Posted by: management2008 | เมษายน 9, 2009

กลุ่มคนเสื้อแดงรวมตัวประท้วงครั้งใหญ่ตั้งแต่วานนี้

กลุ่มคนเสื้อแดงรวมตัวประท้วงครั้งใหญ่ตั้งแต่วานนี้โดยยื่นข้อเรียกร้องให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ชาญชัย ลิขิตจิตถะ องคมนตรี และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ต้องลาออกภายใน 24 ชั่วโมง

เส้นตายที่กลุ่มคนเสื้อแดงขีดไว้คือ จะต้องได้รับคำตอบภายในเวลา 16.00 น. ของวันนี้

ข้อเรียกร้องของกลุ่มคนเสื้อแดง ว่าไปแล้วมันคือข้อเสนอที่เป็นไปไม่ได้ และกลุ่มคนเสื้อแดงก็รู้อยู่เต็มอกเช่นกัน
สถานการณ์บ้านเมืองจึงยังเข้าสู่ภาวะยากจะหาทางออก และ มองไม่เห็นจุดลงเอยแบบสันติวิธี หรือแนวทางสมานฉันท์ได้เลย

หลายๆ คนตั้งคำถามมาว่า บ้านเมืองเราทำไมถึงเป็นเช่นนี้ และทำไมถึงมีข้อขัดแย้งมากมายเกิดขึ้น

เราคิดว่าหากพิจารณาอย่างถ่องแท้ ดึงภาพตัวบุคคลออกไป ไม่ว่าจะเป็น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ หรืออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ฯลฯ ก็จะเห็นปัญหาเชิงโครงสร้างแฝงอยู่

นั่นคือภาพสถานการณ์ในปัจจุบันที่กำลังเกิดการปะทะกันระหว่างทุนนิยมสมัยใหม่ หรือจะเรียกว่าระบบทุนนิยมสื่อสารก็ไม่ผิด กับระบบดั้งเดิมที่มีมา หรือจะเรียกว่าอำมาตยาธิปไตยก็คงใช่เช่นกัน

ทุนนิยมสื่อสารมีองค์ประกอบอันหลากหลาย ทั้งทุน นักธุรกิจ ซ้ายเก่า ซ้ายใหม่ จนกระทั่งถึงขวาวิไล ซึ่งยึดกระแสตะวันตกเป็นสรณะ เป็นการเคลื่อนไหวด้วยเงินและระบบการจัดการ

ขณะที่อำมาตยาธิปไตย คือ ระบบโครงสร้างดั้งเดิมของไทย ซึ่งมีพรรคการเมืองเก่าแก่ ข้าราชการ มีทหารเป็นแกนกลางสำคัญ

ทุนนิยมสื่อสารกับอำมาตยาธิปไตยเกิดเค้าลางความขัดแย้งตั้งแต่พรรคไทยรักไทยชนะเลือกตั้ง เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างมากมายในเกือบทุกด้าน จนสุดท้ายเมื่อทุนนิยมสื่อสารกับ อำมาตยาธิปไตยเสียดสีกันมากขึ้น จึงกลายเป็นการปะทะกันขนานใหญ่ทั้งเชิงการแย่งชิงอำนาจทางการเมือง และแย่งชิงฐานมวลชน

อาวุธของทุนนิยมสื่อสารย่อมเป็นเงิน เทคโนโลยี การบริหารจัดการ และกระแสตะวันตก โดยวันนี้มีกองกำลังสำคัญคือ มวลชนคนเสื้อแดง

ขณะที่อำมาตยาธิปไตยใช้กลไกอำนาจรัฐและกองทัพสนับสนุน

สภาพที่เป็นอยู่คงพูดได้ว่า หากวันนี้ทุนนิยมสื่อสารไม่ได้ปะทะกับอำมาตยาธิปไตย ในวันหน้าก็มีโอกาสปะทะกันอยู่ดี

การมองให้ข้ามตัวบุคคลจึงเป็นคำตอบของปัญหาได้ดีว่า ประเทศเราต้องการจะเปลี่ยนแปลงถึงรากถึงโคนแบบฉับพลันทันทีโดยใช้กระบวนทุนนิยมสื่อสารเป็นตัวขับเคลื่อนแทนการเมืองแบบอำมาตยาธิปไตยที่เคยเป็นมาหรือไม่

จุดยืนของเราก็คือยังไม่ใช่ เพราะนั่นเป็นความเสี่ยงของประเทศ

เราไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างเช่นนั้น

อย่าลืมรากฐานสำคัญของชาติพัฒนาจากระบอบอำมาตยาธิปไตยอย่างเนิ่นนาน ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ. 2475 ตามสภาพของประชากร เศรษฐกิจ วิถีดั้งเดิม การที่จะเปลี่ยนแปลงด้วยวิธีเช่นนี้จะทำให้เกิดสุญญากาศ หรือการล่มสลายแบบฉับพลันได้

ประการสำคัญ ทุนนิยมสื่อสารก็ไม่ใช่ระบบที่ดีสุด ในอดีตได้พิสูจน์แล้วว่าทุนเป็นได้ทั้งพระเจ้าและซาตาน ยิ่งโดยเฉพาะทุนที่ใช้อำนาจไร้ขอบเขต เมื่อเข้าครอบครองอำนาจรัฐจะพัฒนาตัวเป็นผู้นำทุนนิยมเผด็จการเต็มตัว กลายเป็นภัยพิบัติอย่างใหญ่หลวง

การต่อสู้ของทุนนิยมโดยใช้กลุ่มคนเสื้อแดงในครั้งนี้ เป็นสิ่งที่อันตราย โดยไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ ก็จะทำให้ประเทศประสบปัญหาตามมาอย่างต่อเนื่อง

เราจึงไม่ยอมรับรูปแบบการต่อสู้เช่นนี้ เพราะไม่ใช่การต่อสู้เพื่อส่วนรวม ไม่ใช่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริง หากแต่เป็นการแย่งชิงอำนาจเพื่อผลประโยชน์เฉพาะตน เฉพาะกลุ่มเสียมากกว่า
ทางออกของประเทศคือ ให้การพัฒนาตัวเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุตามผล ใช้ระบบการศึกษายกระดับให้บ้านเมืองก้าวหน้าสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง เพื่อให้ข้ามเลยทั้งทุนนิยมสื่อสาร หรืออำมาตยาธิปไตย ทั้งหมดต้องใช้เวลา ประชาธิปไตยไม่มีทางลัดในวันเดียว


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: