Posted by: management2008 | พฤศจิกายน 3, 2008

“วิกฤตว่างงาน”โจทย์ใหญ่ ปี 2552

เศรษฐกิจในปีหน้าของประเทศไทย อยู่ในภาวะผันผวน สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือเรื่องปัญหาการว่างงาน วันนี้เราลองอ่านบทวิเคราะห์ของหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจกันครับ เผื่อจะมีแนวทางในการรับมือปัญหาดังกล่าว
แม้ก่อนหน้านี้หน่วยงานสำคัญของภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้องอย่างธนาคารแห่งประเทศไทยจะพยายามออกมาสร้างความ เชื่อมั่นว่า วิกฤตเศรษฐกิจโลกที่ลุกลามจากสหรัฐอเมริกาขยายผลไปยังยุโรป เอเชีย และทุกภูมิภาค ทั่วโลกนั้น น่าจะมีผลกระทบกับประเทศไทยไม่มากนัก เนื่องจากสถาบันการเงินไทยยัง เข้มแข็งและมีการลงทุนโดยตรงกับกลุ่มสถาบันการเงินที่มีปัญหาในสหรัฐไม่มากนักแต่เมื่อภาพแท้จริงค่อยๆ ปรากฏออกมาเป็นผลกระทบอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เฉพาะสถาบันการเงินทั่วโลกจะติดเชื้อโรคระบาดจากสหรัฐเท่านั้น ภาคเอกชนหลักหรือเรียลเซ็กเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมการบิน อุตสาหกรรมรถยนต์ ฯลฯ ก็เปิดเผยข้อมูลที่ชัดเจนออกมาว่า คงหลีกเลี่ยงการตั้งรับปัญหาด้วยการลดต้นทุน ลดขนาดองค์กร และลดกำลังคนไม่ได้

คลื่นที่ซัดจากภายนอกประเทศในลักษณะ ดังกล่าวจึงกลายเป็นที่มาของการประเมินสถานการณ์โดยองค์กรตัวแทนภาคเอกชนอย่างสภาหอการค้าไทยและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยระบุว่า ในปี 2552 ที่จะมา ถึงนี้อาจมีการลดกำลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรมการผลิตทั้งในประเทศและอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งจะมีจำนวนแรงงานที่ต้องว่างงานลงมากถึงประมาณ 1 ล้านคน ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงความกังวลที่ว่าผู้จบการศึกษาในปี 2552 อีกประมาณ 7 แสนคน ซึ่งจะต้องเข้าสู่ระบบการจ้างงานนั้นก็อาจกลายเป็นผู้ว่างงานด้วยเช่นกัน เนื่องเพราะไม่มีการลงทุนเพิ่ม ไม่ขยายกำลังผลิตที่จะรองรับแรงงานหน้าใหม่เหล่านั้น

ปัจจัยสำคัญที่ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน หรือ นักวิเคราะห์ที่ติดตามปัญหาแรงงานมาตลอด ตั้งสมมุติฐานในขณะนี้คือแรงเหวี่ยงจากกำลังซื้อของลูกค้าทั้งในอเมริกา ยุโรป เอเชีย หรือแม้แต่ตะวันออกกลางจะลดลงอย่างแน่นอนในปี 2552 ส่งผลให้กำลังการผลิตของผู้ประกอบการไทยไม่สามารถเพิ่ม หรืออาจต้องลดกำลังการผลิตลงขณะเดียวกันกำลังซื้อภายในประเทศก็ถดถอย โอกาสที่ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม แรงงานจะปะทุขึ้นพร้อมๆ กันก็มีความเป็นไปได้สูง

อย่างไรก็ตามดูเหมือนรัฐบาล ผู้กำหนดนโยบาย และเตรียมมาตรการรองรับสถาน การณ์จะเพิ่งเริ่มขยับหาวิธีการช่วยเหลือด้วยการเสนอให้ลดเงินนำส่งเข้ากองทุนประกันสังคม เพื่อลดภาระของทั้งคนทำงานและเอกชนผู้จ้างงาน แต่นั่นดูจะยังเป็นแค่ปลายเหตุเท่านั้น ในเมื่อปัญหาที่สร้างความหวั่นวิตกให้กับแรงงานคือความเสี่ยงต่อการตกงาน รวมถึงแรงงานใหม่ที่กำลังจะจบการศึกษาเข้าแข่งขันต่อสู้เพื่อแย่งตำแหน่งงานก็ยังมองไม่ค่อยเห็นอนาคตสักเท่าไหร่

นี่คือโจทย์ที่ท้าทายสำหรับปี 2552 ปีที่อาจได้เห็นวิกฤตว่างงานรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และที่สำคัญยังไม่มีความหวังจากหน่วยงานภาครัฐที่จะวางแผนรองรับสถานการณ์อย่างรอบคอบ รอบด้าน ดังนั้นอนาคตของ “มนุษย์เงินเดือน” หรือลูกจ้างทั้งหลายจึง ขึ้นอยู่กับการยืนด้วยขาของตัวเอง และต้อง เตรียมพร้อมรับพายุใหญ่ที่กำลังจะรุมเร้าเข้ามาในอนาคตอันใกล้นี้แล้ว


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: