Posted by: management2008 | เมษายน 15, 2009

แพ้หมดรูป พ่ายหมดกระบวน ทัพแดงถอย..บทพิสูจน์รบเพื่อใคร?

สถานการณ์การจลาจลที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร ตลอด 3-4 วันที่ผ่านมาเข้าขั้นวิกฤตแต่ล่าสุดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงหัวรุ่งวันที่ 13 เมษายน ภาพทหารเข้าสลายการชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงสามเหลี่ยมดินแดง ถือเป็นการสะท้อนแนวทางการคลี่คลายสถานการณ์ ที่ออกมาชัดเจนจากฝ่ายรัฐ

หลังเล่นบทสุภาพบุรุษ จนทำท่าจะแย่มาหลายวัน …??

กรณีชาวแฟลตดินแดงเหลืออดกับการใช้ความรุนแรง ที่มีการนำรถแก๊สจอดใกล้ที่พักอาศัยของพวกเขาเพื่อกดดันฝ่ายทหาร รวมถึงภาพประชาชนในชุมชนต่างๆ ที่ลุกขึ้นต่อต้านพฤติกรรมของ “กลุ่มเสื้อแดง” รวมถึงภาพประชาชนผู้บริสุทธิ์ย่านนางเลิ้ง ที่ต้องสังเวยชีวิตจากกระสุนที่พุ่งมาจากแนวรบของ “กลุ่มเสื้อแดง?”

ทำให้ช่วงเวลา 10.30 น. ของวันที่ 14 เมษายน “วีระ มุสิกพงศ์” แกนนำเสื้อแดง คว้าไมค์ประกาศบนเวทีชุมนุมบริเวณทำเนียบ ยอมสลายการชุมนุม เป็นการ “ยุติชั่วคราว” โดยอ้างเรื่องความปลอดภัย “ไข่มุกดำ” เสียงแข็งว่า ถอยเพื่อตั้งหลัก !

ทั้งหมดเป็นปรากฏการณ์ความพ่ายแพ้ทางการเมืองอย่างสิ้นเชิงของฝ่ายเสื้อแดง ที่อุตส่าห์ดิ้นรนเคลื่อนไหวอย่างสุดกำลัง แต่หาได้รับแรงหนุนจากฝ่ายใดๆ ไม่ ไม่ว่าจะเป็นคนกรุง หรือแม้สื่อมวลชนเองก็ตาม

ขณะที่เป็นความพ่ายแพ้แบบสุด-สุด สำหรับ “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ที่พยายามทั้งโฟนอิน วิดีโอลิงก์อยู่ทุกค่ำเช้าเพื่อปลุกเร้าพลังฮึดของคนเสื้อแดง

กลับได้เห็นภาพความเป็น “เอกภาพ” ของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหน่วยงานผู้ปฏิบัติ ตำรวจทหาร เจ้าหน้าที่ราชการที่เกี่ยวข้อง

เป็นเอกภาพที่เกิดตามหลังกระแส “เกาเหลา” ของฝ่ายความมั่นคงกับ รัฐบาล “อภิสิทธิ์” …เป็นครั้งแรกที่เห็นความพร้อมเพรียง-พร้อมหน้าพร้อมตาของฝ่ายบริหารและฝ่ายความมั่นคงที่มาร่วมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว เมื่อการแถลงข่าวในช่วงเที่ยงคืนของวันที่ 12 เมษายน “อภิสิทธิ์” ประจำหัวโต๊ะ ขณะที่ทีวีพูลแพนให้เห็นว่ามีบรรดา ผบ.เหล่าทัพ ผบ.ตร.และ ครม.ร่วมประชุมหารือกันเพื่อแก้ปัญหาม็อบเสื้อแดงกันอย่างพร้อมเพรียง

เมื่อวันที่ 9 เมษายน การปิดการจราจรเป็นอัมพาตไปทั่วกรุง “อภิสิทธิ์” ต้องเข้าศูนย์บัญชาการลับ ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 พัน 1 รอ.) หรือเรียกติดปากกันว่า กรม 1 ถนนวิภาวดี-รังสิต สำหรับคนอื่นๆ ได้แก่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสธ.ทบ. พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ก็มารวมตัว ประชุมติดตามสถานการณ์อยู่ภายในกรม 1 เช่นกัน

ขณะที่ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สส. พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. และ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. ได้ติดตามสถานการณ์ภายในแต่ละเหล่าทัพ และแวะเวียนเข้ามาภายในกรม 1 หลายรอบต่อวัน เพื่อร่วมประชุม และร่วมแถลงข่าวผ่านทีวีพูล

ยุทธศาสตร์เบื้องต้นนั้น มีการแถลงข่าวทำความเข้าใจกับประชาชนเป็นระยะ เรียกได้ว่าคลี่คลายสถานการณ์อย่างไรไป ก็แถลงทันทีแบบช็อตต่อช็อต

ช่วงบ่ายวันที่ 13 เมษายน พล.อ.ทรงกิตติ ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ผอ.กอฉ.) เรียกคณะกรรมการ กอฉ. ประชุมที่กองบัญชาการกองทัพไทย กรรมการเข้าประชุม ประกอบด้วย ผบ.ทร. ผบ.ทอ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสธ.ทบ. พล.อ.รัชกฤต กาญจวัฒน์ เสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย พล.ร.อ.ระพล คำคล้าย เสธ.ทร. พล.อ.อ.มานิตย์ สุพันธุพงษ์ เสธ.ทอ. ผู้ว่าฯกทม. ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ฯลฯ

จากนั้นก็แถลงผ่านทีวีพูล ถึงแนวทางแก้ไขสถานการณ์

ถัดมาไม่นาน พล.ต.อ.พัชรวาท ควงคู่ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. ผู้รับผิดชอบการสอบสวนคดีการชุมนุม แถลงกระชับความร่วมมือของฝ่ายตำรวจ สำทับไปอีกครั้ง

ส่วนกำลังทหารที่ใช้ในการสลายการชุมนุมครั้งนี้ ได้รับไฟเขียวจาก พล.อ.อนุพงษ์ ที่สั่งกำลังจากกองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร.9) จ.กาญจนบุรี กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (นสศ.) จ.ลพบุรี กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ (ร.31 รอ.) จำนวน 50 กองพัน

ก่อนประกาศสลายการชุมนุม มีข่าวกระเส็นกระสายออกมาจากหลังเวทีเสื้อแดงว่า “แกนนำแตกคอ” เพราะฝ่ายหนึ่งต้องการแตกหัก ส่วนอีกฝ่ายอยากให้ถอยก่อนเพื่อตั้งหลัก

แต่เชื่อได้เลยว่า “เชื้อทักษิณ” ไม่มีวันตาย พร้อมเล็งกันว่า แผนถัดจากนี้ไปแกนนำเสื้อแดงจะไปเพาะเชื้อต่อในพื้นที่ต่างจังหวัด หลังจากได้พิสูจน์กันมาแล้วว่าสนามรบใน กทม.เห็นทีว่าจะตีบตัน

ที่สำคัญ เมื่อการรบบนดินไม่สำเร็จ “ใต้ดิน” ก็น่าจะเป็นช่องทางที่น่าสนใจ หากจำได้ “พ.ต.ท.ทักษิณ” กล่าวอย่างหนักแน่นเหลือเกิน ในการโฟนอินต่อเสื้อแดงที่ทำเนียบ ก่อนจุดแตกหักว่า หากทหารทำร้ายประชาชนจะกลับประเทศ เพื่อขอนำมวลชนคนเสื้อแดงต่างจังหวัดเข้ากรุง เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยทันที

แต่เมื่อสถานการณ์พลิก “กลุ่มเสื้อแดง” เริ่มเพลี่ยงพล้ำ เขาตอบคำถาม ผู้สื่อข่าว “ซีเอ็นเอ็น” ตั้งคำถามหนึ่งถูกใจใครหลายคนว่า “เมื่อไหร่จะกลับ” และพร้อมจะมาเผชิญกับความเป็นไปได้ที่จะถูกจำคุกหรือไม่ ในอีกแบบ

แผ่นเสียง “ทักษิณ” ก็ตกร่องทันทีว่า “ผมพร้อมจะไปเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม” …วัดใจกันไปเลย ถ้าจู่ๆ เจ้าของเสียงทางไกลที่มีเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว หากอยากจะบินกลับมาเสียเมื่อไหร่ก็คงทำได้ไม่ยากเย็น คงได้พิสูจน์กันจะจะว่า มีใครถูกหลอกให้หลั่งเลือดเพื่อใครหรือเปล่า ?


Responses

  1. เซ็งสงกรานต์ไม่ได้ไปไหนเลยกำ
    สำหรับคนที่กำลังมองหาโปรแกรมบัญชีดีๆนะครับ
    ยังไงก็ขอฝากด้วยเน้อออ
    http://bucheethai.worpress.com
    แวะกลับไป Comment ก็ยังดี


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: