Posted by: management2008 | พฤศจิกายน 7, 2008

วัฒนธรรมองค์กรในยุคอินเทอร์เน็ต

ปัจจุบันนี้ผู้บริหารองค์กรต่างต้องใช้ความเป็นผู้นำในการบริหารจัดการธุรกิจควบคู่ไปกับเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อที่จะบรรลุผลสำเร็จในการนำเทคโนโลยีมาช่วยลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรตลอดจนแสดงถึงผลตอบแทนจากการลงทุน
บริษัทและองค์กรไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ต่างก็ได้เผชิญกับความท้าทายในการใช้แนวคิดด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่มักจะต้องมีการลงทุนสูงมาประยุกต์ใช้กับระบบบริหารจัดการองค์กรที่มีความซับซ้อนและถือเป็นหัวใจของการดำเนินธุรกิจไม่ว่าจะเป็นการสร้างองค์กรให้มีความคล่องตัวในการตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของตลาด การสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าโดยไม่เพิ่มภาระที่มากเกินไปกับพนักงาน การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยไม่เพิ่มค่าใช้จ่าย ฯลฯ
ในการที่จะใช้ประโยชน์สูงสุดจากเทคโนโลยีสารสนเทศและอินเทอร์เน็ตนั้น บริษัทหรือองค์กรต่างๆ จำเป็นที่จะต้องเตรียมความพร้อมในการปรับเปลี่ยนไม่เฉพาะแต่กระบวนการทางธุรกิจเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงวัฒนธรรมขององค์กรอีกด้วย
การนำอินเทอร์เน็ตมาเป็นเครื่องมือในการทำธุรกิจนั้นมีเรื่องที่จะต้องคำนึงถึงมากไปกว่าการเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะ สมเท่านั้น ซึ่งองค์กรที่มีแผนในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและอินเทอร์เน็ตมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และสร้างความได้เปรียบในทางธุรกิจจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเตรียมความพร้อมในการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรให้เปิดกว้างในการรับสิ่งใหม่
อาจจะเรียกได้ว่าเป็นวัฒนธรรมด้านอินเทอร์เน็ตที่จะวางรากฐานระบบอินเทอร์เน็ตไว้ในใจกลางของการดำเนินธุรกิจ และสนับสนุนให้มีการใช้งานบนเครือข่ายด้านเทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็นกระบวนการทางธุรกิจที่จะต้องมีการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกองค์กรตลอดจนการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ
รูปแบบการบริหารจัดการที่ดีหรือธรรมาธิบาล (Good Governance) สามารถช่วยให้องค์กรออกแบบพัฒนาดำเนินงาน และควบคุมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างมีสมดุล ทั้งยังจะเป็นการเพิ่มมูลค่าของเทคโนโลยีให้กับการบริหารองค์กรรวมถึงการลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดการดำเนินงานที่ซ้ำซ้อนในภาพรวม ซึ่งจะเป็นการจัดแนวทางในเรื่องความปลอดภัยของระบบและความสามารถในการทำงานร่วมกันได้ของแอพพลิเคชั่นต่างๆ
นอกเหนือไปจากการใช้งานเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตและแอพพลิเคชั่นบนระบบเครือข่ายแล้วนั้นบริษัทหรือองค์กร ที่ได้เริ่มปรับเปลี่ยนมาใช้วัฒนธรรมด้านอินเทอร์เน็ตนั้นต่างได้ยึดในหลักการ 6 ประการที่ทำให้พวกเขาแตกต่างจากองค์กรที่ยังคงใช้วัฒนธรรมองค์กรแบบเดิมดังต่อไปนี้ความเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ และความเป็นผู้นำ

ความเต็มใจในการแบ่งปันข้อมูลทางธุรกิจ
การให้ความสำคัญแก่พนักงานและความรับผิดชอบ
ความร่วมมือและสิ่งแวดล้อมในการทำงานร่วมกันเป็นทีม
การเน้นย้ำในการสื่อสารแบบเปิดเผยและซื่อสัตย์ต่อกัน
เปิดตัวเองกับความคิดริเริ่มและให้โอกาสกับความแนวความคิดใหม่ๆ
แต่อย่างไรก็ตาม เราสามารถที่จะนำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตมาใช้แต่เพียงอย่างเดียวหรือจะนำเอาหลักการทั้ง 6 ข้อที่กล่าวมานี้มาประยุกต์ใช้ร่วมกันในการดำเนินธุรกิจก็ได้ ทั้งนี้ ผลลัพท์ของทั้งสองส่วนนี้จะเสริมกันและกันและจะช่วย เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานเป็นทวีคูณซึ่งจะเห็นได้ว่าวัฒนธรรมด้านอินเทอร์เน็ตนั้นสามารถส่งผลหลายประการ ให้กับองค์กรในอันที่จะสามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างรวดเร็วและสร้างโอกาสทางธุรกิจ ตลอดจนการให้บริการลูกค้าที่ดีเลิศรวมไปถึงการทำงานร่วมกันกับพันธมิตรทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กระบวนการในการสร้างระบบธุรกิจแบบอินเทอร์เน็ตนั้น อาจจะยุ่งยากและมีความซับซ้อนบ้าง แต่เมื่อเราได้ใช้เครื่อง มือทางอินเทอร์เน็ตซึ่งสามารถช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการสื่อสารและการทำงานร่วมกันดังนั้นองค์กรที่พยายามที่จะสร้างระบบการทำงานใหม่โดยใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตอาจต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ
อาทิ ทัศนคติต่อการทำงานร่วมกันกับองค์กรภายนอกที่อาจถูกมองเป็นอุปสรรคแทนที่จะเป็นโอกาสใหม่ในการทำงาน, ระบบการทำงานแบบขั้นที่ปิดกั้นความคิดริเริ่มและแนวคิดใหม่ๆ ของพนักงานในองค์กร, ความล่าช้าของวัฒนธรรมองค์กรที่เมื่อมีข้อผิดพลาดของโครงการก็เพียงแค่หาจุดผิดพลาดและกล่าวโทษต่อความผิดนั้น หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ พยายามเลี่ยงความเสี่ยงมากกว่าที่จะมองหาโอกาส และการกำหนดหน้าที่ของพนักงานที่ถูกตีกรอบเอาไว้เฉพาะตามเอกสารการทำงานเท่านั้น
ตัวอย่างทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ถ้าไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมไว้ก็อาจจะทำให้ไม่สามารถใช้งานเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตได้อย่างเต็มที่
ท่านผู้อ่านคงจะพอเห็นแล้วว่าวัฒนธรรมขององค์กรด้านอินเทอร์เน็ตมีความสำคัญเพียงไร ในการที่จะได้ประโยชน์สูงสุดจากการใช้เทคโนโลยีด้านอินเทอร์เน็ตสำหรับธุรกิจ
กระแสในการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานนั้น ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่อะไร แต่ในปัจจุบันได้มีการเน้นย้ำกันอย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยเร่งให้เกิดการดำเนินการสิ่งหนึ่งสิ่งใดรวดเร็วยิ่งขึ้น องค์กรต่างๆ ควรที่จะหันมาดูความรวดเร็วในการรับและใช้งานเทคโนโลยีใหม่ๆ ว่าในแต่โครงการนั้นใช้เวลามากน้อยเพียงไรที่จะทำให้ความคิดริเริ่มนั้นถูกนำเอามาใช้งานได้จริงในองค์กร
ความพยายามในการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานนั้นได้ถูกตีความหมายไปต่างๆ นานา บ้างก็เน้นไปที่การลดจำนวนบุคลากรซึ่งเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดแต่ก็จะเกิดผลเสียตามมาในด้านขวัญและกำลังใจของพนักงานมากที่สุดเช่นกัน
ในบางองค์กรก็ตีความหมายไปในการให้ความสำคัญกับการใช้ประโยชน์อย่างสูงสุดจากเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันและมีน้อยองค์กรมากที่จะมองทะลุไปถึงความหมายของการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานโดยการลงทุนด้านเทคโนโลยีและแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ เพิ่มที่จะเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันโดยการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและลดต้นทุนการดำเนินงาน
และบ่อยครั้งทีเดียวที่แนวคิดที่จะใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ประกอบกับแอพพลิเคชั่นไม่สามารถผ่านการพิจารณา ซึ่งเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเทคโนโลยีนั้นไม่ใช่สิ่งวิเศษที่จะสามารถแก้ไขปัญหาด้านประสิทธิภาพและการเพิ่มผลกำไรได้ แต่การที่จะทำให้ประสบความสำเร็จนั้นต้องคำนึงถึงผลตอบแทนด้านการลงทุนด้วย ซึ่งถ้าระยะเวลาของผลตอบแทนในการลงทุนนั้นยาวเกิน 12-18 เดือนแล้วละก็ผู้ บริหารระดับสูงก็คงไม่มั่นใจที่จะลงทุนในเทคโนโลยีเหล่านั้นแต่ในอีกมุมมองหนึ่งที่ผู้บริหารองค์กรต่างๆ ทราบดีก็คือ ถ้าพวกเขาตัดสินใจที่จะไม่ลงทุนในเทคโนโลยีหรือปรับกลยุทธ์ในการบริหารจัดการขององค์กรแล้วองค์กรก็อาจที่จะไม่สามารถแข่งขันและคงอยู่ได้
โดยเมื่อบริษัทหรือองค์กรของท่านได้พัฒนาวัฒนธรรมด้านอินเทอร์เน็ตแล้วนั้น กระบวนการต่างๆ ภายในองค์กรก็จะ ช่วยผลักดันการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศและอินเทอร์เน็ตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในทุกๆ ด้าน อาทิ

ด้านบุคลากร – วัฒนธรรมด้านอินเทอร์เน็ตได้เปิดโอกาสให้พนักงานได้มีโอกาสในการตัดสินใจและมีความรับผิดชอบมากยิ่งขึ้นโดยองค์กรต้องสนับสนุนให้พนักงานสามารถทำงานและตัดสินใจได้โดยการให้ข้อมูลต่างๆ ที่พวกเขาต้องการ
การเปิดกว้างในการสื่อสาร – วัฒนธรรมด้านอินเทอร์เน็ตนั้นมองว่าข้อมูลข่าวสารจะมีค่าก็ต่อเมื่อพร้อมและ สามารถให้พนักงานทุกคนเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้
มุ่งเน้นการเป็นผู้นำ – วัฒนธรรมด้านอินเทอร์เน็ตต้องการการเป็นผู้นำขององค์กรซึ่งแตกต่างจากการมุ่งเน้น แต่การบริหารจัดการเท่านั้นในยุคเศรษฐกิจแบบอินเทอร์เน็ตที่มีความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราไม่สามารถใช้เพียงการบริหารจัดการในการดูแลธุรกิจแต่ต้องใช้การเป็นผู้นำที่จะพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ
ความคิดริเริ่มและพร้อมที่จะรับความเสี่ยง – วัฒนธรรมด้านอินเทอร์เน็ตมองว่าความผิดพลาดนั้นเป็นโอกาส ในการเรียนรู้ในการแก้ปัญหาและวางรากฐานสู่ความสำเร็จในอนาคตมากกว่าที่จะพยายามหาข้อผิดพลาด และกล่าวโทษให้กับใคร
การทำงานร่วมกันเป็นทีม – วัฒนธรรมด้านอินเทอร์เน็ตวางรากฐานในสภาวะและสิ่งแวดล้อมในการทำงาน ที่คล่องตัวและปรับตัวได้ง่ายเพื่อที่จะรับกับความเปลี่ยนแปลงของลูกค้าและตลาดได้อย่างรวดเร็ว
การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องใช้เวลาแต่ถ้าบุคลากรในองค์กรทุกคนร่วมมือกันแล้วล่ะก็เราอาจจะไม่เชื่อเลยว่าวัฒนธรรมองค์กรนั้นสามารถเปลี่ยนได้รวดเร็วเพียงใดในยามที่องค์กรต้องเผชิญกับความท้าทายทางธุรกิจหรือในยามวิกฤตความคล่องตัวในการปรับและเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรในการรับเทคโนโลยีและการใช้งานนั้นถือเป็นหัวใจหลักที่จะทำให้องค์กรก้าวหน้าต่อไป


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: