Posted by: management2008 | พฤศจิกายน 7, 2008

“โอบามา” เร่งเฟ้นทีมทำงานสู้วิกฤต

เอเจนซี/เอเอฟพี – ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บารัค โอบามา เริ่มงานเตรียมการรับตำแหน่งผู้นำประเทศตั้งแต่เมื่อวานนี้ (6) ด้วยการเลือกเฟ้นหาทีมทำงาน ที่จะต้องช่วยกันรับมือแก้ไขปัญหาอันหนักหน่วงมหาศาล ไม่เพียงวิกฤตเศรษฐกิจที่สาหัส แต่ยังสงครามในอิรักและอัฟกานิสถาน

หลังจากสร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นคนผิวดำคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ โอบามาก็เก็บตัวเงียบๆ โดยไม่มีการแถลงข่าวใดๆ อีก ทว่าสิ่งที่เขาดำเนินการอยู่เบื้องหลังฉาก ก็คือการเร่งรีบตั้งทีมงานที่จะดำเนินการรับมอบอำนาจก่อนหน้าที่เขาจะสาบานตัวเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 มกราคมปีหน้า รวมทั้งเฟ้นหาตัวผู้ช่วยคนสำคัญๆ ตลอดจนคณะรัฐมนตรี ที่จะต้องรับมือกับปัญหากองท่วมเป็นภูเขา

สิ่งที่เตือนใจในทันทีให้เห็นถึงภารกิจอันหนักหน่วงที่รออยู่ข้างหน้า ได้แก่ การที่ดัชนหุ้นอุตสาหกรรมดาวโจนส์ของวอลล์สตรีท ทรุดต่ำลง 5.05% หรือเกือบ 500 จุดในวันพุธ (5) เมื่อนักลงทุนหวนกลับมาหวั่นผวากับภาวะเศรษฐกิจที่กำลังถดถอยอย่างแรงอีกครั้ง ต่อจากนั้นหุ้นในแถบเอเชียและยุโรปวานนี้ ก็พากันติดลบอ่วมเช่นกัน

เรื่องที่โอบามาได้ดำเนินการไปแล้ว คือการจัดตั้งทีมรับผิดชอบในการรับมอบอำนาจจากประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช โดยหัวหน้าทีมชุดนี้มี 3 คน ได้แก่ วาเลรี จาร์เร็ตต์ เพื่อนสนิทคนหนึ่งของโอบามา,พีต เราส์ ประธานเจ้าหน้าที่ขณะที่โอบามาดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิก และจอห์น โพเดสตา อดีตประธานเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวของประธานาธิบดีบิล คลินตัน

นอกจากนั้น แหล่งข่าวพรรคเดโมแครตหลายราย ระบุว่า ตำแหน่งสำคัญในทีมงานประธานาธิบดีตำแหน่งแรกที่โอบามาน่าจะประกาศออกมาได้ในเร็ววันนี้ ก็คือ ประธานเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว โดยที่เขาได้เสนอตำแหน่งนี้ให้แก่ แรห์ม เอมานูเอล ส.ส.เดโมแครต จากมลรัฐอิลลินอยส์ ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องพรักพร้อมต่อยตีกับพวกปรปักษ์

คาดหมายกันว่าเอมานูเอลคงไม่ปฏิเสธตำแหน่งซึ่งเป็นเสมือน “คนเฝ้าประตู” ทำเนียบขาว โดยจะเป็นคนจัดการว่าใครจะเข้าพบประธานาธิบดีได้หรือไม่ รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาระดับท็อปสุดของประธานาธิบดีด้วย

เอมานูเอล ปัจจุบันอายุ 48 ปี เป็นเพื่อนใกล้ชิดกับโอบามา และเป็นชาวชิคาโกเหมือนกัน เขาเคยเป็นที่ปรึกษาของอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน อีกทั้งเป็นที่เลื่องลือในเรื่องการเป็นนักยุทธศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญ ทว่าเขาก็ถูกมองว่าเป็นพวกชอบต่อยตีแบบถือพรรคถือพวกในแวดวงการเมืองอันหยาบกระด้างของวอชิงตัน

ข่าวการทาบทามเอมานูเอล จึงทำให้ชาวพรรครีพับลิกันบางคนตั้งคำถามว่า หากเอมานูเอลขึ้นเป็นประธานเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวจริงๆ มีหรือที่จะไม่สร้างความปั่นป่วนให้แก่เป้าหมายของโอบามา ที่บอกว่าจะนำทั้งสมาชิกรัฐสภาทั้งฝ่ายเดโมแครตและฝ่ายรีพับลิกันเข้าร่วมมือกัน เพื่อเร่งรัดออกกฎหมายสำคัญๆ ที่จะเป็นการปฏิบัติตามนโยบายต่างๆ ซึ่งให้สัญญาไว้ในตอนรณรงค์หาเสียง

สำหรับตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีนั้น ตำแหน่งที่ได้รับความสนใจมากที่สุดย่อมหนีไม่พ้นรัฐมนตรีคลัง เพราะนอกจากจะต้องเป็นผู้ดำเนินการตามแผนกอบกู้ภาคการเงินมูลค่า 700,000 ล้านดอลลาร์ที่เพิ่งผ่านรัฐสภาไปเมื่อเดือนที่แล้ว ยังจะต้องเป็นผู้วางกรอบเพื่อการปฏิรูประเบียบกฎเกณฑ์ทางการเงินการคลัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตการณ์ซ้ำรอยขึ้นมาอีก

บุคคลที่ถูกสื่อมวลชนเอ่ยถึงมากว่าจะเป็นขุนคลังของโอบามา ได้แก่ ทิโมธี เกธเนอร์ ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขานิวยอร์ก,ลอว์เรนซ์ ซัมเมอร์ส อดีตรัฐมนตรีคลังในสมัยคลินตัน และพอล โวคเกอร์ อดีตประธานเฟดรุ่นก่อนอลัน กรีนสแปน

นอกจากนี้ ยังมีการเอ่ยชื่อบุคคลซึ่งไม่น่าที่จะเป็นไปได้ อย่าง วอร์เรน บัฟเฟตต์ อภิมหาเศรษฐีนักลงทุน รวมทั้งมีการระบุตัว ลอรา ไทสัน อดีตที่ปรึกษาด้านการบริหารของคลินตัน อาจได้รับเลือกเป็นขุนคลังคนใหม่ด้วย

โอบามายังอาจประกาศชื่อบุคคลที่จะเข้ารับตำแหน่งที่ปรึกษาระดับสูงในทีมเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีกในเร็วๆ นี้ โดยอาจเป็นออสแตน กูลสบี นักเศรษฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยชิคาโก หรือเจสัน เฟอร์แมน อดีตที่ปรึกษาเศรษฐกิจของประธานาธิบดีคลินตัน

ส่วนรัฐมนตรีการต่างประเทศนั้น คาดกันว่าอาจเป็นวุฒิสมาชิกจอห์น แคร์รี แห่งรัฐแมสซาชูเสตต์พรรคเดโมแครต,ริชาร์ด โฮลบรูค อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศ,วุฒิสมาชิกชัค ฮาเกล แห่งรีพับลิกัน หรือแซม นัน อดีตวุฒิสมาชิกเดโมแครตมลรัฐจอร์เจีย

นอกจากนั้นเจมส์ สไตน์เบิร์ก อดีตที่ปรึกษาของคลินตัน ก็มีแนวโน้มสูงที่จะขึ้นเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ ในขณะที่ซูซาน ไรซ์ ผู้ช่วยของคลินตันอีกคนหนึ่งอาจได้รับตำแหน่งระดับสูงด้วยเช่นกัน

แต่โอบามาก็ยังคงต้องพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายต่างประเทศที่อยู่ในทีมรณรงค์หาเสียงของเขาทั้ง 3 คนด้วย คือ มาร์ก ลิปเพิร์ต และเดนิส แมคโดนัฟ ซึ่งเป็นอดีตผู้ช่วยในวุฒิสภา รวมทั้งเบน โรดส์ มือเขียนสุนทรพจน์ด้านนโยบายต่างประเทศของโอบามา

สำหรับตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม มีข่าวว่าโอบามาอาจให้โรเบิร์ต เกตส์ ดำรงตำแหน่งต่อไป แต่ก็อาจจะพิจารณาริชาร์ด ดานซิก อดีตรัฐมนตรีทบวงทหารเรือ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาใกล้ชิดคนหนึ่งของโอบามาเอง


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: