Posted by: management2008 | มกราคม 29, 2009

สุดผวาปีนี้คนตกงานทั่วโลกทะลุ51ล.

ตัวเลขประเมินล่าสุด เตือนภาวะว่างงานทั่วโลก ยิ่งมืดมนองค์การแรงงานสากล (ไอแอลโอ) คาดการณ์ว่า ผลสะเทือนจากวิกฤตเศรษฐกิจอาจส่งผลให้มีคนตกงานมากกว่า 51 ล้านคน ทั่วโลกในปีนี้ คิดเป็นอัตราว่างงาน 7.1% หรือสูงกว่าเมื่อปี 2551 ถึง 18 ล้านคน ซึ่งสูงกว่าตัวเลขประเมินเมื่อเดือนต.ค. ปีที่แล้ว ที่คาดว่าตัวเลขคน ตกงานอาจอยู่ที่ 20 ล้านคน ในปีนี้
ไอแอลโอ ระบุว่า ประเทศกำลังพัฒนาจะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดจากวิกฤตปลดพนักงานครั้งใหญ่ โดยเฉพาะภูมิภาคแอฟริกาเหนือและตะวันออกกลางมีอัตราว่างงานถึง 10.3% และ 9.4% ตามลำดับ ส่วนภูมิภาคเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีอัตราจ้างงานสูงที่สุดเมื่อปี 2551 จะมีคน ตกงานราว 9 แสนคน

ทั้งนี้ไอแอลโอเรียกร้องให้รัฐบาลต่างๆ ขยายโอกาสในการจ้างงาน รวมถึงผลักดันมาตรการช่วยเหลือด้านสวัสดิการ เพื่อพยุงคุณภาพ ชีวิตของผู้ว่างงานให้สามารถรอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ได้ ไอแอลโอ ระบุด้วยว่า การผลักดันโครงการก่อสร้างโดยภาครัฐจะช่วยสร้างงาน และรักษาตำแหน่งงานได้จนกระทั่งภาคเอกชนเริ่มที่จะฟื้นตัวได้อีกครั้ง

ด้านสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานในวันเดียวกันว่า เฉพาะวันที่ 27 ม.ค. ยอดปลดพนักงานในสหรัฐสูงถึง 1.15 หมื่นคน นำโดยบริษัท คอร์นิง ที่ลดจำนวนพนักงานลงถึง 13% หรือ 3,500 คน หลังจากที่หนึ่งวันก่อนหน้า ยอดการปลดคนงานในสหรัฐวันเดียวมีถึงกว่า 7 หมื่นคนทีเดียว

ด้านการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม (ดับเบิลยูอีเอฟ) ประจำปี 2552 ได้เปิดฉากแล้วที่เมืองดาวอส ของสวิตเซอร์แลนด์ ท่ามกลาง ข่าวร้ายทางเศรษฐกิจที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริหารของบริษัทระดับโลก ทิ้งตัวลงมาแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

จากการสำรวจโดยบริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์ คูเปอร์ส พบว่า ความเชื่อมั่นในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ของบรรดาซีอีโอทั่วโลกดิ่งลงมา อยู่ที่ 21% นับเป็นการปรับลดลงอย่างฮวบฮาบจากระดับ 50% เมื่อปีที่แล้ว ส่วนความเชื่อมั่นในระดับ 3 ปี อยู่ที่ 34% บ่งชี้ว่าวิกฤตอาจกินระยะเวลายาวนานกว่าที่คาด

ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส ระบุว่า สถานการณ์เริ่มเลวร้ายลงตั้งแต่เดือนก.ย. หลังจากภาวะล้มละลายของเลห์แมน บราเธอร์ส การขายกิจการของเมอร์ริล ลินช์ โดยการสำรวจเมื่อเดือนก.ย. พบว่า มีผู้นำธุรกิจราว 46% ที่เห็นว่า วิกฤตการเงินจะกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ แต่ตัวเลขพุ่งขึ้นมาถึง 67% เมื่อถึงเดือนธ.ค.

สถาบันการเงินระหว่างประเทศ (ไอไอเอฟ) ระบุว่า วิกฤตการเงินอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศตลาดเกิดใหม่ รวมถึงไทย ในระดับที่รุนแรงกว่าวิกฤตการเงินเอเชียระหว่างปี 2540-2541 เนื่องจากภาวะความต้องการสินค้าและบริการที่ปรับลดลง แม้ว่าตลาดการเงินของภูมิภาคนี้จะมีความยืดหยุ่นต่อวิกฤตการณ์มากขึ้นก็ตาม

“ภาคการผลิตของเอเชียได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง จากความต้องการในตลาดโลกที่ลดลงมาก กว่าที่เคยเผชิญเมื่อวิกฤตการเงิน ปี 2540-2541 แต่ภาวะโดยรวมของระบบการเงินในภูมิภาคนี้อยู่ในฐานะที่ดีกว่าที่เคยเป็นมา” ไอไอเอฟ ระบุ

อีกทั้งไอไอเอฟยังคาดว่าในปีนี้กระแสทุนที่ไหลเข้าสู่ภูมิภาคนี้จะปรับลดลงมาอยู่ที่ 6.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.27 ล้านล้านบาท) จาก 9.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.36 ล้านล้านบาท) เมื่อปีที่แล้ว และจาก 3.15 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 11 ล้านล้านบาท) เมื่อปี 2550

ด้านสถานการณ์ของภาคธุรกิจ บริษัท โตชิบา มีแผนการที่จะ ปิดโรงงานผลิตชิปคอมพิวเตอร์ในญี่ปุ่น และหันมาขยายกำลังการผลิตในไทยและมาเลเซีย ขณะที่บริษัท พานาโซนิค เตรียมปลดพนักงาน 560 ตำแหน่งในเอเชีย หลังจากเพิ่งประกาศปิดโรงงาน 2 แห่ง ในมาเลเซียและฟิลิปปินส์์


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: