Posted by: management2008 | พฤศจิกายน 26, 2008

วิกฤตโลกทุบ‘เศรษฐีอินเดีย’

เศรษฐกิจโลก ซบเซาพ่นพิษเศรษฐีอินเดียจนลงวิกฤตเศรษฐกิจโลกสะเทือนรายได้ของเหล่ามหาเศรษฐีอินเดียอย่างหนัก รายได้หดหายรวมแล้วกว่าครึ่ง หลังตลาดหุ้นอินเดียเข้าสู่วิกฤตอย่างรุนแรง ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา
รอยเตอร์ส รายงานว่า ผลกระทบจากวิกฤตการเงินโลกต่อตลาดหลักทรัพย์อินเดีย และยังฉุดให้ค่าเงินรูปีของอินเดียอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องนั้น ได้ทำให้ความมั่นคั่งของมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดของอินเดีย 40 คน หายไปกว่า 60% แล้ว ซึ่งคิดเป็นมูลค่าสินทรัพย์รวมกันมากถึง 1.39 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.86 ล้านล้านบาท) จากมูลค่าทรัพย์สินรวมทั้งหมดที่มีอยู่ 3.51 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 12.28 ล้านล้านบาท)

“แน่นอนว่าพวกเขารู้สึกเจ็บปวดในวิกฤตครั้งนี้ ทุกคนได้รับผลกระทบกันหมด ทุกคนต่างตกอยู่ในภาวะตื่นตระหนัก” โซนุ บาสิน ประธาน แอ๊กซิส แบงก์ ใน กรุงนิวเดลี กล่าว

ทั้งนี้ จากเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดของอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของเอเชีย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานั้น ได้ทำให้เศรษฐกิจของแดนภารตมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 9% ส่วนด้านเมอริล ลินช์ อดีตวาณิชธนกิจของสหรัฐ ระบุว่า อินเดียมีจำนวนมหาเศรษฐีมากถึงราว 1.23 แสนคน เมื่อปีที่แล้ว

บาสิน กล่าวว่า ลูกค้าต่างเข้ารับการปรึกษาเป็นจำนวนมาก และส่วนใหญ่ต่างเริ่มเบนเข็มทิศทางการลงทุนในรูปแบบที่ธรรมดามากขึ้นกว่าเดิม เช่น การฝากเงินสดในธนาคาร

“พวกเขากำลังหาแหล่งที่ปลอดภัยที่สุด เช่น การเปิดบัญชีฝากประจำ ซึ่งได้ดอกเบี้ยสูง และบางรายยังสนใจในการลงทุนในทองคำ” บาสิน กล่าว

นอกจากนั้น รอยเตอร์สยังรายงานด้วยว่า บริษัทเหล็กชั้นนำของโลกอย่าง อาร์เซเลอร์ มิตตัล ของ ลักษมี มิตตัล นั้นก็หลุดโผจากการเป็นบริษัทรายใหญ่อันดับ 1 ของโลก ในรายชื่อของนิตยสารฟอร์บส์ไปแล้ว หลังจากที่ราคาเหล็กโลกตกต่ำลง อันเป็นผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ

ขณะที่มหาเศรษฐีเบอร์ 1 คนใหม่ของอินเดีย อย่าง มูเกช อัมบานี ประธานบริษัท รีไลแอนซ์ อินดัสตรีส์ ก็มีสินทรัพย์สุทธิในปีนี้อยู่ที่ 2.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7.35 แสนล้านบาท) ลดลงจากเมื่อปีที่แล้วถึง 58%

อย่างไรก็ตาม มหาเศรษฐีอินเดียที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในปีนี้ก็คือ เคพี สิงห์ จากภาคอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่บรรดาผู้ก่อตั้งบริษัทผู้ผลิตกังหันลม “ซูสลอน” ก็ได้สูญเสียสถานะมหาเศรษฐีไปแล้ว เช่นเดียวกับ วิเจย์ มัลยา ประธาน ยูบี กรุ๊ป บริษัทสุรารายใหญ่ ก็หลุดจากโผมหาเศรษฐีของฟอร์บส์เช่นกัน

“ผู้ก่อตั้งธุรกิจทั้งหลายแหล่ คือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบที่สุด เพราะเป็นผู้ถือหุ้นที่มีสัดส่วนมากที่สุด” เครดิต สวิสรายงาน และยังประเมินว่า มีกลุ่มธุรกิจ 20 แห่งของอินเดีย ที่สูญเสียมูลค่าของบริษัทไปแล้วกว่า 71% หรือราว 2.26 แสนล้านเหรียญในปีนี้ (ราว 7.91 ล้านล้านบาท)


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: