดถึงว่าปัจจุบันคุณ “เป็นอย่างที่เป็น” แต่ไม่ได้ให้ละทิ้ง “ไฟ” ของการต่อสู้ หรือละทิ้ง “ความหวัง”

“ตราบใดที่คุณสิ้นหวัง ก็อย่าหวังว่าจะสิ้นทุกข์

แต่เมื่อใดที่คุณมีความหวัง ความทุกข์ที่เกิดขึ้นก็เป็นเพียงแค่อดีตเท่านั้น”

การปล่อยวางก็ไม่ต่างกับการปล่อยใจของคุณล่องลอยไปกับกระแสลมของความจริง ความจริงที่คุณมิอาจต้านทานและปฏิเสธได้ ทั้งวัฏจักรของชีวิต การเกิด แก่ ดับสูญ การขึ้นและการลง แต่เมื่อใดที่คุณฝืนกระแสลมแห่งความจริง ซึ่งคุณไม่มีทางที่จะต้านทานธรรมชาตินี้ได้ ชีวิตของคุณก็จะมิอาจอยู่ได้อย่างมีความสุข และที่สำคัญคุณก็มิอาจประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนและถาวรได้

ถ้าคุณอยากประสบความสำเร็จ ง่ายนิดเดียวแค่เพียงคุณ

“ปล่อยใจให้สบายกับชีวิต แต่จดจ่อทุกการกระทำของตนเอง”


Responses

  1. การตั้งเป้าหมาย และ การมุ่งสู่เป้าหมาย
    ด้วยทัศนคติที่ดีต่อเป้าหมาย จะให้เกิดความ
    สำเร็จค่ะ เคยเข้าอบรมหลักสูตร
    การสร้่างจิตสำนึกและทัศนคติที่ดี กับ
    อ.อุไรวรรณ อยู่ชา ทำให้ปิ๊ง !! เลยค่ะ
    ว่า ทัศนคติ และเป้าหมายสำคัญต่อ
    ชีวิตและงานมาก อาจารย์เชื่อมโยงให้
    เห็นความสำคัญและโยงมาถึงการทำงาน
    และการดำรงชีวิตได้ดีมาก ได้ประโยชน์มากค่ะ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: