Posted by: management2008 | ธันวาคม 17, 2008

พิมพ์เขียวนโยบายประชาธิปัตย์

www.suthichaiyoon.com

พิมพ์เขียวนโยบายรัฐบาลดึงงบกลางปี 1.1 แสนล้านบาท เล็งลดภาษีนิติบุคคลเอสเอ็มอีเหลือ 25% กรณีไม่ปลดคนงาน พร้อมอัดงบลงรากหญ้าเพิ่มอีก 2 เท่า ทุ่มงบ 6 พันล้านบาท นำร่องแจกเบี้ยยังชีพคนชรา 1 ล้านราย ในอัตรา 500 บาทต่อคนต่อเดือน และเล็งผ่อนคลายกฎระเบียบ ลดส่วนต่างดอกเบี้ยธนาคาร โดยคาดว่าจะแถลงนโยบายก่อนปีใหม่
ดร.สรรเสริญ สมะลาภา ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะทำงานร่างนโยบายรัฐบาล เปิดเผยว่า แนวนโยบายรัฐบาลเร่งด่วนระยะสั้นของรัฐบาลที่จะแถลงต่อสภา จะเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาการว่างงานที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอก ในรูปแบบการลดภาษีนิติบุคคลให้กับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจท่องเที่ยวและส่งออก จาก 30% เหลือ 25% เพื่อเป็นรางวัลให้กับบริษัทที่ไม่ปลดพนักงาน

ในที่ประชุมคณะทำงานยกร่างนโยบายรัฐบาลที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าที่นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้ให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ไปดูคำนิยามของเอสเอ็มอีที่จะได้รับการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลว่าจะเป็นอย่างไร พร้อมกับไปรวบรวมข้อมูลเอสเอ็มอีแต่ละด้านว่ามีการจ้างแรงงานจำนวนเท่าใด เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาประเมินว่าเมื่อลดภาษีแล้วจะกระทบการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลจำนวนเท่าใด

“ปัญหาสำคัญที่จะกระทบเศรษฐกิจคือการลดคนงานจากเอสเอ็มอีในภาคท่องเที่ยวและส่งออก ดังนั้นมาตรการเร่งด่วนที่จะต้องเร่งดำเนินการคือการแก้ไขปัญหาการจ้างแรงงาน ด้วยการนำนโยบายลดภาษีมาเป็นเครื่องมือในการสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการไม่ปลดคนงาน ซึ่งคาดว่ามาตรการนี้จะมีสามารถประกาศได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2552” ดร.สรรเสริญระบุ

ชี้กระตุ้นรากหญ้าเรื่องสำคัญ

ดร.สรรเสริญ กล่าวว่า นอกจากนี้นโยบายลดภาษีแล้ว การกระตุ้นเศรษฐกิจระดับรากหญ้าก็เป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยจะมีการเพิ่มงบประมาณให้กับโครงการเอสเอ็มแอล อีก 2 เท่า แต่อาจจะมีการปรับหลักเกณฑ์การใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมกับยืนยันว่าจะไม่ยกเลิกนโยบายประชานิยมต่างๆ ที่พรรคพลังประชาชนดำเนินการมาก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็น โครงการกองทุนหมู่บ้าน ธนาคารประชาชน โครงการพักหนี้เกษตรกร

ขณะเดียวกันพรรคประชาธิปัตย์ ก็จะมีนโยบายช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติม เช่นการให้เบี้ยยังชีพแก่คนชราที่มีอายุ 60 ปี เดือนละ 500 บาทต่อคน โดยจะเริ่มนำร่องกับคนชราที่มีการลงทะเบียนไว้ 1 ล้านรายแรกในปี 2552 คิดเป็นเงินงบประมาณที่ต้องนำมาใช้ปีละประมาณ 6 พันล้านบาท หากรัฐบาลมีงบประมาณมากขึ้นก็จะขยายโครงการให้ครอบคลุมคนชราทั้งหมดจำนวน 6 ล้านคนโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ ก็จะมีการจัดค่าตอบแทนและสวัสดิการแก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) โครงการเรียนฟรี ตามนโยบายพรรคที่หาเสียงไว้

เพิ่มงบกลางปีอัดฉีด 1.1 แสนล้านบาท

ดร.สรรเสริญ ระบุว่า การดำเนินนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลทั้งหมดจะอยู่ภายใต้กรอบงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมในช่วงกลางปีงบประมาณ 2552 ที่ยังมีช่องให้รัฐบาลสามารถตั้งงบขาดดุลได้เพิ่มเติมอีกประมาณ 1.1 แสนล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวจะรวมรายได้ที่รัฐจะสูญเสียจากการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลให้กับธุรกิจเอสเอ็มอีด้วย ที่ประชุมคณะทำงานร่างนโยบายรัฐบาล จึงให้ สศช.ไปรวบรวมตัวเลขต่างๆ ทั้งหมดว่าแต่ละโครงการจะใช้งบประมาณจำนวนเท่าใด เพื่อที่จะได้ขอตั้งงบประมาณกลางปีได้ถูกต้อง

นอกจากนโยบายที่จะใช้งบกลางปีแล้วก็จะมีการนำงบขององค์การปกครองท้องถิ่น (อปท.) ที่มีอยู่ประมาณ 1 แสนล้านบาท มาใช้ให้ตอบสนองนโยบายรัฐบาลกลางให้มากขึ้น ด้วยการมอบหมายให้ท้องถิ่นรับไปดำเนินการในบางเรื่อง เช่น โครงการเรียนฟรี หรือเรื่องอื่นๆ

ขณะเดียวกันก็จะมีการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่มีอยู่ประมาณ 1 แสนล้านบาท แต่เบิกจ่ายจริงได้เพียง 50% รวมทั้งจะเร่งล้างท่องบประมาณที่ยังค้างอยู่ ด้วยการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณของส่วนราชการต่างๆ ให้เร็วขึ้น พร้อมกับเร่งเดินหน้าโครงการลงทุนขนาดใหญ่ หากโครงการใดมีความพร้อมก็ต้องเร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด เพราะงบลงทุนในโครงการขนาดใหญ่อีก 4-5 ปีข้างหน้ามีอยู่ประมาณ 1.8 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นงบประมาณจำนวนมากที่จะเข้าไปกระตุ้นเศรษฐกิจ

ดร.สรรเสริญ กล่าวว่า รัฐบาลยังมีนโยบายเกี่ยวกับการสร้างสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการผ่านกลไกการปล่อยสินเชื่อของธนาคารรัฐ ควบคู่กับการสร้างระบบประกันสินเชื่อ เพื่อสร้างความมั่นใจในการปล่อยกู้ให้กับธนาคารพาณิชย์ ขณะเดียวกัน จะหากลไกในการลดภาระให้ธนาคารพาณิชย์ ในการที่จะทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากแคบลง ขณะนี้ส่วนต่างดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากอยู่ประมาณ 5-6% ถือว่าสูงมาก

“จากการประเมินนโยบายเศรษฐกิจทั้งหมดปีหน้า หากรัฐบาลไม่ทำอะไรจีดีพีจะโตประมาณ 2% แต่จากมาตรการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนต่างๆ ที่จะออกมา เชื่อว่าจะทำให้จีดีพีขยายตัวดีขึ้น ผมอยากจะให้เศรษฐกิจโตให้ได้ 4% เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการว่างงาน โดยยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเดินหน้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ และทำโดยเร็ว” ดร.สรรเสริญกล่าว


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: