Posted by: management2008 | พฤศจิกายน 17, 2008

เกาเหลาทีมเศรษฐกิจ ไร้ฝีมือแล้วแถมไร้เอกภาพ

วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ที่เริ่มจากสถาบันการเงินสหรัฐได้ลุกลามไปทั่วโลก วันนี้เริ่มส่อเค้า ให้เห็นว่าวิกฤตจะไม่หยุดเพียงแค่นี้ แต่กำลังลุกลามเข้าสู่ภาคเศรษฐกิจจริงหรือเรียล เซ็กเตอร์ ผลกระทบดังกล่าวอาจจะรุนแรงกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ และปฏิเสธไม่ได้ว่าวิกฤตครั้งนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของ ไทยอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ขณะที่คลื่นลมเศรษฐกิจยังกรรโชกแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่บ้านเรายังต้องเผชิญกับสภาพการเมืองยังไม่นิ่ง ความขัดแย้งในสังคมนับวันยิ่งดุเดือดแหลมคม ขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลก็บริหารประเทศแบบไปวันๆ ไม่มีเป้าหมายและทิศทางว่าจะนำพาประเทศไทยฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจการเมืองอย่างไร นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ก็ไม่มีศักยภาพพอที่จะแสดงถึงภาวะผู้นำให้เกิด ความศรัทธาและเชื่อมั่น รัฐมนตรีที่มาดำรงตำแหน่งเฉพาะอย่างยิ่งทีมงานเศรษฐกิจ ล้วนเป็นบุคคลระดับแถว 3 ทางการเมือง ฝีไม้ลายมือก็แค่ระดับเกรดซีเท่านั้นคุณภาพของทีมเศรษฐกิจชุดนี้เป็นที่กังขา ของประชาชนทั่วไปในเรื่องขีดความสามารถ ไม่ว่านายโอฬาร ไชยประวัติ รองนายกรัฐมนตรี นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงระดับนาย สันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พล.ต.อ. ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เฉพาะอย่างยิ่งนาย ไชยา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะมีความรู้ความสามารถรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจอันหนักหน่วงได้หรือไม่

ที่สำคัญรัฐมนตรีแต่ละคนล้วนมาจากต่างพรรค แต่ละคนยึดผลประโยชน์ของพรรคเป็นหลัก ความเป็นเอกภาพที่จะผลักดันนโยบายเศรษฐกิจให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันจึงเป็นเรื่องน่า เป็นห่วง สะท้อนจากการแก้ปัญหาในหลายๆ เรื่องที่ผ่านมา ความเห็นจากรัฐมนตรีแต่ละคนแตกต่างออกไปคนละทิศละทาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนโยบายดอกเบี้ยที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกับรองนายกรัฐมนตรีก็เห็นต่างกัน นโยบายข้าวกระทรวงเกษตรฯกับกระทรวงพาณิชย์ก็เห็นไม่ตรงกัน ยิ่งนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการเพิ่มงบกลาง 1 แสนล้าน ยิ่งเห็นความแตกแยกกันของทีมเศรษฐกิจชุดนี้อย่างชัดเจน

แต่ที่ขัดแย้งกันชัดเจนจนเป็นที่รับรู้ของสาธารณะ คือ ความขัดแย้งในเรื่องนโยบายรับจำนำข้าว ที่เกิดจากการกระทบกระทั่งระหว่าง ดร.โอฬาร ไชยประวัติ กับนายไชยา สะสมทรัพย์ แม้จะเป็นเรื่องที่ไม่ได้เหนือความคาดหมายด้วยผลประโยชน์มหาศาล และสไตล์การทำงานที่แตกต่างกันแบบคนละขั้ว นับว่าน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งเพราะเป็นความขัดแย้งในสถานการณ์ที่ประเทศชาติต้องการความร่วมมือร่วมใจในการทำงาน ไม่ใช่ทำให้เกิดความสับสน และจะส่งผลทำให้เกิดความล่าช้าในการผลักดันนโยบายจนทำให้เกษตรกรสูญเสียผลประโยชน์ จึงเรียกร้องให้นายสมชายในฐานะนายกรัฐมนตรีต้องเร่งแก้ปัญหาให้ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลมีความเป็นเอกภาพอย่างเร่งด่วนที่สุด อย่าให้คนทั่วไปตำหนิได้ว่าไม่มีฝีมือแล้วยังไม่มีเอกภาพอีก


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: