Posted by: management2008 | พฤศจิกายน 9, 2008

โอกาสในวิกฤต หลากหลายธุรกิจรับทรัพย์

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจซบเซาตั้งแต่ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2551 และมีแนวโน้มว่าจะยังไม่ฟื้นตัวตลอดปี 2552 ทำให้ผู้บริโภคเริ่มปรับพฤติกรรมเพื่อเตรียมรับกับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ โดยการลดค่าใช้จ่ายในด้านต่างๆศูนย์วิจัยกสิกรไทย สำรวจ “พฤติกรรม การจับจ่ายใช้สอยของคนกรุงเทพฯ” จากกลุ่มตัวอย่าง 1,555 คน สำรวจระหว่างวันที่ 24 ต.ค.-4 พ.ย. 2551 สรุปผลการสำรวจได้ว่า คนกรุงเทพฯ ที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง 51% เริ่มหันมาเก็บออมมากขึ้น โดยออมในรูปของทองคำ เงินสด เงินฝากประจำ ซื้อกองทุน
คนกลุ่มนี้ยังชะลอการซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ เช่น รถยนต์ บ้าน ออกไปก่อน เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดปัญหาสภาพคล่องทางการเงินในอนาคต

คนกรุงเทพฯ ที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง 56.6% มีการปรับพฤติกรรม คือ ลดค่าใช้จ่าย ในกิจกรรมสันทนาการ ส่วนที่เหลืออีก 43.4% ของกลุ่มตัวอย่างที่ระบุว่าไม่ได้ปรับพฤติกรรมนั้น และ 15.7% ที่ระบุว่ามีการปรับพฤติกรรมต่างๆ ไปแล้ว และถือว่าประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆ มากที่สุดอยู่แล้ว

การปรับพฤติกรรมในด้านต่างๆ ของ คนกรุงเทพฯ ดังนี้

ลด/เปลี่ยนแปลงการเดินทางท่องเที่ยว 14.6% เช่น หันมาเที่ยวระยะใกล้ ลดจำนวนและลดความถี่การท่องเที่ยว หันมาท่องเที่ยวในประเทศ 9.5% ลด/เปลี่ยนแปลงการ เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ 8.6%

ค่าใช้จ่ายในกิจกรรมสันทนาการด้านอื่นๆ นั้น คนกรุงเทพฯ ที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง 21.6% ลด/งดการดูภาพยนตร์ โดยหันมาเช่า/ซื้อซีดีหรือดีวีดีมาดูที่บ้านแทน 15% ลด/งดการสังสรรค์กับเพื่อน 9.1% และ ลดการไปชมคอนเสิร์ต/ฟังเพลงนอกบ้าน

นอกจากนี้ มีการปรับค่าใช้จ่ายในกิจกรรมสันทนาการที่เหลืออีก 21.6% ลด/เปลี่ยนแปลงการไปใช้บริการสถานเสริมความงาม 13.5% หันไปเสริมความงามด้วยตนเองที่บ้าน

ลดการซื้อหนังสือ/สื่อสิ่งพิมพ์ 8.1%
ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง การปรับพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง เน้นการหันไปใช้รถ/เรือสาธารณะ และใช้รถยนต์ส่วนตัวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น 78.5%

หันมาใช้รถยนต์ส่วนตัวคันเดียวกัน 8.9% เน้นการสื่อสารทางโทรศัพท์มือถือ เพื่อลดการเดินทางไปติดต่อด้วยตนเอง การใช้บริการคาร์พูลกับเพื่อนร่วมงาน/เพื่อนบ้าน 12.6% ค่าใช้จ่ายด้านอุปโภค เน้น การเลือกซื้อสินค้าโดยพิจารณาจากราคามากยิ่งขึ้น 23.2% ลดการซื้อเสื้อผ้า/ เครื่องประดับ 16.6% ไม่ยึดติดกับยี่ห้อ และเริ่มหันมาพิจารณาสินค้าที่ผลิตในประเทศมากขึ้น 15.6%

ชะลอการซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ที่มีราคา สูงออกไปก่อน 14.6% ซื้อสินค้าขนาดเล็กหรือซื้อปริมาณพอใช้ ทั้งนี้ เพื่อทยอยจ่ายเงินเท่าที่จำเป็นเท่านั้น 7.8%

หันมาเน้นการซ่อมแซมมากกว่าการ ซื้อใหม่ 7.2% หันมาใช้สินค้ามือสองมาก ขึ้น 5.7%
ค่าใช้จ่ายด้านอาหารและเครื่องดื่ม หันมาประกอบอาหารรับประทานเองมากขึ้น 32.1% ลด/งดการรับประทานอาหารนอกบ้าน 21.3% ยังคงพึ่งพาอาหารสำเร็จรูปนอกบ้าน 19.7% ลด/งดน้ำอัดลม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 13.2%

หันมารับประทานอาหาร/บะหมี่สำเร็จรูป 8.7% พึ่งพาบริการสั่งอาหารจานด่วนมารับประทานที่บ้าน 5%

สำหรับธุรกิจที่มีโอกาสในวิกฤต
ธุรกิจให้บริการข่าวสารผ่านมือถือและอินเทอร์เน็ต จากการปรับพฤติกรรมลดการซื้อหนังสือพิมพ์และสื่อสิ่งพิมพ์ โดยหันไป ใช้บริการติดตามข่าวจากโทรศัพท์มือถือหรือทางอินเทอร์เน็ตแทน ทำให้ผู้พิมพ์จำหน่ายหนังสือ/สื่อสิ่งพิมพ์ต้องปรับตัว โดยขยายการบริการผ่านทางโทรศัพท์มือถือ และสื่อสิ่งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์

สถานที่ท่องเที่ยวระยะใกล้ การที่คนหันมาเน้นการท่องเที่ยวแบบประหยัด ดังนั้น สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับอานิสงส์ คือ สถานที่ท่องเที่ยวในหลายจังหวัดในภาคกลาง รีสอร์ตที่ให้ความเป็นส่วนตัว สถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ รวมถึงห้างสรรพสินค้า
ธุรกิจจำหน่ายสินค้ามือสอง ในช่วงเศรษฐกิจซบเซา นับว่าเป็นการส่งเสริมโอกาส การจำหน่ายของสินค้ามือสอง เนื่องจากถ้ารู้จักแหล่งที่จะซื้อ มีความสามารถในการเลือกซื้อ ทำให้ได้ใช้ของดีราคาประหยัด

ธุรกิจรับซ่อมแซมข้าวของเครื่องใช้ เนื่องจากเน้นประหยัดค่าใช้จ่าย

ร้านขายของชำหรือโชห่วย ที่จำหน่ายวัตถุดิบสำหรับการปรุงอาหาร เนื่องจากคนจะหันไปเน้นการปรุงอาหารรับประทานเองที่บ้าน ดังนั้นร้านขายของชำ โดยเฉพาะร้าน ที่อยู่ในแหล่งชุมชนจะมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น

ร้านจำหน่ายอาหารราคาประหยัด ร้านจำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จที่ราคาไม่แพง ร้านค้าปลีกที่จำหน่ายอาหาร/บะหมี่สำเร็จรูป จะมีความนิยมมากขึ้น เนื่องจากราคาไม่แพง

ร้านจำหน่ายอาหารที่มีบริการจัดส่งนอกสถานที่หรือเดลิเวอรี ก็เป็นธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์จากการที่คนกรุงเทพฯ อยู่บ้านมากขึ้น เป็นการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปรับประทานอาหารนอกบ้าน

ธุรกิจสอนการประกอบอาหาร นอกจากมีคนสนใจไปเรียนเพื่อประกอบอาหารให้กับคนในบ้านรับประทานแล้ว ยังเป็นช่องทางในการประกอบอาชีพเสริมต่อไปในอนาคตอีกด้วย

ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ การปรับพฤติกรรมการใช้จ่ายในด้านสุขภาพนั้น ทำให้หลากธุรกิจได้รับอานิสงส์ คือ ธุรกิจสถานออกกำลังกาย ธุรกิจ/หนังสือสอนทำอาหารให้เหมาะสมกับสุขภาพที่แตกต่างกันของผู้บริโภค

ธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์จัดแต่งทรงผม จากการที่คนกรุงเทพฯ ลดการเข้าร้านเสริมความงาม จึงลงทุนซื้อเครื่องมือจัดแต่งทรงผมเองที่บ้าน ส่งผลให้สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการจัดแต่งทรงผมมียอดการจำหน่ายเพิ่มขึ้น


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: