Posted by: management2008 | มีนาคม 24, 2009

The Memoir of Japan (3)

The Rainy Tokyo

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม ซึ่งเป็นส่วนที่ด้อยที่สุดของโรงแรมแห่งนี้ เพราะมีอาหารให้เลือกไม่มากนัก แต่ก็ไม่ได้ขนาดรับไม่ได้ แค่น้อยกว่าที่คาดหวังเอาไว้เท่านั้นเอง ความตั้งใจเดิมของวันนี้จะต้องไปทัวร์ Disney’s Land ซึ่งเป็นอีกสถานที่ ที่อยากไปมากที่สุดใน Trip นี้ แต่ฝนทีเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสาย พร้อมกับลมที่ขนาดทำให้ร่มหลายคันพัง ทำให้พวกเราต้องเปลียนโปรแกรม โดยเที่ยวในตัวเมืองโตเกียวแทน ซึ่งก้ได้ประสบการณ์แปลกใหม่หลายอย่างที่กำลังจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้

*** สิ่งที่ลืมบอกไปก่อนหน้านี้ก็คือ ห้องน้ำที่ญี่ปุ่นทันสมัยมากๆ โดยมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน แม้อากาศจะหนาวเย็นเพียงไร ท่านก็ไม่ต้องห่วงเพราะฝาโถส้วมที่นี่มีการปรับอุณหภูมิให้อุ่นอยู่เสมอ ทำกิจธุระเสร็จแล้ว ก็ไม่ต้องใช้มือล้างมีอุปกรณ์ช่วยชำระล้างทั้งในกรณีถ่ายหนัก และกรณีถ่ายเบาของท่านหญิง ซึ่งห้องน้ำรูปแบบนี้ มีให้บริการตั้งแต่ปั้มน้ำมันยันโรงแรม … เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องความสะอาดของห้องน้ำที่ญี่ปุ่นเลยครับ Confirm ***

เดินออกจากในส่วนของโรงแรมไปจะเชื่อมต่อกับห้างดังของที่นี่ ที่กลายเป็นชื่อเรียกย่านนี้ไปเลยคือ Sunshine City มีของขายหลากหลายมากครับ ตอนนี้เป็นช่วงเปลี่ยนฤดูกาลด้วยเพราะฉะนั้นจะมีของลดราคาเยอะมาก ราคาส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 1,000 เยน ซึ่งไม่แพงเลยเมื่อเปรียบเทียบกลับมาเป็นเงินไทย บางร้านลดเหลือ 500 เยนเท่านั้น แม้แต่ซื้อที่ประตูน้ำยังไม่ได้ราคานี้เลยครับ

เดินช้อปปิ้งเสร็จแล้ว (ภรรยาและครอบครัว ผมเดินตามอย่างเดียว 555) รับประทานอาหารกลางวันภายในห้าง Sunshine City โดยเลือกที่จะทานราเมง อาหารขึ้นชื่อของชาวญี่ปุ่น ราคา 700 เยน ซึ่งที่ญี่ปุ่นราคาอาหารไม่ว่าจะอยู่ในห้างสรรพสินค้า หรือตามร้านอาหารทั่วไปก็มีราคาไม่แตกต่างกันครับ และไม่ได้แพงอย่างที่คิดเอาไว้ในตอนแรกก่อนไป เพราะราคาอาหารจะอยู่ที่ประมาณ 700 – 1,000 เยน ส่วนถ้าเป็นอาหาร Fast Food อาทิ Mc Donald, Burger King ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 300 – 400 เยน ซึ่งไม่ได้แตกต่างจากราคาที่บ้านเรามากนัก

 *** ถ้าอยากประหยัดค่าใช้จ่ายในการทานอาหาร ให้แวะเข้าร้านสะดวกซื้อ เพราะจะมีให้บริการอาหารง่ายๆ ราคาเริ่มต้นที่ 105 เยนครับ อาทิ ซาลาเปา ไก่ปิ้ง น้ำที่นี่ค่อนข้างแพง เพราะฉะนั้นหากอยากประหยัดให้เก็บขวดน้ำจากที่ได้รับมาจากเครื่องบิน แล้วนำมาเติมตามจุดให้บริการต่างๆ เพราะที่ญี่ปุ่นจะมีพื้นที่ให้บริการน้ำดื่มเยอะมาก แค่นี้ก็ประหยัดไปได้อีกเยอะเพราะน้ำขวด 300 CC ราคา 105 เยน คนทานน้ำเยอะจนแน่ถ้าไม่เตรียมตัวให้ดี***

ทานอาหารกลางวันเสร็จกลับขึ้นมาทานกาแฟบนห้อง ซึ่งนี่คืออีกสิ่งที่ประทับใจคือกาแฟที่ให้บริการบนห้องเป็นกาแฟสดพร้อมถุงกรอง ทำให้รสชาติการทานกาแฟดีขึ้นกว่ากาแฟซองธรรมดาอีกเยอะ หลังจากนั้นศึกษาแผนที่ของโตเกียวเพื่อนั่งรถไฟ JR Train ท่องเที่ยวตามสถานที่สำคัญของญี่ปุ่น ซึ่งดูไม่ยากครับ เพราะจุดท่องเที่ยวสำคัญจะถูกเชื่อมโยงโดยรถไฟ JR Train ทั้งหมดเป็นวงกลม หลังจากนั้นเดินออกจากโรงแรมผ่านย่านช้อปปิ้ง Ikebukuro ใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาทีก็ถึงสถานีรถไฟ JR Train ซึ่งเป็นสถานีใหญ่ที่สามารถเชื่อมต่อไปยัง สายรถไฟใต้ดิน และเส้นทางอื่นๆ ได้ แต่พอถึงสถานีรถไฟสิ่งที่เราเตรียมตัวมาแทบจะไม่เป็นประโยชน์ เพราะไม่มีภาษาอังกฤษแม้แต่ตัวเดียวบนกระดานเส้นทางการเดินรถไฟ ก็ต้องใช้ฝีมือภาษาใบ้กันครับตอนนี้  แต่เมื่อได้ขึ้นไปแล้วพอเข้าใจสัญลักษณ์หลังจากนี้ก็สบายครับ

เดินทางโดยรถไฟ JR Train ไปย่าน ชิบูย่า ย่านช้อปปิ้งทันสมัยศูนย์กลางและแหล่งรวม วัยรุ่นไฮโซ ยอดนิยมของญี่ปุ่น ในราคา 160 เยน รวมถึงนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนซึ่งมีทุกสิ่งพร้อมสรรพสนองตอบ … ด้วยเหตุนี้เองทำให้ย่านนี้พลุกพล่านด้วยผู้มาเยือน ต้องขอบอกครับว่าเวลาข้ามถนนครั้งหนึ่งจะเห็นคนเต็มท้องถนนไปหมด แล้วแยกย้ายไปตามจุดต่างๆอย่างรวดเร็ว แวะกิน MC Donald ไม่ต่างจากเมืองไทยมากนัก ราคาแพงกว่าเมืองไทยเล็กน้อย

  หลังจากนั้น เดินทางโดย JR Train ไปยังย่าน ฮาราจูกุ (130 เยน) ย่านขายของกิน-ของใช้และสถานที่เที่ยวของบรรดาวัยรุ่น-วัยทีน โดยเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์นั้นละแวกบริเวณ ทาเคะชิตะโดริ ถนนสายแคบระหว่าง สถานีฮาราจูกุ กับถนน เมจิ โดริ เรียกว่าแทบไม่มีที่หายใจ เหมือนกับเดินย่านสำเพ็งอย่างงั้นเลยทีเดียว

ของที่นี่มีให้เลือกหลากหลายมากครับ แล้วแต่ว่าเราอยากจะได้อะไร มีเกือบทุกอย่างครับ ถ้ามีโอกาสไปญี่ปุ่นไม่ควรพลาดที่จะไปถนนนี้ครับ เดินกันจนเท้าพองเลยครับ เพราะว่าในเส้นทางนี้มีอะไรให้เดินชมเยอะมาก ควรจะมีเวลาสัก 3-4 ชั่วโมงถ้าอยากจะเดินสัมผัสร้านทั้งหมดได้อย่างทั่วถึง

 *** เครปที่นี่ หน้าตาไม่ค่อยเหมือนบ้านเราครับ ทำได้ดูน่าทานมากเลยทีเดียวราคาเริ่มต้นที่ 400 เยน ได้ลองมาซื้อกิน 1 ชิ้น พบว่าบ้านเราอร่อยกว่าเยอะ … ตอนนี้มีเครปรูปแบบนี้ขายที่กรุงเทพแล้ว ราคา 70 บาท ***

หลังจากนั้นเดินทางกลับย่าน Ikebukuro เพื่อจะกลับไปทานร้าน Mo Mo Paradise ที่ได้ทานเมื่อคืน แต่ปรากฎว่าต้องรอคิวประมาณ 1 ชั่วโมง จึงเดินทางกลับไปทานอาหารที่ Sunshine City อีกครั้ง คราวนี้ทานเซ็ตอาหารญี่ปุ่นราคา 1,100 เยน ครับ

 ทานข้าวอิ่มก็กลับไปแช่น้ำร้อน พร้อมใส่ Aromatic Bath Gel ที่โรงแรมเตรียมเอาไว้ให้ช่วยเพิ่มความสบายได้อีกเยอะเลยครับ … ผ่านวันที่เหนื่อยล้า ไปอีกวัน แต่ก็เป็นวันที่อิ่มกับประสบการณ์ที่หลากหลายครับ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: