Posted by: management2008 | มกราคม 19, 2009

บินไทยเจอปัญหาขาดสภาพคล่องหนัก

“การบินไทย” วิ่งเจรจาขอเงินกู้ด่วน 3.5 หมื่นล้าน จาก 3 ธนาคาร อุดปัญหาขาดสภาพคล่องระยะสั้น ทั้งปีอาจต้องใช้สภาพคล่องเพิ่มไปถึง 7 หมื่นล้านบาท คาดปี 2551 อาจขาดทุนสูงถึงหมื่นล้านบาท “คลัง-คมนาคม” ตีกลับแผนฟื้นฟู เหตุแนวทางขอเงินสนับสนุนไม่ชัดเจน “ออมสิน” เผยได้รับการติดต่อขอกู้เงินแล้ว ชงบอร์ดตัดสินใจ เหตุธุรกิจมีความเสี่ยงที่จะก่อเอ็นพีแอล
ดร.อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ขอให้ สคร.เข้าไปช่วยเหลือด้านสภาพคล่องแก่บริษัท หลังจากประสบปัญหาราคาน้ำมันผันผวนและจากการปิดสนามบินสุวรรณภูมิในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งทำให้บริษัทมีปัญหาสภาพคล่องถึง 2 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ สคร.อยู่ระหว่างรอแผนการแก้ไขปัญหาสภาพคล่องของบริษัทเพื่อประกอบการพิจารณา”หลังจากธุรกิจการบินของบริษัทประสบกับปัญหาราคาน้ำมันผันผวนและจากการเหตุการณ์ปิดสนามสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมืองเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทตกอยู่ในภาวะขาดสภาพคล่องเป็นเงินถึง 2 หมื่นล้านบาท

ล่าสุด ฝ่ายบริหารของการบินไทยได้ขอให้ สคร.เข้าไปช่วยเหลือแล้ว แต่ สคร.ขอให้บริษัทการบินไทยไปศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยตนเองก่อน ที่จะขอรับความช่วยเหลือจาก สคร.อย่างเป็นทางการ เนื่องจาก สคร.ต้องการให้รัฐวิสาหกิจพึ่งตัวเองให้มากสุด ซึ่งขณะนี้ เราก็รอแผนอยู่” เขากล่าว

คมนาคมชี้ขาดสภาพคล่องถึง7หมื่นล้าน

ขณะที่แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่าเมื่อเร็วๆ นี้ ขณะนี้ นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีคมนาคม ได้เรียกข้อมูลการดำเนินงานของการบินไทยมาตรวจสอบแล้ว พบว่าการบินไทยมีปัญหาฐานะการเงินอย่างมาก เพราะสถานการณ์ของบริษัทการบินไทยในปัจจุบันมีความเสี่ยงจากผลการดำเนินงานมากขึ้น เนื่องจาก ราคาน้ำมันผันผวนและภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยจึงทำให้การท่องเที่ยวลดน้อยลง

โดยมีการประเมินว่าในปีนี้ หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น บริษัทการบินไทยจะมีปัญหาขาดสภาพคล่อง เงินสดหมุนเวียนอยู่ระดับ 7-8 หมื่นล้านบาท ส่วนผลประกอบการของการบินไทยปี 2551 ปรากฏว่าประสบปัญหาขาดทุนกว่า 1 หมื่นล้านบาท ถือเป็นปีที่ขาดทุนมากที่สุด จากสิ้นปี 2550 มีกำไรสุทธิ 1.839 พันล้านบาท ขณะที่งวด 9 เดือนแรกปี 2551 ขาดทุนไปแล้ว 6.611 พันล้านบาท

แหล่งข่าวกล่าวว่า ขณะนี้ฝ่ายบริหารการบินไทย ได้เสนอแผนขอสนับสนุนแหล่งเงินกู้จากรัฐบาล เพื่อแก้วิกฤติสภาพคล่องหนัก แผนที่เสนอมาเป็นเพียงขอแหล่งเงินสนับสนุน แต่ไม่ได้บอกว่าจะนำไปดำเนินการในส่วนใดบ้าง การปรับประสิทธิภาพการดำเนินงานก็ไม่บอกว่าจะทำอย่างไร

“การบริหารงานของการบินไทยจากนี้ไปคงจะใช้วิธีการแบบเดิมๆ ไม่ได้แล้ว ฝ่ายบริหารและคณะกรรมการการบินไทย ทั้งฝ่ายบริหารและคณะกรรมการคงต้องเปลี่ยนทั้งหมด สถานภาพการบินไทยตอนนี้อยู่ในอาการหนัก หากปล่อยไว้เหมือนที่ผ่านมามีปัญหาแน่นอน ” แหล่งข่าวกล่าวและว่า ขณะนี้นายโสภณ อยู่ระหว่างการคัดเลือกผู้ที่จะเข้าไปเป็นกรรมการการบินไทย ส่วนฝ่ายบริหารการบินไทยอาจต้องมีการปรับเปลี่ยนโยกย้ายหลายตำแหน่ง

เฉพาะหน้าหาแหล่งเงินกู้ 3.5 หมื่นล้าน

แหล่งข่าวกล่าวว่า ขณะนี้ฝ่ายบริหารของการบินไทยได้ทำแผนที่จะขอกู้เงินเป็นแผนระยะยาวเพิ่มอีก 3.5 หมื่นล้านบาท โดยขอกู้จาก ธนาคารออมสิน จำนวน 2 หมื่นล้านบาท ธนาคารไทยพาณิชย์ จำนวน 1 หมื่นล้านบาท และธนาคารอิสลาม อีกจำนวน 5 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในส่วนของธนาคารออมสินและธนาคารไทยพาณิชย์ ยังอยู่ระหว่างการเจรจา ส่วนธนาคารอิสลามคาดว่าจะไม่มีปัญหา

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง แจ้งว่า บริษัท การไทย มีความต้องสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่อง 1.5 หมื่นล้านบาท ในเบื้องต้น ได้ขอกู้วงเงินก้อนแรกไว้ 5 พันล้านบาท และหากสภาพคล่องขาดแคลนเมื่อไหร่ จะขอกู้เพิ่มในภายหลัง โดยธนาคารออมสิน จะคิดอัตราดอกเบี้ยตามตลาด 4-5% ต่อปี

ธุรกิจของการบินไทย นอกจากมีปัญหาฝ่ายบริหารแล้ว ระยะหลังยังได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว และปัญหาความวุ่นวายในประเทศ ทำให้ผู้โดยสารและรายได้ลดลงไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และล่าสุดยังได้รับผลกระทบจากการปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง จึงจำเป็นต้องกู้เงินมาชดเชย รวมทั้งกู้เงินเพื่อชำระค่าเครื่องบิน

การประชุมคณะกรรมการล่าสุดเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ที่ประชุมอนุมัติในหลักการที่จะให้กู้เงินจำนวน 1.7 หมื่นล้านบาท เป็นกู้ระยะสั้น 3 พันล้านบาท ส่วนที่เหลือจะกู้ระยะยาว เพื่อนำเงินมาชำระค่าเครื่องบิน และเสริมสภาพคล่อง

ปลายปี2551ขอกู้มาแล้ว 1 หมื่นล้าน

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ตั้งแต่ปลายปี 2551 การบินไทย ได้เจรจาขอกู้เงินจากสถาบันการเงินของรัฐ ไว้ประมาณหนึ่งหมื่นล้านบาท เพื่อนำเงินสดมาเสริมสภาพคล่อง เนื่องจากการบินไทยมีปัญหาขาดสภาพคล่องรุนแรง แบ่งเป็นเงินกู้จากธนาคารออมสิน 4 พันล้านบาท ธนาคารกรุงไทย 4 พันล้านบาท และอิสลามแบงก์ 2.5 พันล้านบาท ระยะเวลากู้ 5 ปี ปลอดอัตราดอกเบี้ย 1 ปี ครบกำหนดชำระตั้งแต่ปี 2553

ทั้งนี้การบินไทยได้ทยอยเบิกเงินกู้ จากสถาบันการเงินดังกล่าวไปบ้างแล้ว ตั้งแต่ปลายปี 2551 เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน หลังจากผลประกอบการมีปัญหาขาดทุนต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 2 และ 3 ของปี 2551 คาดว่าในไตรมาสที่4 จะมีผลกำไร แต่ต้องประสบปัญหากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง ทำให้รายได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และประสบภาวะขาดทุนอีกไตรมาส

วางแผนกู้อีกในอนาคต 7.4 หมื่นล้าน

นอกจากนั้น ในปี 2552 การบินไทยยังมีหนี้ที่ครบกำหนดชำระอีก 1.4 หมื่นล้านบาท ทำให้การบินไทยต้องเจรจาขอกู้กับสถาบันการเงินในประเทศทั้ง 3 แห่งเพิ่มเติมอีก เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ก้อนนี้ รวมถึงกู้เงินมาใช้เป็นเงินหมุนเวียนอีกกว่า 6 หมื่นล้านบาท คาดว่าการบินไทยต้องกู้เงินทั้งหมดกว่า 7 หมื่นล้านบาท โดยมีความพยายามจากบริษัท การบินไทย ขอให้กระทรวงการคลังค้ำประกันวงเงินกู้ดังกล่าวให้กับบริษัท ในฐานะที่เป็นรัฐวิสาหกิจซึ่งจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยถูกลง และไม่ต้องใช้สินทรัพย์ค้ำประกัน

สาเหตุที่การบินไทยไม่สามารถกู้เงินต่างประเทศได้ เพราะตามแผนก่อหนี้ต่างประเทศในปีงบประมาณ 2552 การบินไทยไม่ได้ทำแผนกู้เงินต่างประเทศมาก่อน รวมทั้งปัจจุบันสภาพคล่องในประเทศก็มีมากพอที่จะกู้ และอัตราดอกเบี้ยต่ำ”

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังมีเงื่อนไขค้ำประกันเงินกู้ ว่าการบินไทยต้องเสนอแผนปรับโครงสร้างการเงิน โครงสร้างธุรกิจ ต้องหาผู้บริหารที่ความรู้ความสามารถทั้งด้านการเงินและธุรกิจการบินมาบริหารงาน นอกจากนี้ยังต้องปรับแผนจัดซื้อเครื่องบินใหม่ ให้สอดคล้องกับภาระทางการเงิน ส่งมาให้กระทรวงการคลังพิจารณาก่อนเสนอครม.อนุมัติกู้เงินอีกครั้ง

” การที่การบินไทยประสบปัญหาขาดสภาพคล่องอย่างหนัก สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ได้เตือนไปยังผู้บริหารการบินไทย ตั้งแต่ปลายปี 2551 หลังเห็นผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่องสองไตรมาส ” แหล่งข่าวระบุ

ออมสินหวั่นเสี่ยงยังไม่ตัดสินใจให้กู้

นายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า บริษัท การบินไทย ได้ติดต่อกู้เงินจากธนาคารออมสินอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ยังไม่ได้อนุมัติวงเงินกู้ เพราะเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการหารือร่วมกันและต้องเสนอให้คณะกรรมการธนาคารอนุมัติ ซึ่งโดยหลักการแล้ว การปล่อยสินเชื่อแต่ละรายจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันไม่ให้สินเชื่อที่ปล่อยไปกลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในกรณีของบริษัทการบินไทยก็จะต้องพิจารณาตามกรอบและหลักเกณฑ์ต่างๆ เพื่อประเมินความเสี่ยงต่างๆ ในการอนุมัติสินเชื่อ

รายงานข่าวแจ้งว่าสภาพคล่อง บริษัทการบินไทย ณ วันที่ 30 ก.ย.2551 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 6.124 พันล้านบาท ลดลงจากวันต้นงวด 1 ม.ค.2551 จำนวน 1.969 หมื่นล้านบาท

เมื่อต้นเดือน ธ.ค.2551 นายสุรชัย ธารสิทธิ์พงษ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานกรรมการ บริษัท การบินไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ ว่า ที่ประชุมได้ประเมินมูลค่าความเสียหายจากการปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง เป็นเงิน 2 หมื่นล้านบาท จากการที่ต้องยกเลิกเที่ยวบิน กว่า 1,000 เที่ยว และค่าเสียโอกาสในอนาคต จากการปิดท่าอากาศยาน กระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้โดยสาร ทำให้อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสารลดลง

โดยการบินไทยประเมินว่า ช่วงครึ่งแรกของปี 2552 อัตราการบรรทุกผู้โดยสาร จะอยู่ที่ 50% ลดลงจากแผนที่วางไว้ 75% ของแต่ละเที่ยวบิน ทำให้บริษัทต้องหาทางกู้เงินเข้ามาเสริมสภาพคล่อง


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: