Posted by: management2008 | พฤศจิกายน 21, 2008

ค่ายรถทั่วโลกลอยแพพนักงาน

ผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลกทั้งสหรัฐ-ยุโรปและเอเชีย ต้านวิกฤติการเงินโลกไม่ไหว หนีตายประกาศล่วงหน้าปลดพนักงานปี 2552 ด้านบริษัทจ้างงานยักษ์ใหญ่ สหรัฐเผยทั่วโลกกำลังเผชิญปัญหาการว่างงานครั้งใหญ่ในอีก 6 สัปดาห์ข้างหน้า คาดตัวเลขว่างงานในสหรัฐ-ยุโรป พุ่งสูง 8-9% ประธานสหพันธ์แรงงานยานยนต์ หวั่นลูกจ้างค่ายรถยนต์ในไทย 13,000 คน ถูกเลิกจ้างหลังหลายบริษัทเริ่มลดเวลาทำงาน
ขณะที่ฟอร์ดในไทยยันไม่ลดกำลังการผลิต-ปลดพนักงาน ทุกอย่างเป็นไปตามแผนเดิมรับตลาดส่งออก 130 ประเทศ

โฆษกอีซูซุ มอเตอร์ส ผู้ผลิตรถบรรทุกรายใหญ่อันดับ 2 ของญี่ปุ่น ประกาศวานนี้ (20 พ.ย.)ว่า บริษัทจะลดพนักงาน 1,400 คนและลดกำลังการผลิตภายในประเทศญี่ปุ่นลง 10% นับเป็นค่ายรถญี่ปุ่นรายล่าสุด ที่ตัดสินใจลดจำนวนพนักงาน เพื่อรับมือกับวิกฤติการเงิน

ทั้งนี้ อีซูซุ ยืนยันว่า บริษัทไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องปรับเปลี่ยนกำลังคน และลดกำลังการผลิตภายในองค์กร โดยจะลดกำลังการผลิตรถภายในประเทศญี่ปุ่นให้เหลือเพียงแค่ 249,000 คัน ในปีงบประมาณซึ่งจะไปสิ้นสุดในเดือน มี.ค.ปีหน้า

การเคลื่อนไหวของอีซูซุ มีขึ้นหลังจากค่ายรถชั้นนำสัญชาติเดียวกันอย่าง โตโยต้า มอเตอร์ ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าจะหยุดการผลิตในโรงงานที่สหรัฐและแคนนาดาเพิ่มอีก 2 วัน ในเดือนหน้า เนื่องจากยอดขายตกต่ำ เช่นเดียวกับนิสสัน มอเตอร์ ที่ตัดสินใจจะลดกำลังการผลิตและจะลดพนักงาน 3,500 ตำแหน่งทั่วโลก

ด้านมาสด้า มอเตอร์ คอร์ป เตรียมลดจำนวนพนักงานชั่วคราว 1,300 คนในญี่ปุ่น โดยแยกเป็นการลดพนักงานที่โรงงานในจังหวัดยามากูชิ 500 คนและอีก 800 คนที่โรงงานผลิตในจังหวัดฮิโรชิมา โดยการลดจำนวนพนักงานมีขึ้นหลังจากบริษัทปรับลดคาดการณ์ผลกำไรเมื่อเดือนที่แล้ว 29%

ค่ายฝรั่งเศส-อังกฤษปลดเพิ่ม

เปอร์โยต์ ซีตรอง ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศส ประกาศแผนลดจำนวนพนักงาน 2,700 คน ทั้งพนักงานในฝ่ายผลิต พนักงานระดับผู้จัดการ และพนักงานประจำสำนักงานทุกแห่ง ภายใต้แผนเกษียณจากงานก่อนกำหนด

ทั้งนี้ การจ้างงานของภาคอุตสาหกรรมรถยนต์ฝรั่งเศส คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของแรงงานโดยรวมของประเทศ โดยที่ผ่านมา มีบริษัทผลิตรถยนต์หลายแห่ง ดำเนินมาตรการรับมือกับภาวะขาลงที่เกิดขึ้น ด้วยการปิดโรงงานชั่วคราวและลดจำนวนพนักงาน อาทิ เรโนลต์ ประกาศลดพนักงาน 6,000 คนในยุโรป ซึ่งรวมถึงลดพนักงาน 4,900 คนในฝรั่งเศส

นอกจากนี้ บริษัทโรลส์-รอยซ์ ผู้ผลิตรถยนต์ของอังกฤษ ออกแถลงการณ์ว่า บริษัทเตรียมลดจำนวนพนักงานตั้งแต่ 1,500-2,000 ตำแหน่งทั่วโลกในปีหน้า หรือประมาณ 5% ของพนักงานทั้งหมด 39,000 คน โดยจำนวนนี้ 60% อยู่ในอังกฤษ

ประเมินอีก6สัปดาห์ลอยแพครั้งใหญ่

นายเจฟฟรี โจเออร์เรส หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร(ซีอีโอ)ของแมนพาวเวอร์ บริษัทจ้างงานชื่อดังของสหรัฐ ที่มีสาขากระจายอยู่ทั่วโลก เตือนให้ระวังว่า หลายประเทศแถบตะวันตก จะมีการลดจำนวนพนักงานลงอย่างมาก เพื่อประหยัดต้นทุน และให้องค์กรอยู่รอดได้ในช่วงที่เกิดวิกฤติการเงินโลก

ทั้งนี้ แมนพาวเวอร์ ระบุว่า การเลิกจ้างพนักงานจะมีมากขึ้นในช่วง 6 สัปดาห์ข้างหน้านับจากนี้ไป ซึ่งเป็นช่วงที่หลายบริษัทจะต้องจัดทำร่างงบประมาณปีหน้า ทั้งนี้สถานการณ์การจ้างงานจะยิ่งเลวร้ายมากขึ้น จากเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ซิตีกรุ๊ป ธนาคารยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ เพิ่งประกาศลดพนักงาน 52,000 คน

นายโจเออร์เรส ระบุว่าแม้ขณะนี้สหรัฐจะมีตัวเลขการว่างงานสูงสุดในรอบ 4 ปี คือ 6.5% แต่คาดว่า ต่อไปตัวเลขการว่างงานในสหรัฐจะพุ่งถึง 7.5% หรืออาจจะเป็น 8% ส่วนประเทศในแถบยุโรปตะวันตก ตัวเลขการว่างงานจะพุ่งขึ้นด้วยเช่นกัน เช่น ฝรั่งเศสที่ตัวเลขการว่างงานอาจพุ่งขึ้นจาก 7.2% เป็น 9%

อย่างไรก็ตาม นายโจเออร์เรส ไม่เห็นด้วยที่นักวิเคราะห์บางคนมองว่า ความซบเซาของเศรษฐกิจสหรัฐ จะไม่กระทบกับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ โดยให้เหตุผลว่าขณะนี้วิกฤติได้ลุกลามไปยังยุโรป และยังทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นถดถอย พร้อมทั้งควรจับตามองกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง โดยเฉพาะดูไบ ที่ภาคธุรกิจก่อสร้างเริ่มประสบปัญหา ดังนั้นจึงไม่มีประเทศใดในโลก ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจนี้

แผนอุ้มรถยนต์สหรัฐส่อเค้าล้ม

รายงานข่าวระบุว่าโอกาสที่รัฐสภาสหรัฐ จะผ่านมาตรการกอบกู้อุตสาหกรรมรถยนต์สหรัฐ ลดน้อยลงไปอีก เพราะผู้นำสมาชิกพรรคเดโมแครต อาจไม่สนับสนุนมาตรการประนีประนอม ที่กำลังมีการร่างกันอยู่ในขณะนี้ ขณะที่เหลือเวลาน้อยลงทุกทีที่รัฐสภาจะสามารถดำเนินการในเรื่องนี้ได้ทัน

ความพยายามครั้งสุดท้ายในการให้ความช่วยเหลือวงเงิน 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ แก่บริษัทเจเนอรัล มอเตอร์ส คอร์ป (จีเอ็ม) ฟอร์ด มอเตอร์และไครส์เลอร์ ขึ้นอยู่กับการเจรจาต่อรองที่ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกพรรครีพับลิกันและจากทำเนียบขาว

นายโรเบิร์ต เบนเนทท์ วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน กล่าวถึงโอกาสที่สมาชิกรัฐสภา จะสามารถบรรลุข้อตกลงกันว่า “ผมไม่คิดว่าเรื่องนี้จบสิ้นลงแล้ว ผมยังคงสนทนากับบางคนอยู่ แต่มีแนวโน้มที่ไม่ดีนัก”

นายคริสโตเฟอร์ ด็อดด์ ประธานคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครต กล่าวว่า มีโอกาสน้อยที่จะมีการออกกฎหมายฉบับประนีประนอม

ทั้งนี้ รัฐสภาเหลือเวลาอีกเพียง 2 วันในสมัยประชุมหลังการเลือกตั้ง และถ้าหากสมาชิกรัฐสภาไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ทันเวลา ก็มีแนวโน้มว่า บริษัทผู้ผลิตรถยนต์จะต้องรอจนกว่าจะมีการเปิดสมัยประชุมรัฐสภาชุดใหม่ และสหรัฐได้คณะผู้บริหารชุดใหม่ภายใต้ประธานาธิบดีบารัก โอบามาในเดือนม.ค.ปีหน้า

มาตรการประนีประนอมนี้ได้รับการผลักดันโดยนายคริสโตเฟอร์ บอนด์ และนายจอร์จ วอยโนวิช ซึ่งเป็นสองวุฒิสมาชิกจากพรรครีพับลิกัน โดยมาตรการนี้จะแก้ไขกฎหมายที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบในเดือนก.ย.ที่ระบุว่า กระทรวงพลังงานจะปล่อยกู้ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ให้แก่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์สหรัฐเพื่อช่วยเหลือในการติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ในโรงงานเพื่อผลิตยานพาหนะที่ประหยัดเชื้อเพลิงมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ จะต้องมีการตัดทอนหรือปรับเปลี่ยนเงื่อนไขหลายประการที่อยู่ในกฎหมายติดตั้งอุปกรณ์ใหม่นี้ เพื่อจะได้มีการปล่อยกู้แก่บริษัทรถยนต์ในทันที และทางบริษัทสามารถนำเงินนี้ไปใช้ในการดำเนินงานหรือใช้ตามความจำเป็นเร่งด่วนอื่นๆได้

“มิตซูบิชิ”ระบุแค่ศึกษาสถานการณ์

นายทาเคโอะ ซากุไร ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักประธาน บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ปัญหาที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมรถยนต์ขณะนี้ ทำให้หลายๆบริษัทเริ่มปรับตัว เช่น จีเอ็มที่ประกาศลดพนักงานในสายการผลิตไปแล้ว ในส่วนของมิตซูบิชิยังไม่ได้ปรับเปลี่ยนแต่อย่างใด แต่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับแผนการผลิต และศึกษาแแนวทางแก้ไข และประเมินผลกระทบจากการที่คำสั่งซื้อจากงต่างประเทศจะลดลงอย่างไร

แต่ถึงขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดแผนการแต่อย่างใด ส่วนเป้าหมายตลาดส่งออกของมิตซูจะเป็นอย่างไร ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้

ฟอร์ดยันเดินตามแผนเดิม

นางสาวดวงกมล อิศรพันธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า ฟอร์ดยังไม่มีแผนการใดๆ เกี่ยวกับการลดกำลังการผลิต ลดพนักงาน หรือว่าลดค่าจ้างแต่อย่างใด ทุกอย่างยังคงเป็นไปตามแผนการเดิมทั้งสิ้น “โรงงานเรายังเดินสายตามปกติ เพื่อรองรับตลาดส่งออกที่มีกว่า 130 ประเทศทั่วโลก”

นางสาวดวงกมล กล่าวว่า การที่ฟอร์ดมีตลาดส่งออกกว่า 130 ประเทศ ทำให้แผนการส่งออกนั้นมีความยืดหยุ่นมากแม้บางตลาดจะได้รับผลกระทบจากวิกฤติการเงินโลก จึงส่งผลดีต่อภาคการผลิตในโรงงานอีกด้วย ทำให้ยังไม่ได้รับผลกระทบจนต้องปรับแผนการผลิตแต่อย่างใดทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม เพื่อรับมือกับสถานการณ์ ฟอร์ด ก็ได้พยายามหาทางลดค่าใช้จ่ายมาโดยตลอดในทุกส่วน เช่น การหามาตรการประหยัดไฟ หรือกระดาษในสำนักงานเป็นต้น โดยพยายามให้ฝังลึกเป็นจิตสำนึกของพนักงานทุกคนเพื่อช่วยบริษัท

ระบุปีหน้าขึ้นสายผลิต บี คาร์

นางสาวดวงกมล กล่าวว่าในปี 2552 ฟอร์ดจะเริ่มต้นการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ ในโครงการ บี-คาร์ ที่ได้ยื่นขอการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ไปแล้วก่อนหน้านี้

ทั้งนี้โครงการบี คาร์ นั้นจะผลิตที่โรงงงานออโต้ อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด จังหวัดระยอง ร่วมมาสด้า โดยฟอร์ดจะผลิต เฟียสต้า ขณะที่มาสด้า ผลิต มาสด้า 2 “บี คาร์ เรากำลังจะมาปีหน้า ดังนั้นมีเหตุผลอะไรที่จะไปลดการผลิตของโรงงาน”

นางสาวดวงกมล กล่าวถึงกรณีข่าวการลดกำลังการผลิต ลดพนักงาน และลดค่าจ้าง ที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์หลายฉบับวานนี้ (20 พ.ย.) ว่า ฟอร์ดได้ติดต่อกับทางผู้ให้ข่าวว่าได้ข้อมูลมาจากแหล่งใด ซึ่งก็ได้คำตอบจากผู้ให้ข่าวว่า ไม่ได้พูด แต่ผู้สือข่าวเขียนกันเอง

ด้านนาย มิคาเอล คอร์ดิส ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย กล่าวว่า บีเอ็มดับเบิลยูไม่มีแผนลดจำนวนพนักงาน หรือ หยุดสายการผลิตแต่อย่างใดทั้งสิ้น ยกเว้นในช่วงเทศกาลคริสต์มาส และปีใหม่เท่านั้น ซึ่งก็ถือว่าเป็นเหตุการณ์ปกติที่เกิดขึ้นทุกปี

ลูกจ้างไทย1.3 หมื่นกระทบแล้ว

นายยงยุทธ เม่นตะเภา ประธานสหพันธ์แรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์ในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ 14 สหภาพแรงงาน มีพนักงาน 20,969 คน พบว่ามี 6 บริษัท เริ่มประกาศงดโอที วันธรรมดา และวันหยุดประจำสัปดาห์ไม่มีกำหนด ส่วนอีก 5 บริษัท เริ่มลดชั่วโมงการทำงานโดยไม่ได้แจ้งเหตุผลทำให้คนงานกว่า 13,000 คนได้รับผลกระทบรายได้ลดลง

“ตอนนี้อีซูซุเริ่มลดการผลิตลงจากปีละ 91,000 คัน เป็น 34,000 คัน โตโยต้าลดลงจาก 200,000 คันเหลือ 45,000 คัน มิตซูบิชิ ลดลงเหลือ 14,000 คัน และจีเอ็มประเทศไทย กำลังประกาศรับสมัครใจลาออกตั้งแต่วันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่ายอดการผลิตลดลงอย่างมาก”

นายบุญผิน สุทรรักษ์ ประธานสหพันธ์แรงงานโลหะแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงเดือน ส.ค.ถึงปัจจุบันเหล็กเส้นกิโลกรัมละ 17 บาท จึงลดการผลิตลงเหลือ 8 ชั่วโมงจาก 24 ชั่วโมง หากสถานการณ์เป็นเช่นนี้คาดว่าอีก 1 เดือนข้างหน้าลูกจ้างในธุรกิจเหล็กที่เป็นสมาชิกสหพันธ์ฯ จำนวนกว่า 2,600 คนก็จะตกงานกันหมด

“ปัญหาการเลิกจ้างเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน รัฐบาลต้องเข้ามาช่วยเหลือดูแลลูกจ้าง หาทางป้องกัน ไม่ใช่ปล่อยให้มีการเลิกจ้างแล้วค่อยไปดูแล” นายบุญผิน กล่าว


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: