<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Management2008's Weblog</title>
	<atom:link href="http://management2008.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://management2008.wordpress.com</link>
	<description>Just another WordPress.com weblog</description>
	<lastBuildDate>Tue, 24 Aug 2010 06:29:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='management2008.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>Management2008's Weblog</title>
		<link>http://management2008.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://management2008.wordpress.com/osd.xml" title="Management2008&#039;s Weblog" />
	<atom:link rel='hub' href='http://management2008.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>กระตุ้นสมองแก้หลงลืมในวัยทำงาน</title>
		<link>http://management2008.wordpress.com/2010/08/24/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://management2008.wordpress.com/2010/08/24/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 24 Aug 2010 06:29:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>management2008</dc:creator>
				<category><![CDATA[Leadership]]></category>
		<category><![CDATA[หลงลืม]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ลืม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://management2008.wordpress.com/?p=620</guid>
		<description><![CDATA[สมองคนเรามหัศจรรย์กว่าเจ้าคอมพิวเตอร์สมองกลเป็นไหนๆ โดยเฉพาะคนวัยทำงานสมองดี ความจำดี ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง หากโหมทำงานจนละเลยสุขภาพตัวเอง อะไรๆ ที่เคยใช้การได้ดีก็อาจรวนขึ้นมา ใครที่รู้ตัวว่าเริ่มจะขี้หลงขี้ลืม ควรกระตุ้นสมอง ให้ความจำดีขึ้น ยังไม่แก่&#8230;แต่ทำไมขี้ลืม อาการหลงลืมง่ายของคนวัยทำงาน มักเกิดจากความเครียด ความวิตกกังวลจากการงานระหว่างวัน ทำให้เมื่อถึงเวลานอนหลับพักผ่อน ก็หลับไม่สนิท นอนหลับๆ ตื่นๆ ทำให้เวลาพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียเรื้อรังตามมา นอกจากนั้นแล้ว ชีวิตที่รีบเร่ง ซึ่งทำให้รับประทานอาหารไม่ถูกต้อง และขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้ความสามารถในการจำลดลงได้ วิธีฟื้นความสามารถในการจดจำมีอยู่หลากหลายวิธี ได้เวลาปรับเปลี่ยนชีวิตนิดๆ หน่อยๆ ให้ไม่หลงลืมง่ายและจำแม่นขึ้น กระตุ้นสมองช่วยจำ เคล็ดลับน่าสนใจว่า แต่ละคนมีความถนัดในการเก็บข้อมูลเข้าสู่สมอง แตกต่างกัน บางคนชอบที่จะฟังเพื่อเก็บข้อมูล บางคนชอบเรียนรู้ผ่านภาพ การกระตุ้นสมองควรทำทุกอย่างควบคู่กันไป   o กระตุ้นสมองให้ตื่นตัวเสมอ ยามว่างลองใช้ เวลาเล่นปริศนาอักษรไขว้ (crossword) หรือเกมปริศนาอื่นๆ เช่น เกมปริศนาตัวเลขซูโดคุ การเล่นเกมปริศนาเหล่านี้ มีส่วนช่วยกระตุ้นสมองให้ตื่นตัว และทำงานประสานกันดีขึ้น ช่วยฝึกไหวพริบ และกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์   o ติดตามข่าวสาร ซึ่งอาจเป็นข่าวสารของครอบครัว ข่าวภายในประเทศ และข่าวต่างประเทศ นอกจากนั้นแล้วการอ่านหนังสือที่ให้ความรู้ใหม่ๆ ก็กระตุ้นสมองได้อย่างดี [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=management2008.wordpress.com&amp;blog=1769186&amp;post=620&amp;subd=management2008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สมองคนเรามหัศจรรย์กว่าเจ้าคอมพิวเตอร์สมองกลเป็นไหนๆ โดยเฉพาะคนวัยทำงานสมองดี ความจำดี ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง หากโหมทำงานจนละเลยสุขภาพตัวเอง อะไรๆ ที่เคยใช้การได้ดีก็อาจรวนขึ้นมา ใครที่รู้ตัวว่าเริ่มจะขี้หลงขี้ลืม ควรกระตุ้นสมอง ให้ความจำดีขึ้น<br />
ยังไม่แก่&#8230;แต่ทำไมขี้ลืม<br />
อาการหลงลืมง่ายของคนวัยทำงาน มักเกิดจากความเครียด ความวิตกกังวลจากการงานระหว่างวัน ทำให้เมื่อถึงเวลานอนหลับพักผ่อน ก็หลับไม่สนิท นอนหลับๆ ตื่นๆ ทำให้เวลาพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียเรื้อรังตามมา<br />
นอกจากนั้นแล้ว ชีวิตที่รีบเร่ง ซึ่งทำให้รับประทานอาหารไม่ถูกต้อง และขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้ความสามารถในการจำลดลงได้</p>
<p>วิธีฟื้นความสามารถในการจดจำมีอยู่หลากหลายวิธี ได้เวลาปรับเปลี่ยนชีวิตนิดๆ หน่อยๆ ให้ไม่หลงลืมง่ายและจำแม่นขึ้น<br />
กระตุ้นสมองช่วยจำ<br />
เคล็ดลับน่าสนใจว่า แต่ละคนมีความถนัดในการเก็บข้อมูลเข้าสู่สมอง แตกต่างกัน บางคนชอบที่จะฟังเพื่อเก็บข้อมูล บางคนชอบเรียนรู้ผ่านภาพ การกระตุ้นสมองควรทำทุกอย่างควบคู่กันไป<br />
  o กระตุ้นสมองให้ตื่นตัวเสมอ ยามว่างลองใช้ เวลาเล่นปริศนาอักษรไขว้ (crossword) หรือเกมปริศนาอื่นๆ เช่น เกมปริศนาตัวเลขซูโดคุ การเล่นเกมปริศนาเหล่านี้ มีส่วนช่วยกระตุ้นสมองให้ตื่นตัว และทำงานประสานกันดีขึ้น ช่วยฝึกไหวพริบ และกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์<br />
  o ติดตามข่าวสาร ซึ่งอาจเป็นข่าวสารของครอบครัว ข่าวภายในประเทศ และข่าวต่างประเทศ นอกจากนั้นแล้วการอ่านหนังสือที่ให้ความรู้ใหม่ๆ ก็กระตุ้นสมองได้อย่างดี<br />
  o เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่ท้าทายความสามารถ เช่น เรียนภาษาต่างประเทศ สมาคมพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนกลุ่มใหม่ๆ ก็ช่วยกระตุ้นสมองให้ตื่นตัวได้เช่นกัน<br />
  o กระตุ้นความจำระยะยาว หลายคนคงเคยมี ประสบการณ์จำอะไรๆ ได้เพียงระยะเวลาสั้นๆ การกระตุ้นความจำระยะยาว จึงควรฝึกอย่างสม่ำเสมอ หากมีข้อมูลสำคัญยากๆที่ต้องจดจำ ก็ลองใช้วิธีจับตัวอักษรของข้อมูลนั้น สร้างสัญลักษณ์หรือผูกเป็นประโยค เพื่อให้จำง่ายขึ้น<br />
  o เตือนความจำ ทบทวนข้อมูลใหม่ๆ ซ้ำเสมอเป็นสิ่งจำเป็น วิธีหนึ่งที่ช่วยได้ ก่อนนอน ใช้เวลาทบทวนสิ่งที่ได้ทำมาในแต่ละวัน<br />
  o จดบันทึกช่วยจำ การจดบันทึกอีกครั้ง ช่วยให้จำได้แม่นยำขึ้นได้ ที่สำคัญคือช่วยให้เราไม่พลาดลืมสิ่งสำคัญๆ</p>
<p>หายใจอย่างไรให้ความจำดี<br />
การหายใจบางวิธี มีส่วนช่วยให้การจดจำดี ขึ้น การหายใจตื้นและเร็วขณะวิตกกังวล ทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้ไม่ดีเท่าที่ควร ในระยะยาวอาจมีผลเสียต่อความจำได้ การหายใจแบบโยคะต่อไปนี้ช่วยได้ ลองฝึกดู<br />
  1. นอนหงายในท่าศพ หรือที่เราเรียกกันว่าแผ่สองสลึง อาจมีผ้าพับรองศีรษะหรือหลังไว้<br />
  2. หลับตา แต่ให้คิดว่าสายตาจดจ้องอยู่ตรงหน้าอก ผ่อนคลาย และสังเกตว่าลมหายใจค่อยๆ ช้าลง<br />
  3. รับรู้ตามลมหายใจที่ผ่านเข้าออกร่างกาย <br />
  4. ฟังเสียงหายใจเบาๆ สังเกตความแตกต่างระหว่างลมหายใจเข้า และลมหายใจออก<br />
รับรองว่าวิธีหายใจแบบนี้ทำให้หายใจได้ลึก ซึ่งทำให้รู้สึกสบายและผ่อนคลายขึ้น พลอยทำให้ความจำดีขึ้นด้วย</p>
<p>อาหารบำรุงสมอง<br />
การกินอาหาร เพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยให้สมองทำงานได้ดี จึงขอแนะนำให้กินมื้อละน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง อาหารบางประเภทมีประโยชน์ต่อสมอง และความสามารถในการจดจำโดยตรง<br />
  1. อาหารพวกธัญพืช ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดพืชต่างๆ อาหาร เหล่านี้อุดมด้วยกรดโฟลิก แคลเซียม ทองแดง ไอโอดีน เหล็ก สังกะสี แมกนีเซียม แมงกานีส ซีลีเนียม กรดไขมันจำเป็น วิตามินบี และวิตามินอี ซึ่งสารอาหารเหล่านี้ ช่วยการทำงานของระบบประสาท และหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง<br />
  2. ปลาที่มีมันมาก เช่น ปลาแซลมอน มีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่เป็นกรดไขมันจำเป็น และยังมี DHA และ ฟอสโฟไลปิด ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของผนังเซลล์ทุกชนิด<br />
  3. วิตามินเสริมและเกลือแร่รวมต่างๆ ได้แก่ กลุ่มวิตามินบี วิตามินอี น้ำมันปลา ฟอสฟาทิดิล ซีรีน (phosphatidyl serine) ซึ่งสมองใช้ในการเรียกความทรงจำ และยังชะลออาการหลงลืมได้ด้วย</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/management2008.wordpress.com/620/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/management2008.wordpress.com/620/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/management2008.wordpress.com/620/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/management2008.wordpress.com/620/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/management2008.wordpress.com/620/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/management2008.wordpress.com/620/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/management2008.wordpress.com/620/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/management2008.wordpress.com/620/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/management2008.wordpress.com/620/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/management2008.wordpress.com/620/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/management2008.wordpress.com/620/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/management2008.wordpress.com/620/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/management2008.wordpress.com/620/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/management2008.wordpress.com/620/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=management2008.wordpress.com&amp;blog=1769186&amp;post=620&amp;subd=management2008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://management2008.wordpress.com/2010/08/24/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/7e5e9ddea5c9e816856da9be0793c8e9?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">management2008</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>หมดยุคทองมือถือ&#8221;เฮาส์แบรนด์&#8221; เจอศึกหนักแบรนด์ใหญ่ทุบราคาทวงคืนมาร์เก็ตแชร์</title>
		<link>http://management2008.wordpress.com/2010/07/12/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%96%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%9a/</link>
		<comments>http://management2008.wordpress.com/2010/07/12/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%96%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%9a/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 Jul 2010 07:49:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>management2008</dc:creator>
				<category><![CDATA[การบริหารธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[strategic management]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาดมือถือ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดมือถือ]]></category>
		<category><![CDATA[มือถือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://management2008.wordpress.com/?p=616</guid>
		<description><![CDATA[ที่มา ประชาชาติธุรกิจ ตลาดมือถือ &#8220;เฮาส์แบรนด์&#8221; สู่ยุคขาลงหลังโดนอินเตอร์แบรนด์ส่งสินค้าราคาต่ำแย่งมาร์เก็ตแชร์คืน ขาใหญ่ &#8220;จีเนท-เวลคอม&#8221; ยอมรับถูกบีบไล่ราคาลงเหลือเฉลี่ยไม่เกิน 2 พันบาท ส่งผลมูลค่าตลาดเฮาส์แบรนด์ลดลง ชี้เฮาส์แบรนด์หลักเหลือ 3-4 ราย เวลคอมเร่งปรับตัวส่งมือถือแอนดรอยด์กว่า 10 รุ่นชิมลาง คาดปลายปีเปิดสงครามราคารอบใหม่ หลัง &#8220;โนเกีย-ซัมซุง&#8221; เตรียมส่งมือถือ 2 ซิม-ทัชสกรีนราคาต่ำเขย่าตลาดอีกระลอก ขณะที่ &#8220;จีเนท&#8221; รุกเสริมงานบริการหลังการขาย นายไพโรจน์ ถาวรสภานันท์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีจี โฟน จำกัด กล่าวกับ &#8220;ประชาชาติธุรกิจ&#8221; ว่า จากข้อมูลวิจัยตลาดของ &#8220;จีเอฟเค&#8221; คาดว่าปัจจุบันมือถือเฮาส์แบรนด์มีสัดส่วนใน ตลาดประมาณ 30% จากตลาดรวมมือถือประมาณ 8 แสน ถึง 1 ล้านเครื่องต่อเดือน โดยไอโมบายมีส่วนแบ่งการตลาดเฮาส์ แบรนด์สูงสุด ตามมาด้วยจีเนทและเวลคอม แต่หากรวมแบรนด์เล็ก ๆ น้อย ๆ จากประเทศจีน [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=management2008.wordpress.com&amp;blog=1769186&amp;post=616&amp;subd=management2008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ที่มา ประชาชาติธุรกิจ</p>
<p>ตลาดมือถือ &#8220;เฮาส์แบรนด์&#8221; สู่ยุคขาลงหลังโดนอินเตอร์แบรนด์ส่งสินค้าราคาต่ำแย่งมาร์เก็ตแชร์คืน ขาใหญ่ &#8220;จีเนท-เวลคอม&#8221; ยอมรับถูกบีบไล่ราคาลงเหลือเฉลี่ยไม่เกิน 2 พันบาท ส่งผลมูลค่าตลาดเฮาส์แบรนด์ลดลง ชี้เฮาส์แบรนด์หลักเหลือ 3-4 ราย เวลคอมเร่งปรับตัวส่งมือถือแอนดรอยด์กว่า 10 รุ่นชิมลาง คาดปลายปีเปิดสงครามราคารอบใหม่ หลัง &#8220;โนเกีย-ซัมซุง&#8221; เตรียมส่งมือถือ 2 ซิม-ทัชสกรีนราคาต่ำเขย่าตลาดอีกระลอก ขณะที่ &#8220;จีเนท&#8221; รุกเสริมงานบริการหลังการขาย</p>
<p>นายไพโรจน์ ถาวรสภานันท์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีจี โฟน จำกัด กล่าวกับ &#8220;ประชาชาติธุรกิจ&#8221; ว่า จากข้อมูลวิจัยตลาดของ &#8220;จีเอฟเค&#8221; คาดว่าปัจจุบันมือถือเฮาส์แบรนด์มีสัดส่วนใน ตลาดประมาณ 30% จากตลาดรวมมือถือประมาณ 8 แสน ถึง 1 ล้านเครื่องต่อเดือน โดยไอโมบายมีส่วนแบ่งการตลาดเฮาส์ แบรนด์สูงสุด ตามมาด้วยจีเนทและเวลคอม แต่หากรวมแบรนด์เล็ก ๆ น้อย ๆ จากประเทศจีน จะมีส่วนแบ่งประมาณ 30-35% ถือเป็นสัดส่วนที่ลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2552 ซึ่งเฮาส์แบรนด์มีส่วนแบ่งตลาดทั้งหมดเกือบ 40% เนื่องจากสินค้าไม่ได้มาตรฐาน และปัญหาเรื่องบริการหลังการขาย รวมถึงเรื่องมาร์จิ้นสินค้าลดลง และใกล้เคียงกับอินเตอร์แบรนด์มากขึ้น</p>
<p>ขณะที่ด้านมูลค่าตลาดของมือถือเฮาส์แบรนด์จะลดลงประมาณ 25-30% เพราะจากต้นปี ราคามือถือเฮาส์แบรนด์เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3 พันบาท แต่สิ้น ไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ราคาเฉลี่ยลดเหลือไม่เกิน 2 พันบาท เพราะการแข่งขันราคาที่รุนแรง อินเตอร์แบรนด์ส่งมือถือรุ่นใหม่ ๆ เจาะตลาดแมสพร้อมกับลดราคาลง ใกล้เคียงกับเฮาส์แบรนด์มากขึ้น ทำให้ เฮาส์แบรนด์ต้องปรับราคาหนี และอาจเป็นไปได้ที่ราคาเฉลี่ยสินค้าของเฮาส์แบรนด์จะลดลงกว่านี้ เนื่องจากอินเตอร์ แบรนด์ ทั้ง โนเกีย ซัมซุง มีแผนจะส่งมือถือรุ่นใหม่ ราคาต่ำ ที่น่าสนใจเข้าสู่ตลาดเร็ว ๆ นี้</p>
<p>เช่น โนเกียมีมือถือ 2 ซิม เป็นเบสิกโฟนราคาต่ำ รวมถึงรุ่น C3 ซึ่งเป็นมือถือคีย์บอร์ด QWERTY ราคา 4,190 บาท รุ่น X2 กล้อง 5 ล้านพิกเซล ราคา 4,190 บาท เข้ามาช่วงไตรมาส 3 ขณะที่ซัมซุงมีแผนจะเปิดตัวซัมซุง Champ หน้าจอทัชสกรีน ราคาเพียง 2,990 บาท เป็นต้น ส่งผลให้ปัจจุบันเฮาส์แบรนด์ต้องปรับตัวมากขึ้น คือมีมือถือแอนดรอยด์, มือถือ QWERTY ดูทีวีได้ ราคาถูกลง รวมถึงมือถือติดจีพีเอส เข้ามาเป็นทางเลือกมากขึ้น</p>
<p>&#8220;ตอนนี้อยู่ในช่วงขาลงของเฮาส์แบรนด์ หากไม่ใช่แบรนด์ที่ติดตลาดแล้ว หรือแบรนด์ของเชนสโตร์ยังไม่มีแบรนด์ใหม่เข้าสู่ตลาด รายล่าสุดคือออปโป (OPPO) เฮาส์แบรนด์เบอร์ 2 ของประเทศจีน ซึ่งทีจีโฟนก็เป็นตัวแทนจำหน่ายอยู่ ระดับราคาอยู่ที่ 3,900-7,900 บาท จับกลุ่มลูกค้าระดับกลาง ตัวนี้เน้นในแง่รายได้ ไม่ได้เน้นมาร์เก็ตแชร์มากนัก&#8221;</p>
<p>ด้านนายสมชาย รวมก้อนทอง ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท นิวเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้จำหน่ายโทรศัพท์มือถือแบรนด์ Wellcom (เวลคอม) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดมือถือเฮาส์แบรนด์ปีนี้ คาดว่ามี สัดส่วนเกือบ 30% (ไม่รวมไอโมบาย) ใกล้เคียงจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากอินเตอร์แบรนด์มีการปรับกลยุทธ์ราคา ลงมาใกล้เคียงเฮาส์แบรนด์มากขึ้น ทำให้เฮาส์แบรนด์ต้องปรับราคาต่ำลงเพื่อเอาตัวรอด ส่งผลให้ปัจจุบันตลาดหลักของเฮาส์แบรนด์ลงไปอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 2 พันบาท</p>
<p>&#8220;ราคามือถืออาจมีการสไลด์ราคาสินค้าอีกรอบ เพราะหลายแบรนด์ไม่ได้ยอดขายตามเป้า เพราะผลกระทบจากเศรษฐกิจช่วงเดือน 3-4 ที่ผ่านมา ทำให้ปลายปีอาจจะเกิดสงครามราคา ทั้งฝั่งอินเตอร์แบรนด์และเฮาส์แบรนด์&#8221;</p>
<p>ขณะที่ผู้เล่นเฮาส์แบรนด์รายใหม่ ๆ คาดว่าจะแทรกตัวเข้าสู่ตลาดไทยยาก ต้องอาศัยความแข็งแกร่งอย่างมาก ส่วนใหญ่จะเข้ามาฉาบฉวย เพราะหมดช่วงบิ๊กบูมของเฮาส์แบรนด์แล้ว และตลาดมีการแข่งขันสูงมาก ผู้เล่นเดิมที่อยู่ในตลาดต้องหาตลาดใหม่ ๆ เช่น สมาร์ทโฟน เพื่อกระตุ้นยอดขายเช่นกัน หรือบางแบรนด์ต้องสร้างทีมงานเจาะเข้าถึงระดับท้องถิ่นมากขึ้น</p>
<p>สำหรับเวลคอมปัจจุบันมียอดขายประมาณ 7 หมื่นเครื่องต่อเดือน จากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 6 หมื่นกว่าเครื่อง ขณะที่ในแง่ของมูลค่ามีการเติบโตขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะราคาเฉลี่ยสินค้าลดลงเหลือ 2,100-2,200 บาท จากเดิมราคาเฉลี่ยประมาณ 2,700-2,800 บาท โดย ปีนี้เวลคอมตั้งเป้าส่วนแบ่งการตลาด 4-5% เท่ากับปีที่ผ่านมา</p>
<p>กลยุทธ์ของเวลคอมเพื่อเพิ่มรายได้นั้น จะเน้นการเปิดตัวสมาร์ทโฟน ราคาประมาณ 5-9 พันบาท ภายในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 10 รุ่น เพื่อช่วยสร้างรายได้ให้บริษัทมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีแผนขยายร้านเวลคอมช็อปเพิ่มเป็น 50 ร้าน จากปัจจุบันมี 37 ร้าน</p>
<p>ด้านนายวุฒิ จารุวัชรวรรณ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีเนท อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมตลาดเฮาส์แบรนด์มีการเติบโตไม่หวือหวาเหมือนช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา และน่าจะมีส่วนแบ่งในตลาดประมาณ 40% (รวมไอโมบาย) โดยตลาดหลักของเฮาส์แบรนด์คือเซ็กเมนต์ราคาไม่เกิน 5 พันบาท แม้ว่าปัจจุบันอินเตอร์แบรนด์จะเริ่มสไลด์ราคาสินค้าต่ำลง หรือมีสินค้าราคาใกล้เคียงกับเฮาส์แบรนด์ แต่เฮาส์แบรนด์มีฟีเจอร์ที่ มากกว่า เมื่อเทียบในช่วงราคาเดียวกัน และยังมีลูกค้าต้องการใช้สินค้าเป็นเครื่อง ที่ 2 ทำให้เฮาส์แบรนด์ยังมีโอกาสอยู่ ขณะที่ผู้เล่นรายใหม่ ๆ ยังเข้าสู่ตลาดต่อเนื่อง แต่มักจะอยู่ไม่นาน ส่งผลให้ปัจจุบันผู้เล่นเฮาส์แบรนด์หลัก ๆ ที่แอ็กทีฟมีประมาณ 3-4 แบรนด์เท่านั้น</p>
<p>สำหรับครึ่งปีหลัง คาดว่าการแข่งขันของเฮาส์แบรนด์จะรุนแรงมากขึ้น ทั้งด้านบริการและราคา ปัจจุบันจีเนทมียอดขายประมาณ 1 แสนเครื่องต่อเดือน คาดว่าทั้งปีจะมียอดขายไม่ต่ำกว่า 1 ล้าน เครื่อง ราคาเฉลี่ยประมาณ 2.9-4.9 พันบาท 2 ซิม และดูทีวีได้ และมีราคาต่ำสุดประมาณ 800 บาท จุดเด่นที่สามารถรองรับวิทยุชุมชนได้ ในการเจาะตลาดต่างจังหวัด</p>
<p>โดยกลยุทธ์ครึ่งปีหลัง จีเนทจะเน้นบุกงานบริการเป็นหลัก ลงลึกถึงลูกตู้มือถือ ที่เป็นจุดบริการรับส่งซ่อมมือถือ ซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 500 จุด โดยบริษัทกำลังวางแผนที่จะเพิ่มค่าตอบแทนให้กับผู้รับบริการซ่อมมือถือที่มีคุณภาพตามที่บริษัทกำหนด มูลค่าเครื่องละหลัก 100-200 บาท จากปกติให้เครื่องละหลักสิบบาทต้น ๆ เท่านั้น เพื่อเป็นการจูงใจผู้ขายมือถือให้บริการลูกค้าอย่างมีคุณภาพ นอกจากนี้จะเปิดศูนย์จีเนทอีกประมาณ 14 แห่งทั่วประเทศ</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/management2008.wordpress.com/616/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/management2008.wordpress.com/616/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/management2008.wordpress.com/616/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/management2008.wordpress.com/616/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/management2008.wordpress.com/616/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/management2008.wordpress.com/616/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/management2008.wordpress.com/616/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/management2008.wordpress.com/616/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/management2008.wordpress.com/616/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/management2008.wordpress.com/616/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/management2008.wordpress.com/616/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/management2008.wordpress.com/616/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/management2008.wordpress.com/616/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/management2008.wordpress.com/616/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=management2008.wordpress.com&amp;blog=1769186&amp;post=616&amp;subd=management2008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://management2008.wordpress.com/2010/07/12/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%96%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%9a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/7e5e9ddea5c9e816856da9be0793c8e9?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">management2008</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ภารกิจที่ยังไม่เสร็จ ของ &#8220;สมคิด จาตุศรีพิทักษ์&#8221;</title>
		<link>http://management2008.wordpress.com/2010/06/07/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%88-%e0%b8%82%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://management2008.wordpress.com/2010/06/07/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%88-%e0%b8%82%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 07 Jun 2010 04:11:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>management2008</dc:creator>
				<category><![CDATA[รอบรั้วเศรษฐศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตการเงิน...Hamburger Crisis]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจเกี่ยวข้องอะไรกับเรา]]></category>
		<category><![CDATA[strategic management]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://management2008.wordpress.com/?p=613</guid>
		<description><![CDATA[ภารกิจที่ยังไม่เสร็จ ของ &#8220;สมคิด จาตุศรีพิทักษ์&#8221; แม้จะห่างหายไปจากแวดวงการเมือง เพราะติดไซเรนพีเรียด 5 ปี จากกรณีการยุบพรรคไทยรักไทย แต่ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังทำงานติดตามความเคลื่อนไหวทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง รวมทั้งยังคงความเป็นนักวิชาการนักยุทธศาสตร์ที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยผ่านช่องทางอื่น ๆ อย่างสม่ำเสมอ ในห้วงเวลา 6 ปีที่อยู่ในการเมือง หลายภารกิจในการฟื้นฟูให้ประชาชนมีวิถีชีวิต &#8220;กินดีอยู่ดี&#8221; ถูกแปลงโครงการประชานิยม อาทิ โครงการพักหนี้เกษตรกร โครงการฟู้ดเซฟตี้ โครงการครัวไทยสู่ครัวโลก กองทุนเอสเอ็มแอล เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อความอยู่ดีกินดีและเพื่อจะสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรในอนาคตข้างหน้า นี่คือภารกิจที่ยังทำไม่จบ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเสียก่อน แม้จะไม่มีโอกาสในการลงมือทำ แต่ใช้โอกาสที่ได้รับเชิญไปพูดบอกเล่าสิ่งที่อยากเห็นประเทศไทยต้องปฏิรูป อาทิ ในโอกาสที่กรมส่งเสริมสหกรณ์เชิญมาปาฐกถาพิเศษ&#8230;สหกรณ์ไทยเข้มแข็ง ประเทศไทยมั่นคง ทั้งนี้ได้เล็งเห็นว่ายิ่งประเทศไทยพัฒนามากเท่าไหร่ ดูเหมือนว่าความเหลื่อมล้ำและช่องว่างในสังคมยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งพัฒนาเท่าไหร่เกษตรกรยังยากจนอยู่ แม้จะมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมา 10 แผน กำลังขึ้นแผนฉบับที่ 11 ก็ตาม 30 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยอาศัยสูตรสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจ คือการพึ่งพิงการส่งออกเป็นพลังขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศ นโยบายที่ออกมาจึงเน้นมาตรการใหม่ ๆ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=management2008.wordpress.com&amp;blog=1769186&amp;post=613&amp;subd=management2008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ภารกิจที่ยังไม่เสร็จ ของ &#8220;สมคิด จาตุศรีพิทักษ์&#8221;</p>
<p>แม้จะห่างหายไปจากแวดวงการเมือง เพราะติดไซเรนพีเรียด 5 ปี จากกรณีการยุบพรรคไทยรักไทย แต่ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังทำงานติดตามความเคลื่อนไหวทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง รวมทั้งยังคงความเป็นนักวิชาการนักยุทธศาสตร์ที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยผ่านช่องทางอื่น ๆ อย่างสม่ำเสมอ</p>
<p>ในห้วงเวลา 6 ปีที่อยู่ในการเมือง หลายภารกิจในการฟื้นฟูให้ประชาชนมีวิถีชีวิต &#8220;กินดีอยู่ดี&#8221; ถูกแปลงโครงการประชานิยม อาทิ โครงการพักหนี้เกษตรกร โครงการฟู้ดเซฟตี้ โครงการครัวไทยสู่ครัวโลก กองทุนเอสเอ็มแอล เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อความอยู่ดีกินดีและเพื่อจะสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรในอนาคตข้างหน้า</p>
<p>นี่คือภารกิจที่ยังทำไม่จบ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเสียก่อน</p>
<p>แม้จะไม่มีโอกาสในการลงมือทำ แต่ใช้โอกาสที่ได้รับเชิญไปพูดบอกเล่าสิ่งที่อยากเห็นประเทศไทยต้องปฏิรูป อาทิ ในโอกาสที่กรมส่งเสริมสหกรณ์เชิญมาปาฐกถาพิเศษ&#8230;สหกรณ์ไทยเข้มแข็ง ประเทศไทยมั่นคง</p>
<p>ทั้งนี้ได้เล็งเห็นว่ายิ่งประเทศไทยพัฒนามากเท่าไหร่ ดูเหมือนว่าความเหลื่อมล้ำและช่องว่างในสังคมยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งพัฒนาเท่าไหร่เกษตรกรยังยากจนอยู่ แม้จะมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมา 10 แผน กำลังขึ้นแผนฉบับที่ 11 ก็ตาม</p>
<p>30 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยอาศัยสูตรสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจ คือการพึ่งพิงการส่งออกเป็นพลังขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศ นโยบายที่ออกมาจึงเน้นมาตรการใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามา เน้นการผลิตเพื่อส่งออก</p>
<p>จากสูตรสำเร็จนี้ทำให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างสูงและเร็วในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดการละเลยการลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ ระหว่างในเมืองกับภูมิภาค ระหว่าง ภาคอุตสาหกรรมกับภาคการเกษตร เร่งการเติบโตเศรษฐกิจจนกลายเป็น high growth economy</p>
<p>การพัฒนาในสูตรนี้มีผลทำให้ภาคประชาชนในชนบทขาดความเข้มแข็ง ยิ่งต้องพึ่งพาการส่งออก เป็นวงจรซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยิ่งนานวันความมั่งคั่งกระจุกตัวในบางกลุ่ม บางอุตสาหกรรม ร้อยละ 30 ของกลุ่มที่อยู่ระดับบนสุดของสังคมไทยครอบคลุมรายได้ประชาชาติกว่า 80% ของประเทศ</p>
<p>อันนี้เป็นอุทาหรณ์ว่าในขณะนี้แม้เศรษฐกิจเติบโตค่อนข้างเข้มแข็ง แต่ในแง่การกระจายรายได้ การสร้างความเท่าเทียม ยังไม่บรรลุสู่เป้าหมายได้ เป็นจุดเริ่มต้นที่ต้องสำนึกว่าถึงเวลาที่ต้องสร้าง &#8220;เศรษฐกิจในประเทศ&#8221; ให้เข้มแข็ง</p>
<p>ดร.สมคิดได้ยกตัวอย่างประเทศจีนที่พัฒนาความเข้มแข็งเศรษฐกิจในประเทศ อย่างทุ่มเงิน งบประมาณ 4 ล้านล้านหยวนเพื่อพัฒนาภาคเกษตร ทุ่มเทด้านการชลประทาน การพัฒนาสวัสดิการคนในท้องถิ่น จีนเป็นประเทศแรกที่สามารถก้าวพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกในครั้งนี้ได้</p>
<p>ฉะนั้นถึงเวลาที่ไทยควรมองจีนเป็นตัวอย่าง ถึงเวลาที่ไทยที่จะเอาจริงเอาจังการพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศ สร้างความ เข้มแข็งในชนบท สร้างความเข้มแข็งกับเกษตร เพื่อให้เป็นฐานพลังเศรษฐกิจในอนาคตข้างหน้า ถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องคิดใหม่ ว่าการเน้นการเติบโตเศรษฐกิจอย่างเดียวไม่ใช่เป้าหมาย มันเป็นเพียงเครื่องมือในการสร้างความมั่นคง ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ แต่ไม่ได้ จบแค่นั้น มันต้องกระจายความมั่งคั่งออกไปสู่ชนบทให้เกิดความเท่าเทียม ประเทศจึงจะมีความยั่งยืนถึงจะอยู่ได้</p>
<p>ดร.สมคิดบอกว่า เขาเชื่อมั่นใน 2 ประการว่า 1.ความยากจนของเกษตรกร ความด้อยพัฒนาของชนบท ไม่ใช่ภาระ แต่เป็นโอกาสของประเทศ หากคน 40-50 ล้านคนเป็นเกษตรกร ถ้าเราสามารถหากพลิกฟื้นให้เขา &#8220;กินดีอยู่ดี&#8221; ได้ หากเขามีอำนาจซื้อในประเทศ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจะมหาศาล โดยที่เราไม่จำเป็นต้องพึ่งพิงการส่งออกอย่างเดียว 2.เชื่อมั่นว่าการแก้ไขความยากจนกับการพัฒนาชนบทเป็นสิ่งที่ทำได้ หากทำอย่างจริงจังและทำอย่างถูกต้อง</p>
<p>ดร.สมคิดได้เสนอแนวทางการแก้ไขความยากจน การพัฒนาชนบทให้เข้มแข็งต้องทำ 2 แนวทางควบคู่กันไป กล่าวคือแนวทางที่ 1.กระจายอำนาจบริหารไปสู่ระดับภูมิภาค ไม่ใช่กระจุกที่ส่วนกลาง ประเทศจีนมีประชากร 1,000 ล้านคน แต่การขับเคลื่อนประเทศจีนอยู่ที่ 3 กลุ่มใหญ่ ๆ 1.กลุ่มทางภาคใต้ 2.กลุ่มทางภาคตะวันออกหรือเซี่ยงไฮ้ 3.กลุ่มทางภาคเหนือ มีปักกิ่ง เทียนสิน เป็นต้น แต่ละกลุ่มได้รับการกระจายอำนาจ ให้มียุทธศาสตร์ มีงบประมาณของตัวเอง มีรัฐบาลท้องถิ่นในการบริหารจัดการ เขาสามารถคิดยุทธศาสตร์ว่าจะพัฒนาภาคเกษตรของเขาอย่างไร เขาจะพัฒนาอุตสาหกรรมอะไรเป็นหลัก เขาจะเชื่อมโยงกับภาคเอกชนอย่างไร จะเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยอย่างไร จะบริหารการท่องเที่ยวของเขาอย่างไรโดยตัวเขาเอง และมีรัฐบาลส่วนกลางมีหน้าที่สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน ในอนาคต 10 ปีข้างหน้า 3 กลุ่มนี้จะมีรายได้ประชาชาติ 2 ใน 3 ของประเทศจีน</p>
<p>หรืออย่างประเทศเกาหลีใต้ พุ่งทะยานได้ใน 30 ปีที่ผ่านมามีจังหวัดสำคัญ 16 จังหวัด แยกเป็น 7 โซน มีการแบ่งการบริหาร การจัดการ ที่คล่องตัว มีการท่องเที่ยวในภูมิภาค มีบีโอไอในภูมิภาค โดยไม่ต้องพึ่งพิงแค่ส่วนกลาง ในปัจจุบัน 7 โซนเศรษฐกิจเป็นแหล่งการพัฒนาอุตสาหกรรมและภาคเกษตรที่สำคัญอย่างยิ่ง</p>
<p>ทั้ง 2 ประเทศนี้เป็นตัวอย่างให้เห็นว่าประเทศที่จะพัฒนาได้นั้นไม่ใช่แค่การระดมคน, เงิน, เทคโนโลยี สู่ส่วนกลาง ไม่ใช่&#8230; แต่คนดีคนเก่ง เงิน วิทยาการต้องกระจายออกไป เพราะคนในพื้นที่ย่อมรู้ว่าปัญหาของเขาคืออะไร</p>
<p>ดร.สมคิดบอกว่า เมื่อหันมามองไทยในสมัยที่เคยทำงานการเมืองเคยพยายามแบ่งเป็นคลัสเตอร์ เช่น 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน อันดามัน กลุ่มอีสานตอนบน ตอนล่าง ให้มีการรวมกันเป็นคลัสเตอร์ เพราะอะไร&#8230;หากให้ทุกคนต่างคนต่างไป เช่น 8 จว.ภาคเหนือมีการคิดยุทธศาสตร์ออกมาว่าจะพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างไร ภาคเกษตรอย่างไร ควรจะมีอุตสาหกรรมอะไรบ้าง จะเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยอย่างไร จะไปดึงต่างประเทศมาลงทุนอย่างไร นี่คือสิ่งที่เคยผลักดันเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ออกมาในทิศทางเดียวกัน เพื่อทำให้ภูมิภาคเข้มแข็ง</p>
<p>ประเทศไทยจะเข้มแข็งได้ ต้องเริ่มที่ระดับภูมิภาคในเชิงยุทธศาสตร์คลัสเตอร์ รวมกลุ่มจังหวัด แต่ละจังหวัดต้องมีงบประมาณของตัวเอง และมีงบประมาณกลางของคลัสเตอร์ หากทำได้ยิ่งนานวันจะยิ่งพัฒนามากขึ้นในการบริหารจัดการร่วมกัน ก็จะเข้มแข็ง</p>
<p>แต่วันนี้กลับมาที่จุดเริ่มต้น ผู้ว่าราชการจังหวัดมีหน้าที่เดิน ตามรัฐมนตรี แทนที่จะมุ่งเน้นพัฒนา กลับมาเริ่มต้นใหม่</p>
<p>แนวทางที่ 2.หัวใจในการแก้ปัญหาความยากจนต้องมาจากล่าง สู่บน จากการสำรวจของธนาคารโลก สุ่ม 6 หมื่นตัวอย่าง จาก 15 ประเทศ พบว่าการแก้ไขปัญหาความยากจนต้องแก้จากข้างล่างไปข้างบน เพราะมีหัวใจ 2 เรื่อง 1.ความคิดริเริ่มที่มาจากประชาชนในท้องถิ่น 2.พลังผลักดันจากภายในว่าเขาต้องการก้าวพ้นจาก ความยากจน คนที่ไม่มีความประสงค์จะออกจากความยากจนจะไม่มีทางหายยากจนได้เลย</p>
<p>ปัจจัย 2 อย่างนี้สะท้อนว่าหากจะทำให้เขาหายจากยากจน ต้องลงไปใกล้ชิดกับพวกเขา พยายามดึงพลังเขาออกมา ให้เขาคิดริเริ่มออกมาว่าเขาคิดจะทำอย่างไรที่จะหลุดจากความยากจน และหัวใจสำคัญในนั้นคือการรวมกลุ่มของเกษตรกร พบว่าหากแก้ไขในตัวเกษตรกรเดี่ยวๆ&#8230;ไม่มีทางสำเร็จ เพราะเกษตรกรอ่อนแอ ยากจน แต่ถ้าหากการช่วยเหลือไปที่กลุ่มเกษตรกร</p>
<p>ดร.สมคิดมองว่ากลุ่มเกษตรกรที่สำคัญมาก ๆ คือกลุ่มสหกรณ์ นี่คือหัวใจที่จะยกระดับการกินดีอยู่ดีของเกษตรกร</p>
<p>พร้อมกับยกตัวอย่างว่าได้ไปเที่ยวญี่ปุ่น โดยลงไปลึกถึงชนบท มีโอกาสไปพักบ้านเกษตรกรญี่ปุ่น พบว่าเกษตรกรเขามีบ้าน มีรถ ลูกได้เรียนดี ๆ สินค้าถูกคัดสรรอย่างดีมีการแปรรูปหลากหลายวางจำหน่ายในชุมชน สรรพสินค้า ระบุว่ามาจากไหน ได้เห็นการทำหมู่บ้านเกษตรกร เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว ดึงนักท่องเที่ยวไปค้างตามบ้านเกษตรกร มีการจัดสถานที่ขายสินค้าท้องถิ่นอยู่ในหมู่บ้าน มีคนต่างชาติเดินช็อปปิ้งอย่างมีความสุข ถามเขาว่าทำไมเกษตรกรที่นี่ ถึงเป็นแบบนี้ได้ คำตอบที่ได้คือสหกรณ์ สหกรณ์ของญี่ปุ่น เข้มแข็งมาก</p>
<p>คำว่าสหกรณ์คือความร่วมมือกัน สัญลักษณ์ของสหกรณ์คือเกลียวเชือก นั่นคือจิตวิญญาณของสหกรณ์ สหกรณ์เกษตรของญี่ปุ่นทำอะไรบ้าง ระดับการผลิต เขารวมพลังในการจัดซื้อ ปัจจัยการผลิตที่มีวิทยาการสูง ราคาถูกเพราะมีอำนาจต่อรอง ใช้เครื่องมือการผลิตที่ทันสมัย รวมกลุ่มแล้วไปกู้แบงก์ ไม่ขาดเงินทุนหมุนเวียน สร้างไซโล โรงเก็บ โรงงานแปรรูป การขนส่งเชื่อมโยงกับสหกรณ์ขนส่ง ได้ในราคาถูกที่สุด มีอำนาจต่อรองในการจำหน่าย มีมุมของเขาโดยเฉพาะในการวางจำหน่าย ทุกอย่างเหล่านี้เกษตรกรคนเดียวทำไม่ได้ เกษตรกรทุกคนภูมิใจใน สหกรณ์ของเขามาก เห็นเขาแล้วกลับมาคิดถึงสหกรณ์ที่ประเทศไทย</p>
<p>ดร.สมคิดมองว่าถึงเวลาที่ต้องพยายามร่วมมือกันสร้างสหกรณ์ไทยให้เข้มแข็งให้ได้&#8230;โดยเล่าว่าเคยไปเปิดตลาด ผลไม้จีนที่กว่างโจวกับฮ่องกง เขาต้องการผลไม้ไทย ทุเรียน เงาะ ลำไย และพ่อค้าเขารู้ช่องทางตลาดของไทยดีมากมาซื้อผลไม้จากชาวสวน แต่ไม่ให้รู้เด็ดขาดว่าจะขายอย่างไรที่เมืองจีน</p>
<p>&#8220;ผมไปโรงแรมที่มาเก๊า เขาต้องการผลไม้จากไทยเพื่อสร้างความแตกต่างจากโรงแรมในฮ่องกง เขาบอกว่ารับไม่อั้น ผมกลับมา คิดอยู่นานว่าจะทำอย่างไร เพื่อให้สหกรณ์ไทยขายผลไม้ได้ หากเราเชื่อมโยงสหกรณ์ตั้งแต่ต้นทางคือชาวสวนจันทบุรี ระยอง ชุมพร เชื่อมโยงไปถึงการขนส่ง แพ็กเกจ เพื่อไปต่อรองกับพ่อค้าชาวจีน ทั้ง ๆ ที่เขาต้องการสินค้าไม่อั้น แต่วันนี้เราทำไม่ได้ เพราะข้อมูลถูกปิดกั้น ชาวสวนไม่รู้จะขายเมื่อไหร่ ขายอย่างไร ถูกพ่อค้ากดราคาตามสวน คนจีนบินมาที่หลังสวนมาช็อปผลไม้ รู้ไหมว่า กำไรเท่าไหร่ สิ่งเหล่านี้ ถามว่าหากสหกรณ์ทำได้เข้มแข็ง ธ.ก.ส. กระทรวงเกษตรฯทำให้เต็มที่ มาช่วยสนับสนุนมีหรือจะทำไม่ได้ ใครเป็นเจ้าพ่ออยู่ที่ตลาดกว่างโจว ผมยังรู้จัก นี่คือตัวอย่างของชาวสวนไม่ต้องเอาเงาะมาเทกระจาดบนถนน&#8221;</p>
<p>ดร.สมคิดบอกว่า&#8230;เห็นแล้วมันเซ็งในหัวใจ เหมือนเห็นโจทย์เลขว่าเราทำได้แน่นอน แต่ทำไมแหล่งพลังการขับเคลื่อนไม่มี</p>
<p>พร้อมย้ำว่าเกษตรกรคนเดียวทำไม่ได้ แต่เครือข่ายสหกรณ์ทำได้แน่นอน วันนี้สมาชิกสหกรณ์มีเป็น 10 ล้านคน โจทย์คือทำอย่างไรให้สหกรณ์เข้มแข็ง โดยเสนอว่า</p>
<p>1.ขั้นตอนการปรับฐานคือต้องยุบรวมกลุ่มสหกรณ์ที่ไม่เข้มแข็ง กลุ่มที่ไปได้แต่การเงินไม่เข้มแข็งจะปรับโครงสร้างหนี้อย่างไร ทำควบคู่การพัฒนา</p>
<p>2.ยกระดับสหกรณ์ในการสร้างความสามารถ อาจจะต้องมีหลายระดับ ระดับเบื้องต้นเขาต้องรู้ว่าเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างไร โลกเป็นอย่างไร เขาเป็นส่วนหนึ่งของโลกอย่างไร ระดับขั้นตอนการผลิตต้องพัฒนาการผลิตอย่างไร ระดับขั้นการดีไซน์ต้องทำอย่างไร ทั้งนี้จำเป็นต้องมีโครงการนำร่องคัดเลือกสหกรณ์ดีเด่น พาไปดูงาน ต่อมาไปเป็นครูแนะนำสหกรณ์อื่น ๆ พร้อมยกระดับสร้างความกลมเกลียวในหมู่สหกรณ์ สร้างความภูมิใจ รวมทั้งยกระดับโดยการเชื่อมโยงกับภาคเอกชน</p>
<p>3.ระดับก้าวสู่โลก สร้างเครือข่ายห่วงโซ่ต้นทางจบปลายทาง เชื่อมโยงสหกรณ์ เชื่อมโยง อบต-อบจ. เชื่อมกับระดับภูมิภาคเพื่อสร้างความเข้มแข็ง เมื่อชนบทเข้มแข็งขึ้น ภาคประชาชนเข้มแข็ง การเมืองจะเข้มแข็ง เมื่อนั้นประชาธิปไตยจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อประชาชนท้องอิ่ม รักใคร่สามัคคี มีความเข้มแข็ง เงินซื้อไม่ได้ เขารวมกลุ่มเข้มแข็ง จะมาหลอกหลวง ปั่นกระแส ไม่ได้&#8221;</p>
<p>&#8220;ฉะนั้นผมอยากให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ภูมิใจ จริง ๆ กรมนี้ถูกมองข้ามมานาน มันเป็นหัวใจที่สร้างภาคประชาชนให้เข้มแข็ง ถ้าภาคประชาชนเข้มแข็ง เศรษฐกิจในประเทศจะเข้มแข็ง อำนาจซื้อเข้มแข็ง ไทยจะสมดุลทั้งเศรษฐกิจในและนอกประเทศ การขับเคลื่อนจะเกิด ชีวิตที่ดีจะเกิด ความเท่าเทียมกันก็จะกระจาย หากไม่ทำแบบนี้ โดยรวมศูนย์อยู่ส่วนกลาง ถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง รัฐมนตรีว่าแล้วแต่จะชงเรื่องอะไร หากเป็นอย่างนั้น อีกนานกว่าเกษตรกรไทยจะมีบ้านดี ๆ อยู่ ลูกจะมีการศึกษาดี ๆ เรียน ช่วยกันสร้างผู้นำรุ่นใหม่ ๆ จากฐานชาวบ้านขึ้นมา สร้างความเข้มแข็งขึ้นมา นั่นแหละประเทศไทยจะอยู่รอดได้&#8221;</p>
<p>นี่คืองานที่ทำไม่เสร็จ โจทย์ที่สร้างความกินดีอยู่ดีให้เกษตรกร !</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/management2008.wordpress.com/613/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/management2008.wordpress.com/613/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/management2008.wordpress.com/613/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/management2008.wordpress.com/613/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/management2008.wordpress.com/613/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/management2008.wordpress.com/613/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/management2008.wordpress.com/613/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/management2008.wordpress.com/613/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/management2008.wordpress.com/613/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/management2008.wordpress.com/613/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/management2008.wordpress.com/613/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/management2008.wordpress.com/613/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/management2008.wordpress.com/613/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/management2008.wordpress.com/613/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=management2008.wordpress.com&amp;blog=1769186&amp;post=613&amp;subd=management2008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://management2008.wordpress.com/2010/06/07/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%88-%e0%b8%82%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/7e5e9ddea5c9e816856da9be0793c8e9?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">management2008</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>สงสารประเทศไทย</title>
		<link>http://management2008.wordpress.com/2010/05/22/%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://management2008.wordpress.com/2010/05/22/%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 22 May 2010 09:04:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>management2008</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษิณ]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เสื้อแดง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://management2008.wordpress.com/2010/05/22/%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/</guid>
		<description><![CDATA[<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=management2008.wordpress.com&amp;blog=1769186&amp;post=610&amp;subd=management2008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span style="text-align:center; display: block;"><a href="http://management2008.wordpress.com/2010/05/22/%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/"><img src="http://img.youtube.com/vi/vBDm-jA3N80/2.jpg" alt="" /></a></span>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/management2008.wordpress.com/610/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/management2008.wordpress.com/610/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/management2008.wordpress.com/610/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/management2008.wordpress.com/610/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/management2008.wordpress.com/610/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/management2008.wordpress.com/610/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/management2008.wordpress.com/610/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/management2008.wordpress.com/610/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/management2008.wordpress.com/610/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/management2008.wordpress.com/610/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/management2008.wordpress.com/610/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/management2008.wordpress.com/610/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/management2008.wordpress.com/610/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/management2008.wordpress.com/610/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=management2008.wordpress.com&amp;blog=1769186&amp;post=610&amp;subd=management2008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://management2008.wordpress.com/2010/05/22/%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/7e5e9ddea5c9e816856da9be0793c8e9?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">management2008</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Crisis Leadership ผู้นำในภาวะวิกฤต</title>
		<link>http://management2008.wordpress.com/2010/05/13/crisis-leadership-%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95/</link>
		<comments>http://management2008.wordpress.com/2010/05/13/crisis-leadership-%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 13 May 2010 08:37:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>management2008</dc:creator>
				<category><![CDATA[การบริหารทรัพยากรมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพยากรมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<category><![CDATA[Human Resources Management]]></category>
		<category><![CDATA[Leadership]]></category>
		<category><![CDATA[Management tips]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://management2008.wordpress.com/?p=608</guid>
		<description><![CDATA[Crisis Leadership ผู้นำในภาวะวิกฤต คอลัมน์ Executive Coach โดย คม สุวรรณพิมล Leadership Coach kom@coachforgoal.com &#8220;วิกฤตการณ์ !&#8221; คำนี้อาจฟังดูน่าตกใจนะครับ แต่เหลือเชื่อที่ปัจจุบันธุรกิจของเราก็กำลังเผชิญกับมันอยู่ &#8220;เราไม่เคยเดินเข้าไปหาวิกฤตการณ์ แต่มันก็มักจะเดินมาหาเรา&#8221; คำว่า &#8220;วิกฤตการณ์&#8221; นี้หลาย ๆ ท่านฟังดูอาจจะรู้สึกเหมือนว่ามันเป็นสิ่งที่ต้องมีผลกระทบในวงกว้างและยิ่งใหญ่ระดับประเทศเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว วิกฤตการณ์สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ๆ ในทุกระดับ ซึ่งเราสามารถจัดให้สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้อยู่ในประเภท &#8220;วิกฤตการณ์ที่กระทบธุรกิจ&#8221; ได้ทั้งนั้น เพราะ &#8220;วิกฤตการณ์ คือ เครื่องมือวัดความสามารถของผู้บริหาร&#8221; พอเกิดวิกฤตการณ์ขึ้น ผู้บริหารหลายท่านก็จะนึกถึง &#8220;Crisis Management&#8221; หรือการจัดการในภาวะวิกฤตที่เคยศึกษามา แต่ในความเป็นจริงแล้ว &#8220;Crisis Management กับ Crisis Leadership นั้นมีความแตกต่างกันสิ้นเชิง โดย Crisis Management นั้นจะเกี่ยวข้องกับ &#8220;ขั้นตอน&#8221; ในการปฏิบัติงานเมื่อต้องเจอกับภาวะวิกฤต แต่ Crisis Leadership [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=management2008.wordpress.com&amp;blog=1769186&amp;post=608&amp;subd=management2008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Crisis Leadership ผู้นำในภาวะวิกฤต</p>
<p>คอลัมน์ Executive Coach</p>
<p>โดย คม สุวรรณพิมล Leadership Coach kom@coachforgoal.com</p>
<p>&#8220;วิกฤตการณ์ !&#8221;</p>
<p>คำนี้อาจฟังดูน่าตกใจนะครับ แต่เหลือเชื่อที่ปัจจุบันธุรกิจของเราก็กำลังเผชิญกับมันอยู่</p>
<p>&#8220;เราไม่เคยเดินเข้าไปหาวิกฤตการณ์ แต่มันก็มักจะเดินมาหาเรา&#8221;</p>
<p>คำว่า &#8220;วิกฤตการณ์&#8221; นี้หลาย ๆ ท่านฟังดูอาจจะรู้สึกเหมือนว่ามันเป็นสิ่งที่ต้องมีผลกระทบในวงกว้างและยิ่งใหญ่ระดับประเทศเท่านั้น</p>
<p>แต่ในความเป็นจริงแล้ว วิกฤตการณ์สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ๆ ในทุกระดับ</p>
<p>ซึ่งเราสามารถจัดให้สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้อยู่ในประเภท &#8220;วิกฤตการณ์ที่กระทบธุรกิจ&#8221; ได้ทั้งนั้น</p>
<p>เพราะ &#8220;วิกฤตการณ์ คือ เครื่องมือวัดความสามารถของผู้บริหาร&#8221;</p>
<p>พอเกิดวิกฤตการณ์ขึ้น ผู้บริหารหลายท่านก็จะนึกถึง &#8220;Crisis Management&#8221; หรือการจัดการในภาวะวิกฤตที่เคยศึกษามา</p>
<p>แต่ในความเป็นจริงแล้ว &#8220;Crisis Management กับ Crisis Leadership นั้นมีความแตกต่างกันสิ้นเชิง</p>
<p>โดย Crisis Management นั้นจะเกี่ยวข้องกับ &#8220;ขั้นตอน&#8221; ในการปฏิบัติงานเมื่อต้องเจอกับภาวะวิกฤต</p>
<p>แต่ Crisis Leadership จะเกี่ยวข้องกับ &#8220;ภาวะการเป็นผู้นำ&#8221; ที่ต้องจัดการกับปฏิกิริยาตอบสนองของคนในองค์กร ซึ่งรวมถึง &#8220;การจัดการตัวเอง&#8221; ด้วย</p>
<p>ซึ่งสิ่งนี้แหละที่เป็นเครื่องชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่างผู้นำในภาวะปกติกับผู้นำในสถานการณ์ฉุกเฉิน</p>
<p>และที่สำคัญผู้บริหารหลาย ๆ คนยังจัดการในภาวะเช่นนี้ได้ไม่ค่อยดีนัก</p>
<p>อุปสรรคสำคัญก็คือ &#8220;อารมณ์และบุคลิกลักษณะของผู้บริหารเอง&#8221;</p>
<p>เพราะเมื่อเกิดเรื่องร้ายขึ้นอย่างฉับพลัน สิ่งที่เกิดขึ้นคือผู้บริหารส่วนใหญ่ที่ขาดทักษะนี้มักจะหลุดความเป็นตัวของตัวเอง</p>
<p>บางครั้งกลับทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก ซึ่งในระหว่าง Crisis นั้น ผู้บริหารจะต้องเผชิญกับอารมณ์ที่สับสน ทั้งของตนเองและทีมงาน ซึ่งบางครั้งอาจจะขาดสติบางอย่างที่ควรจะเป็นไป</p>
<p>ผู้บริหารที่ดีจะต้องคอยระวังและควบคุมอารมณ์ของตนเอง</p>
<p>ผมมีหลักการง่าย ๆ ที่จะทำให้ผู้บริหารเปลี่ยนตัวเองให้เป็น Crisis Leadership ที่สามารถจะควบคุมทีมงาน และนำพาธุรกิจในผ่านพ้นวิกฤตไปให้ได้</p>
<p>ผมขอเรียกหลักการนี้ว่า &#8220;Crisis Leadership Competency&#8221; โดยมีหลักที่สามารถจำได้ง่าย ๆ คือ &#8220;H.O.P.E&#8221;</p>
<p>คำง่าย ๆ นี้สามารถสร้างบุคลิกการเป็นผู้นำในภาวะวิกฤต ที่บ่งบอกถึงความรับผิดชอบ การสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นได้</p>
<p>โดย H.O.P.E สามารถแบ่งออกได้ ดังนี้</p>
<p>hope : วันที่ดีที่สุด เกิดขึ้นในอนาคต</p>
<p>ผู้บริหารต้องเริ่มต้นในการตั้งทัศนคติในใจก่อนเป็นอันดับแรกว่า สิ่งที่ดี ๆ จะสามารถเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต</p>
<p>เพราะถ้าเราไม่เริ่มตั้งต้นที่ทัศนคติแบบนี้แล้ว คุณจะเป็นผู้นำในช่วงนี้ลำบาก เพราะคุณจะกลายเป็นคนที่ไม่ยอมรับความจริง มองแต่เรื่องในอดีต</p>
<p>และก็จะเกิดการ &#8220;กล่าวโทษ&#8221; ทุกอย่างตั้งแต่สถานการณ์ หรือคนอื่น ๆ แทนที่จะทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจไปกับการแก้ไขภาวะคับขัน กลับใช้เวลานึกแต่อดีต และหา &#8220;แพะ&#8221;กับสถานการณ์ซึ่งไม่มีประโยชน์ใด ๆ</p>
<p>ถ้าเราตั้งต้นด้วยความคิด ความหวัง ความมุ่งมั่น สติในการจัดการจะตามมา</p>
<p>optimism : ทุกสิ่งทุกอย่างจะดีขึ้น</p>
<p>&#8220;Be realistic but optimistic&#8221; เมื่อคุณเผชิญกับปัญหา จงมองมันด้วยความเป็นธรรม ด้วยความเป็นจริง จะเสียหายรุนแรงเท่าใดก็จงมองมันให้เห็น อย่าหลบอย่าเลี่ยงที่จะไม่มอง แต่การมองของคุณนั้นต้องมองความจริงนั้นในทางที่ดี !</p>
<p>&#8220;เป็นอะไรที่ดูขัดแย้ง&#8221; เพราะการมองที่ความจริงเราจะเห็นแง่ดีได้อย่างไร ?</p>
<p>แต่ถ้าคุณมองมันแต่ในแง่ดีแล้วคุณจะเห็นความจริงได้อย่างไร ?</p>
<p>มันเป็นหลักการที่ดูเหมือนหลอกตัวเอง แต่ความจริงแล้วมันคือ &#8220;การยอมรับความจริง แต่ไม่ท้อถอย&#8221;</p>
<p>ถ้าคุณไม่ยอมรับความจริง คุณจะไม่มีทางเห็นปัญหาอย่างแท้จริง อย่าหลอกตัวเองว่าทำ &#8220;ชนะ&#8221; หรือ &#8220;เราไม่กระทบ&#8221;</p>
<p>เพราะในความเป็นจริงเราได้รับผลกระทบนั้นเต็ม ๆ ฉะนั้นต้องเปิดใจให้กว้าง เพราะ Crisis ต้องการความจริง</p>
<p>ถ้าหามันให้เจอแล้วคุณจะได้รับซึ่งทักษะที่คุณต้องมีเพื่อให้บรรลุ competency นั่นก็คือ &#8220;การวินิจฉัย&#8221; ปัญหาและ &#8220;การวางกลยุทธ์&#8221; ที่ทำให้คุณมองทุกอย่างทะลุปรุโปร่งและสร้าง solutionได้อย่างถูกต้อง</p>
<p>people : คนอื่น ๆ ต้องการเรา</p>
<p>คุณคือคนสำคัญที่จะนำพาทีมงานให้รอดพ้น</p>
<p>ถ้าคุณมีทัศนคติแบบนี้คุณจะไม่มีวันทิ้งคนอื่นถึงแม้คุณจะไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่คุณรู้ว่าคนอื่น ๆ ต้องการคุณทักษะการเป็นผู้นำที่อยู่ในสัญชาตญาณของคุณจะออกมาโดยอัตโนมัติ</p>
<p>ซึ่งหัวใจสำคัญของหลักการในข้อนี้คือ &#8220;การสื่อสาร&#8221; ที่คุณจะต้องสร้างให้มีความน่าเชื่อถือและเป็นที่พึ่งของคนอื่น ๆ ให้ได้</p>
<p>โดยหลักการสื่อสาร 3 ประการ คือ Tell the fact, Define situation และ Give the hope</p>
<p>คุณต้องบอกความจริงและประเมินสถานการณ์ให้ทีมงานเข้าใจ</p>
<p>สุดท้าย คือการให้ความหวัง</p>
<p>การสื่อสาร 3 ขั้นที่จะทำให้ &#8220;หัวใจของทีมงานรวมเป็นหนึ่งเดียว&#8221; และพร้อมที่จะก้าวข้ามอุปสรรคโดยมีคุณเป็นผู้นำ</p>
<p>empathy : ความทุกข์ของผู้อื่น กระทบจิตใจเรา</p>
<p>ความเข้าอกเข้าใจเป็นสิ่งที่ผู้บริหารจำเป็นต้องมีอย่างยิ่งในภาวะคับขันเช่นนี้ สิ่งที่คุณประสบอยู่มันกระทบจิตใจของ ผู้เกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>
<p>ความเข้าใจนี้เริ่มตั้งแต่ระดับองค์กรที่คุณต้องเข้าใจความรู้สึกขององค์กร และเข้าใจความรู้สึกทีมงาน ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึก ความเจ็บปวด ความท้อถอย ความลังเลสงสัย</p>
<p>ซึ่งความเข้าอกเข้าใจนี้ ทักษะสำคัญ ก็คือ &#8220;การฟังทีมงาน&#8221; ของเราเอง</p>
<p>ถ้าเราฟัง เราจะเข้าใจ อย่าคิดแต่เพียงการ &#8220;สั่ง&#8221; เพราะในภาวะฉุกเฉิน ผู้บริหารหลายคนลืมที่จะฟัง ทำให้ขาดโอกาสดี ๆ ในการแก้ปัญหาและรวมทีมเป็นหนึ่งเดียว</p>
<p>Crisis Leadership Competency นี้ เป็นการสร้างพฤติกรรมของผู้บริหาร โดยเปลี่ยนทัศนคติและอารมณ์ที่สับสนในช่วงวิกฤตให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยมีเป้าหมายและนำทักษะที่ถูกต้องมาใช้ให้ตรงกับสถานการณ์</p>
<p>คุณลองฝึกดูนะครับ ผมเชื่อเหลือเกินว่า &#8220;สถานการณ์ตอนนี้คุณจำเป็นต้องใช้มันแน่นอน&#8221;</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/management2008.wordpress.com/608/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/management2008.wordpress.com/608/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/management2008.wordpress.com/608/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/management2008.wordpress.com/608/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/management2008.wordpress.com/608/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/management2008.wordpress.com/608/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/management2008.wordpress.com/608/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/management2008.wordpress.com/608/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/management2008.wordpress.com/608/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/management2008.wordpress.com/608/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/management2008.wordpress.com/608/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/management2008.wordpress.com/608/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/management2008.wordpress.com/608/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/management2008.wordpress.com/608/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=management2008.wordpress.com&amp;blog=1769186&amp;post=608&amp;subd=management2008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://management2008.wordpress.com/2010/05/13/crisis-leadership-%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/7e5e9ddea5c9e816856da9be0793c8e9?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">management2008</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>สัญญาณอันตราย&#8230; องค์กรเป็นพิษ</title>
		<link>http://management2008.wordpress.com/2010/04/15/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b/</link>
		<comments>http://management2008.wordpress.com/2010/04/15/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 Apr 2010 04:14:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>management2008</dc:creator>
				<category><![CDATA[การบริหารทรัพยากรมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพยากรมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<category><![CDATA[Human Resources Management]]></category>
		<category><![CDATA[Leadership]]></category>
		<category><![CDATA[Management tips]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการเชิงกลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[strategic management]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://management2008.wordpress.com/?p=606</guid>
		<description><![CDATA[คอลัมน์ hc corner โดย ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์ tamrongsak@hotmail.com เรามักจะได้ยินคนที่อาศัยในกรุงเทพมหานครพูดกันอยู่เสมอ ๆ ว่า กรุงเทพฯมีมลพิษอยู่รอบตัว ทั้งไอเสียจากรถสารพัดชนิด ทั้งฝุ่นละออง ไหนจะโจรผู้ร้ายอีก ซึ่งหลายหน่วยงานพยายามนำมาตรวัดต่าง ๆ เข้ามาจับความผิดปกติของสภาพอากาศ ความผิดปกติของสิ่งแวดล้อม แต่จริง ๆ แล้วตัวเราเองรู้สึกได้จากสัญชาตญาณว่า สภาพแวดล้อมเริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมแล้ว ! นั่นคือมลพิษภายนอก แล้วในองค์กรที่เราทำงานอยู่ทุกวันนี้ล่ะ&#8230;ท่านเริ่มสัมผัสได้แล้วหรือยังว่ามีสัญญาณอันตรายที่จะทำให้เกิดมลพิษ หรือเกิดความเป็นพิษขึ้นบ้างหรือยัง ? ลักษณะองค์กรที่มีแนวโน้มเป็นพิษจะแสดงสัญญาณออกมาใน 2 ลักษณะ ใหญ่ ๆ คือ 1.ผลผลิตหรือผลการประกอบการโดยภาพรวมขององค์กรเริ่มตกต่ำลงผู้บริหารองค์กรไม่กล้าที่จะตัดสินใจ&#8221;ฟันธง&#8221; ให้ชัดเจนว่าจะเอายังไง ทำให้ ผู้ปฏิบัติสับสนเพราะไปถามนาย นายบอกว่า &#8220;ขอคิดดูก่อน&#8221; และก็ได้แต่คิด ไม่ตัดสินใจซะที 2.มีการสับเปลี่ยนตัวบุคคลที่รับผิดชอบงานที่สำคัญ ๆ บ่อยจนเกินไป จนเกิดความเครียดขึ้นภายในองค์กร ซึ่งผลกระทบต่อมาก็คือความสัมพันธ์ของบุคลากรในองค์กรเริ่มมีปัญหากระทบกระทั่งกันในที่สุด หากองค์กรใดเริ่มมี 2 ลักษณะใหญ่ ๆ นี้เกิดขึ้นก็พึงสังวรไว้ว่า นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นขององค์กรที่กำลังจะมีปัญหา และจะทำให้องค์กรนั้นเกิดความเป็นพิษไปในที่สุด สำหรับเงื่อนไขของความเป็นพิษในองค์กร ถ้าจะว่าไปแล้วก็คล้าย [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=management2008.wordpress.com&amp;blog=1769186&amp;post=606&amp;subd=management2008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คอลัมน์ hc corner</p>
<p>โดย ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์ tamrongsak@hotmail.com</p>
<p>เรามักจะได้ยินคนที่อาศัยในกรุงเทพมหานครพูดกันอยู่เสมอ ๆ ว่า กรุงเทพฯมีมลพิษอยู่รอบตัว ทั้งไอเสียจากรถสารพัดชนิด ทั้งฝุ่นละออง ไหนจะโจรผู้ร้ายอีก</p>
<p>ซึ่งหลายหน่วยงานพยายามนำมาตรวัดต่าง ๆ เข้ามาจับความผิดปกติของสภาพอากาศ ความผิดปกติของสิ่งแวดล้อม แต่จริง ๆ แล้วตัวเราเองรู้สึกได้จากสัญชาตญาณว่า สภาพแวดล้อมเริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมแล้ว !</p>
<p>นั่นคือมลพิษภายนอก แล้วในองค์กรที่เราทำงานอยู่ทุกวันนี้ล่ะ&#8230;ท่านเริ่มสัมผัสได้แล้วหรือยังว่ามีสัญญาณอันตรายที่จะทำให้เกิดมลพิษ หรือเกิดความเป็นพิษขึ้นบ้างหรือยัง ?</p>
<p>ลักษณะองค์กรที่มีแนวโน้มเป็นพิษจะแสดงสัญญาณออกมาใน 2 ลักษณะ ใหญ่ ๆ คือ</p>
<p>1.ผลผลิตหรือผลการประกอบการโดยภาพรวมขององค์กรเริ่มตกต่ำลงผู้บริหารองค์กรไม่กล้าที่จะตัดสินใจ&#8221;ฟันธง&#8221; ให้ชัดเจนว่าจะเอายังไง ทำให้ ผู้ปฏิบัติสับสนเพราะไปถามนาย นายบอกว่า &#8220;ขอคิดดูก่อน&#8221; และก็ได้แต่คิด ไม่ตัดสินใจซะที</p>
<p>2.มีการสับเปลี่ยนตัวบุคคลที่รับผิดชอบงานที่สำคัญ ๆ บ่อยจนเกินไป จนเกิดความเครียดขึ้นภายในองค์กร ซึ่งผลกระทบต่อมาก็คือความสัมพันธ์ของบุคลากรในองค์กรเริ่มมีปัญหากระทบกระทั่งกันในที่สุด</p>
<p>หากองค์กรใดเริ่มมี 2 ลักษณะใหญ่ ๆ นี้เกิดขึ้นก็พึงสังวรไว้ว่า นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นขององค์กรที่กำลังจะมีปัญหา และจะทำให้องค์กรนั้นเกิดความเป็นพิษไปในที่สุด</p>
<p>สำหรับเงื่อนไขของความเป็นพิษในองค์กร ถ้าจะว่าไปแล้วก็คล้าย ๆ กับเงื่อนไขการปฏิวัติในสมัยอดีตนั่นแหละครับ กล่าวคือต้องมีเหตุจูงใจหรือแรงบันดาลใจที่นำมาเสียก่อน ที่เรียกกันว่าเป็นเงื่อนไขจึงเกิดผลตามมา</p>
<p>เงื่อนไขของความเป็นพิษในองค์กร พอสรุปได้ดังนี้ครับ</p>
<p>1.เกิดการกระทบกระทั่งกันจากจุดเล็ก ๆ เช่น การกระทบระหว่างพนักงานในกลุ่มเล็ก ๆ ก่อน แล้วขยายวงเป็นการกระทบกระทั่งกันระหว่างหน่วยงาน มีการขัดแย้งกันเป็นประจำ</p>
<p>2.เมื่อมีความขัดแย้งกันอย่างนี้แล้ว ก็ไม่อยากจะติดต่อกัน เรียกว่า ถ้าไม่เกี่ยวกับงานก็อย่าหวังว่าจะคุยกัน เลยทำให้ความสัมพันธ์ในหมู่พนักงานมีปัญหาสะสม</p>
<p>3.พนักงานแต่ละคนมีความเป็นส่วนตัวสูง ภาษาจิตวิทยาเขาเรียกว่ามี ego สูง ประมาณว่า &#8220;ข้าแน่&#8221; อะไรทำนองนี้</p>
<p>4.ผลจากข้อ 3 ก็จะทำให้พนักงานทำอะไรไปตามที่ตัวเองคิดว่าถูก หรือคิดว่าใช่ โดยไม่มองเป้าหมายหลัก หรือวัตถุประสงค์ขององค์กรในภาพรวม</p>
<p>5.การติดต่อสื่อสารในองค์กรมีปัญหา ไม่มีการทำความเข้าใจในวัตถุประสงค์ หรือเป้าหมายร่วมกัน ต่างคนต่างทำงานไปโดยไม่ใส่ใจว่าจะต้องสื่อสารให้เพื่อนร่วมงานรู้ ผลก็คือความไม่เข้าใจกันยิ่งจะเพิ่มมากขึ้น</p>
<p>6.พนักงานรู้สึกว่ามีความกดดัน หรือมีความเครียดในงานสูงเพิ่มมากขึ้นทุกที ๆ</p>
<p>7.สำคัญที่สุดคือผู้ที่เป็นผู้บริหาร หรือผู้รับผิดชอบที่จะต้องตัดสินใจ ก็ไม่ทำอะไรเสียอีก แถมบางคนใช้ตำรา &#8220;แบ่งแยก&#8230;แล้วปกครอง&#8221; ทำให้ดูดายกับปัญหาที่เกิดขึ้น เผลอ ๆ ตัวเองก็มีปัญหาอย่างที่ผมเล่ามาข้างต้น กับผู้บริหารต่างหน่วยงานเข้าไปเสียอีก ยิ่งทำให้ปัญหาในองค์กรนั้นจะบานปลายไปเรื่อย ๆ</p>
<p>ผู้นำทำให้องค์กรเป็นพิษ ?</p>
<p>คงเคยได้ยินที่เขาบอกกันว่า &#8220;องค์กรสะท้อนผู้นำ&#8221; กันมาบ้าง</p>
<p>องค์กรจะมีบุคลิกลักษณะเปลี่ยนแปลงไปตามผู้นำในองค์กรนั้น เช่น หากกรรมการผู้จัดการชอบรูปภาพงานศิลป์ เรามักจะเห็นองค์กรนั้น ๆ มีภาพวาด หรือภาพถ่าย หรืองานปั้นประติมากรรมต่าง ๆ ในสำนักงานนั้น ๆ นี่เป็น ตัวอย่างเบื้องต้นของคำว่า องค์กร สะท้อนผู้นำ</p>
<p>ทำนองเดียวกัน ถ้าผู้นำขององค์กรมีปัญหาขึ้นมา องค์กรก็ย่อมจะเจ็บป่วยตามไปด้วย ตัวอย่าง เช่น</p>
<p>1.ผู้นำที่ขาดคุณธรรม ซึ่งเปรียบไปก็คล้ายกับผู้ปกครองหรือบิดามารดา ที่เลี้ยงลูกโดยไม่ให้ความรักความอบอุ่น แถมยังหาทางกลั่นแกล้งทำร้ายอยู่บ่อย ๆ นาน ๆ เข้าก็เกิดความเป็นพิษขึ้นกับผู้คน ในองค์กร</p>
<p>2.ผู้นำที่บริหารจัดการตามอารมณ์ฉัน คือเอาอารมณ์ของตัวเองเป็นที่ตั้ง ดังนั้น ลูกน้องจะต้องคอยดูทิศทางลม ฤกษ์ยามให้ดีว่าวันนี้ หัวหน้าอารมณ์ดีหรือไม่ เผลอ ๆ เข้าไปผิดจังหวะอาจหน้าหงายกลับมาด้วยคำพูดเจ็บ ๆ แสบ ๆ</p>
<p>3.ผู้นำแบบโลเล ไม่มีความชัดเจน วันนี้สั่งงานอย่าง พรุ่งนี้เปลี่ยนใจเอาใหม่ ทำให้ลูกน้องที่ทำงานด้วยทำงานยาก บางงานอุตส่าห์ทุ่มเททำงานจนไม่ได้หลับ ไม่ได้นอน พอเอางานมาส่งในวันรุ่งขึ้น หัวหน้าบอกว่าเอาใหม่แบบนี้ดีกว่า ลูกน้อง ก็เหวอไป</p>
<p>4.ผู้นำที่เอาแต่เลี่ยงความรับผิดชอบ ผู้นำแบบนี้จะทำงานแบบถนอมตัว ไม่พยายามขัดแย้งกับใคร ไม่อยากเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงกับเรื่องใด ๆ ถ้าไม่จำเป็น เช่น หากมีอำนาจเซ็นเช็คแล้ว ถ้าเลี่ยงได้ก็จะเกี่ยงให้คนอื่นเซ็นแทน เพราะกลัวว่าพลาดพลั้งขึ้นมา เดี๋ยวติดคุกแทนบริษัทอะไรทำนองนี้</p>
<p>นี่เป็นเพียงตัวอย่างในหลาย ๆ เรื่องของผู้นำหรือผู้บริหารในองค์กร ซึ่งหากมีปัญหาแล้วจะทำให้องค์กรเป็นพิษตามไปด้วยในที่สุด</p>
<p>ในส่วนของลูกน้องก็ทำให้องค์กรเป็นพิษได้ด้วยเหมือนกัน ตัวอย่าง เช่น</p>
<p>1.นั่งเมาท์หัวหน้าหรือผู้บังคับบัญชา วิพากษ์วิจารณ์กันสนุกปากไป เช่น หัวหน้างานคนนั้นเป็นอย่างงั้น ผู้จัดการคนนี้ไม่ดีอย่างนี้ ไม่มีน้ำใจ ฯลฯ ก็เอาแต่เมาท์กันจนไม่เป็นอันทำงาน</p>
<p>2.ผลจากการนั่งเมาท์นินทาสโมสรกันไป ก็จะทำให้เกิดข่าวลือในทางไม่ดีต่อองค์กร ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ทั้ง ๆ ที่ผู้นำองค์กรคนที่ถูกวิจารณ์อาจจะไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดนั้น แต่ผลกระทบก็ทำให้ไม่มีใครอยากเสวนาด้วย ทำให้การประสานงาน ในองค์กรมีปัญหาในที่สุด</p>
<p>3.พนักงานจะมีส่วนแก้ไขสถานการณ์เป็นพิษในองค์กรให้ดีขึ้นได้อย่างไร เป็นเรื่องที่ยากยิ่ง เพราะเมื่อเกิดความไม่เชื่อถือศรัทธาในตัวผู้นำแล้ว คนก็ไม่เป็นอันทำงาน แต่จะรอว่าเมื่อไหร่จะมีการเปลี่ยนตัวผู้นำองค์กรเสียที</p>
<p>4.จากผลในข้อ 3 ยิ่งนานวันเข้า ก็ยิ่งจะทำให้พนักงานรู้สึกหมดหวังว่าองค์กรจะดีขึ้นมาได้ เพราะฝังใจหรือเชื่อซะแล้วว่า ผู้นำแบบนี้นำพาองค์กรไปไม่รอดแหง ๆ เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว พนักงานที่มีศักยภาพหรือมีความสามารถก็จะเริ่มมองหางานใหม่ในที่สุด</p>
<p>ผมเชื่อว่าคงไม่มีใครอยากจะอยู่ในองค์กรที่มีมลพิษ จนเกิดความเป็นพิษ อย่างที่ได้เล่าให้ฟังนี่หรอกนะครับ วันนี้มาตรวจสุขภาพองค์กรประจำปี โดยการสำรวจความพึงพอใจในการทำงานของพนักงาน (employee satisfaction index survey หรือ ESS หรือ climate survey) กันเถอะครับ แต่การทำ ESS จะต้องทำด้วยหลักวิชาการที่ถูกต้อง ปราศจากอคติจริง ๆ ไม่ใช่ว่าทำแบบหลอกตัวเอง เอาใจผู้บริหาร ซึ่งหลาย ๆ องค์กรเลือกใช้บริการที่ปรึกษาภายนอกเข้ามาเป็นคนกลางในการสำรวจ ESS เพื่อให้เกิดความเที่ยงตรงมากที่สุด</p>
<p>วันนี้หากบรรยากาศในที่ทำงานเป็นพิษเสียแล้ว พนักงานคงไม่มีความสุขในการทำงานหรอกครับ การทำบรรยากาศในที่ทำงานให้ดี จึงเป็นเรื่องของทุก ๆ คน ทุกระดับที่จะช่วยกันสร้างสภาพแวดล้อม ให้ดีขึ้นมาให้ได้&#8230;</p>
<p>วันนี้&#8230;คุณได้มีส่วนช่วยสร้าง บรรยากาศในที่ทำงานของคุณให้ดีขึ้น แล้วหรือยังครับ ?</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/management2008.wordpress.com/606/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/management2008.wordpress.com/606/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/management2008.wordpress.com/606/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/management2008.wordpress.com/606/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/management2008.wordpress.com/606/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/management2008.wordpress.com/606/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/management2008.wordpress.com/606/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/management2008.wordpress.com/606/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/management2008.wordpress.com/606/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/management2008.wordpress.com/606/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/management2008.wordpress.com/606/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/management2008.wordpress.com/606/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/management2008.wordpress.com/606/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/management2008.wordpress.com/606/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=management2008.wordpress.com&amp;blog=1769186&amp;post=606&amp;subd=management2008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://management2008.wordpress.com/2010/04/15/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/7e5e9ddea5c9e816856da9be0793c8e9?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">management2008</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>พลัง&#8230;ไคเซน</title>
		<link>http://management2008.wordpress.com/2010/04/15/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b9%84%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://management2008.wordpress.com/2010/04/15/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b9%84%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 Apr 2010 03:51:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>management2008</dc:creator>
				<category><![CDATA[การบริหารทรัพยากรมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพยากรมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<category><![CDATA[Human Resources Management]]></category>
		<category><![CDATA[Leadership]]></category>
		<category><![CDATA[Management tips]]></category>
		<category><![CDATA[strategic management]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการเชิงกลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://management2008.wordpress.com/?p=603</guid>
		<description><![CDATA[ระดับพนักงาน - ด้านการทำงาน พนักงานจะสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น ได้รับความคิดสร้างสรรค์และเป็นการพัฒนาความคิดบวก เพราะในการปรับปรุงงานให้ดีขึ้นจะต้องคิดบวกตลอดเพื่อที่จะนำมาปรับปรุงกระบวนการมองทุกอย่างว่าทำให้ดีขึ้นได้ - ด้านขวัญกำลังใจ บริษัทไม่ได้มองเห็นว่าพนักงานเป็นแค่ลูกจ้าง จะทำให้พนักงานรักองค์กร มีแรงจูงใจในการทำงานเกิดความทุ่มเท เกิดความรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรในการที่บริษัทยอมรับในความคิดของพนักงาน - ด้านความมั่นใจ พนักงานรู้สึกว่าตนเองก็มีความสามารถ ที่จะทำให้ได้ ไม่ว่าจบการศึกษาระดับไหนก็สามารถเสนอความคิดได้ ระดับองค์กร - องค์กรจะสามารถอยู่รอดได้ เพราะในการทำงานที่ต้องใช้งบประมาณต้นทุนในการทำงานอยู่ตลอดเวลา ไคเซนถือเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถทำให้ลดค่าใช้จ่ายได้ - ทำให้เกิดคุณภาพในการทำงานของพนักงานที่เพิ่มมากขึ้น -ทำให้สถานที่ปฏิบัติงานมีชีวิตชีวามากขึ้น ได้คิดได้คุยร่วมกันมากขึ้น - องค์กรสามารถสร้างมาตรฐานและขีดความสามารถในการแข่งขันได้ - ลูกค้าพึงพอใจ องค์กรก็มีภาพลักษณ์ที่ดี<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=management2008.wordpress.com&amp;blog=1769186&amp;post=603&amp;subd=management2008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ระดับพนักงาน</p>
<p>- ด้านการทำงาน พนักงานจะสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น ได้รับความคิดสร้างสรรค์และเป็นการพัฒนาความคิดบวก เพราะในการปรับปรุงงานให้ดีขึ้นจะต้องคิดบวกตลอดเพื่อที่จะนำมาปรับปรุงกระบวนการมองทุกอย่างว่าทำให้ดีขึ้นได้</p>
<p>- ด้านขวัญกำลังใจ บริษัทไม่ได้มองเห็นว่าพนักงานเป็นแค่ลูกจ้าง จะทำให้พนักงานรักองค์กร มีแรงจูงใจในการทำงานเกิดความทุ่มเท เกิดความรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรในการที่บริษัทยอมรับในความคิดของพนักงาน</p>
<p>- ด้านความมั่นใจ พนักงานรู้สึกว่าตนเองก็มีความสามารถ ที่จะทำให้ได้ ไม่ว่าจบการศึกษาระดับไหนก็สามารถเสนอความคิดได้</p>
<p>ระดับองค์กร</p>
<p>- องค์กรจะสามารถอยู่รอดได้ เพราะในการทำงานที่ต้องใช้งบประมาณต้นทุนในการทำงานอยู่ตลอดเวลา ไคเซนถือเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถทำให้ลดค่าใช้จ่ายได้</p>
<p>- ทำให้เกิดคุณภาพในการทำงานของพนักงานที่เพิ่มมากขึ้น</p>
<p>-ทำให้สถานที่ปฏิบัติงานมีชีวิตชีวามากขึ้น ได้คิดได้คุยร่วมกันมากขึ้น</p>
<p>- องค์กรสามารถสร้างมาตรฐานและขีดความสามารถในการแข่งขันได้</p>
<p>- ลูกค้าพึงพอใจ องค์กรก็มีภาพลักษณ์ที่ดี</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/management2008.wordpress.com/603/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/management2008.wordpress.com/603/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/management2008.wordpress.com/603/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/management2008.wordpress.com/603/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/management2008.wordpress.com/603/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/management2008.wordpress.com/603/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/management2008.wordpress.com/603/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/management2008.wordpress.com/603/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/management2008.wordpress.com/603/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/management2008.wordpress.com/603/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/management2008.wordpress.com/603/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/management2008.wordpress.com/603/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/management2008.wordpress.com/603/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/management2008.wordpress.com/603/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=management2008.wordpress.com&amp;blog=1769186&amp;post=603&amp;subd=management2008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://management2008.wordpress.com/2010/04/15/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b9%84%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/7e5e9ddea5c9e816856da9be0793c8e9?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">management2008</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ลาออกจากงานอย่างไรให้ทุกคนจดจำ ?</title>
		<link>http://management2008.wordpress.com/2010/03/25/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%97/</link>
		<comments>http://management2008.wordpress.com/2010/03/25/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%97/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 25 Mar 2010 04:44:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>management2008</dc:creator>
				<category><![CDATA[การบริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารทรัพยากรมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพยากรมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<category><![CDATA[Human Resources Management]]></category>
		<category><![CDATA[Leadership]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการเชิงกลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[Management tips]]></category>
		<category><![CDATA[strategic management]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://management2008.wordpress.com/?p=600</guid>
		<description><![CDATA[คอลัมน์ ถามมา-ตอบไป สไตล์คอนซัลท์ โดย อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา ณ ตอนนี้หลายคนคงได้รับเงินโบนัสไปเรียบร้อยแล้ว และในขณะเดียวกัน หลายคนก็ยื่นใบลาออกจากงานแล้วเช่นกัน ไม่ว่าจะเพื่อไปทำงานที่ใหม่ ไปสร้างครอบครัวใหม่ หรือเพราะทนปัญหาบางอย่างไม่ไหว ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอะไร ปัญหาที่ตามมา คือจะทำอย่างไร เพื่อให้การลาออกนี้เป็นการ ลาออกแบบจากกันด้วยดี จากประสบการณ์ของหลาย ๆ คนที่ผมได้ฟังมา บางคนตั้งใจลาออกแบบเงียบ ๆ ไม่ให้ใครรู้ โดยจะรู้อีกที คือออกไปแล้ว ไม่มีการบอกกล่าว ว่าลาออกเพราะอะไร ซึ่งทำให้คนที่เหลืออยู่ไปนั่งคิดและคาดเดากันเอาเองถึงเหตุผลการลาออก ในขณะที่ยังมีคนอีกกลุ่ม (ซึ่งดูเหมือน จะคับแค้นใจมาก) ต้องการลาออกแบบ ยิ่งใหญ่ ประกาศให้ทุกคนในบริษัทได้รู้ พร้อมทั้งชี้นิ้วทั้งสิบนิ้วไปที่ต้นเหตุของการ ลาออก ซึ่งไม่ว่าจะลาออกด้วยวิธีใด ทั้งสองวิธีนี้ก็เป็นการลาออกที่ไม่ค่อยสวยเท่าไรนัก วันก่อนมีคนโทร.มาสอบถามถึงวิธีการลาออกแบบสวย ๆ แบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำก็ไม่ขุ่น ปัญหาของเขาก็คือองค์กรเก่าก็ดีกับเขา ในขณะที่องค์กรใหม่ก็เป็นอะไรที่ท้าทายความสามารถ ตอนที่ลาออกจากที่เก่า ผู้บริหารขององค์กรได้พยายามฉุดรั้งเขาไว้โดยการให้เงินเดือนและสวัสดิการเทียบเท่ากับองค์กรใหม่ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่เขาออก ความท้าทายต่างหากเป็นสิ่งที่เขาต้องการจะได้รับ แต่ไม่รู้จะพูดอย่างไรกับผู้บริหาร เหล่านั้นดี ผมจึงให้คำแนะนำเขาไปว่า&#8230; 1.ชี้ให้ทุกคนเห็นว่า การลาออกนี้เป็นการตัดสินใจลาออกเพราะตัวเราเอง ไม่ใช่เพราะใครคนใดคนหนึ่งในองค์กร อย่าลืมว่าการลาออกหมายถึงความตั้งใจของคนคนหนึ่ง [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=management2008.wordpress.com&amp;blog=1769186&amp;post=600&amp;subd=management2008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คอลัมน์ ถามมา-ตอบไป สไตล์คอนซัลท์</p>
<p>โดย อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา</p>
<p>ณ ตอนนี้หลายคนคงได้รับเงินโบนัสไปเรียบร้อยแล้ว และในขณะเดียวกัน หลายคนก็ยื่นใบลาออกจากงานแล้วเช่นกัน ไม่ว่าจะเพื่อไปทำงานที่ใหม่ ไปสร้างครอบครัวใหม่ หรือเพราะทนปัญหาบางอย่างไม่ไหว ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอะไร ปัญหาที่ตามมา คือจะทำอย่างไร เพื่อให้การลาออกนี้เป็นการ ลาออกแบบจากกันด้วยดี</p>
<p>จากประสบการณ์ของหลาย ๆ คนที่ผมได้ฟังมา บางคนตั้งใจลาออกแบบเงียบ ๆ ไม่ให้ใครรู้ โดยจะรู้อีกที คือออกไปแล้ว</p>
<p>ไม่มีการบอกกล่าว ว่าลาออกเพราะอะไร ซึ่งทำให้คนที่เหลืออยู่ไปนั่งคิดและคาดเดากันเอาเองถึงเหตุผลการลาออก</p>
<p>ในขณะที่ยังมีคนอีกกลุ่ม (ซึ่งดูเหมือน จะคับแค้นใจมาก) ต้องการลาออกแบบ ยิ่งใหญ่ ประกาศให้ทุกคนในบริษัทได้รู้ พร้อมทั้งชี้นิ้วทั้งสิบนิ้วไปที่ต้นเหตุของการ ลาออก ซึ่งไม่ว่าจะลาออกด้วยวิธีใด ทั้งสองวิธีนี้ก็เป็นการลาออกที่ไม่ค่อยสวยเท่าไรนัก</p>
<p>วันก่อนมีคนโทร.มาสอบถามถึงวิธีการลาออกแบบสวย ๆ แบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำก็ไม่ขุ่น ปัญหาของเขาก็คือองค์กรเก่าก็ดีกับเขา ในขณะที่องค์กรใหม่ก็เป็นอะไรที่ท้าทายความสามารถ</p>
<p>ตอนที่ลาออกจากที่เก่า ผู้บริหารขององค์กรได้พยายามฉุดรั้งเขาไว้โดยการให้เงินเดือนและสวัสดิการเทียบเท่ากับองค์กรใหม่ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่เขาออก ความท้าทายต่างหากเป็นสิ่งที่เขาต้องการจะได้รับ แต่ไม่รู้จะพูดอย่างไรกับผู้บริหาร เหล่านั้นดี ผมจึงให้คำแนะนำเขาไปว่า&#8230;</p>
<p>1.ชี้ให้ทุกคนเห็นว่า การลาออกนี้เป็นการตัดสินใจลาออกเพราะตัวเราเอง ไม่ใช่เพราะใครคนใดคนหนึ่งในองค์กร อย่าลืมว่าการลาออกหมายถึงความตั้งใจของคนคนหนึ่ง ในการออกจากองค์กร ๆ หนึ่ง</p>
<p>ดังนั้น จงทำหน้าที่การลาออกให้สมบูรณ์ โดยการชี้ให้ทุกคนในองค์กรเห็นถึงเหตุผลของการลาออก โดยอาจจะชี้ให้เขาเห็นถึงความคาดหวังของคุณในอนาคต ซึ่งงานปัจจุบันไม่สามารถทำให้บรรลุความฝันนั้นได้</p>
<p>อย่าปล่อยให้เขาไปนั่งคิดหาเหตุผลการลาออกของคุณเอาเอง เพราะผลที่ออกมาอาจจะเป็นอะไรที่คุณไม่สามารถคาดเดาได้ และอาจจะไม่เป็นผลดีต่อตัวของคุณเองในอนาคต</p>
<p>แน่นอนว่า สำหรับคนที่โทร.มาปรึกษา ผมแนะนำให้เขาพูดไปตามความเป็นจริง บอกไปเลยว่า ที่เขาจากไปไม่เกี่ยวกับองค์กร หรือใครในองค์กรทั้งสิ้น แต่เป็นความท้าทายขององค์กรใหม่ ที่ทำให้เขาอยากไปมากกว่า</p>
<p>2.ชี้ให้เห็นว่า แม้ตัวคุณจะไปแล้ว แต่ไม่ได้เป็นการไปลับ ใจของคุณยังคงอยู่กับองค์กรและเพื่อน ๆ ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ ก่อนที่ตัวจะออกจากองค์กรนั้น ๆ อย่างเป็นทางการ จงบอกและแจ้งให้ผู้บริหาร หรือหัวหน้าของคุณได้ทราบว่า คุณพร้อมที่จะช่วยเหลือองค์กร ถ้าองค์กรต้องการ</p>
<p>ไม่ว่าจะเป็นการให้คำปรึกษาอย่างไม่เป็นทางการ หรือรับงานมาทำเป็นแบบชั่วคราว (freelance)</p>
<p>แต่ถ้าสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นเป็นสิ่งที่คุณไม่สามารถทำได้ คุณยังสามารถติดต่อพูดคุยกับคนเหล่านั้นได้ ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสังสรรค์ หรือการติดต่อทาง online อย่าลาออกแล้วออกเลย เพราะในวงการธุรกิจ ไม่ช้าไม่นาน คุณก็อาจจะวนกลับมาเจอกันอีกได้</p>
<p>ไม่ว่าจะเป็นในฐานะเพื่อนร่วมงานใน ที่ใหม่ หรือนายลูกน้อง หรือแม้แต่กลายมาเป็นลูกค้า</p>
<p>สำหรับผู้ที่โทร.มาปรึกษา ผมแนะนำให้เขาเสนอตัวที่จะช่วยองค์กรเก่า ถ้าองค์กรต้องการผู้บริหาร สามารถโทร.มาสอบถามเขาเป็นการส่วนตัวได้ หรือถ้าต้องการให้เขาช่วยรับงานมาทำที่บ้านบางส่วน ก็ยินดี ผลที่ออกมา ปรากฏว่าผู้บริหารเหล่านั้นประทับใจในตัวเขา ถึงกับแซวว่า อย่าเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์หนีพวกเขาแล้วกัน</p>
<p>3.ยอมรับถึงผลกระทบของงานที่ผู้อื่นจะต้องดูแลแทน การขาดคน ไม่ว่าใครคนใดคนหนึ่งในทีมไป นั่นหมายถึงการเพิ่มงาน ให้กับคนที่เหลืออยู่ อย่างน้อยก็ชั่วระยะเวลาหนึ่ง</p>
<p>ดังนั้น สิ่งที่คุณควรทำ คือการมอบหมายงาน พร้อมทั้งให้แนวทางในการทำงานกับคนที่ต้องดูแลงานต่อจากคุณ (โดยเฉพาะถ้าเขาไม่รู้</p>
<p>อะไรเกี่ยวกับงานของคุณเลย) ในขณะเดียวกัน ก็อย่าแสดงออก หรือพูดมากจนเกินเกี่ยวกับงานของคุณจนทำให้เขา เข้าใจผิดคิดว่า คุณกำลังคิดว่า ถ้าองค์กรขาดคุณไป จะไม่มีใครทำอะไรได้ องค์กรจะล่มสลาย ซึ่งนั่นก็จะไม่เป็นผลดีกับ ตัวคุณเองเท่าไรนัก</p>
<p>ส่วนผู้ที่โทร.มาปรึกษากับผม ตอนนี้เขาได้ย้ายไปทำงานที่ใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ก่อนที่เขาจะไป เขาได้สอนน้อง ๆ ในฝ่ายให้สามารถทำงานแทนเขา โดยเฉพาะงานที่มีกำหนดส่ง หรือเสร็จภายใน 2-3 เดือนข้างหน้า</p>
<p>ซึ่งเป็นระยะเวลาเพียงพอที่ผู้บริหารจะหาพนักงานใหม่เข้ามาทดแทนได้ เลยทำให้การลาออกครั้งนี้เป็นการจากกันที่สร้างความประทับใจเป็นยิ่งนัก</p>
<p>แล้วตอนนี้คุณตัดสินใจอย่างไรอยู่ ถ้าตัดสินใจที่จะอยู่ทำงานต่อไป ผมก็อวยพรให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่ถ้าคุณตัดสินใจที่จะไป ผมก็ขอให้คุณลาจากที่เก่าได้อย่างสวยงามเช่นกันนะครับ</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/management2008.wordpress.com/600/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/management2008.wordpress.com/600/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/management2008.wordpress.com/600/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/management2008.wordpress.com/600/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/management2008.wordpress.com/600/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/management2008.wordpress.com/600/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/management2008.wordpress.com/600/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/management2008.wordpress.com/600/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/management2008.wordpress.com/600/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/management2008.wordpress.com/600/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/management2008.wordpress.com/600/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/management2008.wordpress.com/600/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/management2008.wordpress.com/600/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/management2008.wordpress.com/600/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=management2008.wordpress.com&amp;blog=1769186&amp;post=600&amp;subd=management2008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://management2008.wordpress.com/2010/03/25/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%97/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/7e5e9ddea5c9e816856da9be0793c8e9?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">management2008</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เบื้องหลังโศกนาฏกรรมวิกฤตการเงินกรีซ</title>
		<link>http://management2008.wordpress.com/2010/03/22/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a8%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%8f%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://management2008.wordpress.com/2010/03/22/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a8%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%8f%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Mar 2010 06:44:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>management2008</dc:creator>
				<category><![CDATA[รอบรั้วเศรษฐศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตการเงิน...Hamburger Crisis]]></category>
		<category><![CDATA[economic]]></category>
		<category><![CDATA[Economic Issues]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://management2008.wordpress.com/?p=597</guid>
		<description><![CDATA[เบื้องหลังโศกนาฏกรรมวิกฤตการเงินกรีซ คอลัมน์ เดินคนละฟาก โดย กมล กมลตระกูล kamolt@yahoo.com หลังวิกฤตอสังหาฯหรือ subprime ในอเมริกา ซึ่งเศรษฐกิจมะกันก็ยังยักแย่ยักยันอยู่ กลุ่มประเทศอียูก็เผชิญกับการท้าทายครั้งใหญ่ว่าจะสามารถยันค่าเงินยูโรไม่ให้ล้ม เพราะเกิดวิกฤตการเงินในประเทศกรีซซึ่งเป็นสมาชิกของยูโรโซน หรือว่าวิกฤตครั้งนี้จะกลายเป็นโดมิโน เพราะประเทศในเครือที่มีปัญหาคล้าย ๆ กับกรีซยังมีอีกหลายประเทศ เช่น อิตาลี สเปน และโปรตุเกส ประเทศกรีซได้ชื่อว่าเป็นต้นตำรับการเขียนวรรณกรรมประเภทโศกนาฏกรรม หรือที่เรียกกันว่า Greek tragedy บัดนี้กรีซกำลังเขียนโศกนาฏกรรมบทใหม่ให้กับชาวโลก ปัญหาที่นักเศรษฐศาสตร์และนักการเงินทั่วโลกตั้งคำถามคือ วิกฤตนี้เกิดจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ล้มเหลว หรือเกิดจากกองทุนปิศาจ หรือกองทุนโจรสลัด (hedge funds) ที่ออกอาละวาดปล้นทรัพย์สินเหมือนกองโจรสลัดโซมาเลีย กรีซมีหนี้ต่างประเทศสูงถึง 3 แสนล้านยูโร (300 billion) หรือ $4 แสน 4 หมื่น 1 พันล้านเหรียญ ($441 billion) คิดเป็น 125% ของ GDP, หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ ฉบับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=management2008.wordpress.com&amp;blog=1769186&amp;post=597&amp;subd=management2008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เบื้องหลังโศกนาฏกรรมวิกฤตการเงินกรีซ</p>
<p>คอลัมน์ เดินคนละฟาก</p>
<p>โดย กมล กมลตระกูล kamolt@yahoo.com</p>
<p>หลังวิกฤตอสังหาฯหรือ subprime ในอเมริกา ซึ่งเศรษฐกิจมะกันก็ยังยักแย่ยักยันอยู่ กลุ่มประเทศอียูก็เผชิญกับการท้าทายครั้งใหญ่ว่าจะสามารถยันค่าเงินยูโรไม่ให้ล้ม เพราะเกิดวิกฤตการเงินในประเทศกรีซซึ่งเป็นสมาชิกของยูโรโซน หรือว่าวิกฤตครั้งนี้จะกลายเป็นโดมิโน เพราะประเทศในเครือที่มีปัญหาคล้าย ๆ กับกรีซยังมีอีกหลายประเทศ เช่น อิตาลี สเปน และโปรตุเกส</p>
<p>ประเทศกรีซได้ชื่อว่าเป็นต้นตำรับการเขียนวรรณกรรมประเภทโศกนาฏกรรม หรือที่เรียกกันว่า Greek tragedy บัดนี้กรีซกำลังเขียนโศกนาฏกรรมบทใหม่ให้กับชาวโลก</p>
<p>ปัญหาที่นักเศรษฐศาสตร์และนักการเงินทั่วโลกตั้งคำถามคือ วิกฤตนี้เกิดจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ล้มเหลว หรือเกิดจากกองทุนปิศาจ หรือกองทุนโจรสลัด (hedge funds) ที่ออกอาละวาดปล้นทรัพย์สินเหมือนกองโจรสลัดโซมาเลีย</p>
<p>กรีซมีหนี้ต่างประเทศสูงถึง 3 แสนล้านยูโร (300 billion) หรือ $4 แสน 4 หมื่น 1 พันล้านเหรียญ ($441 billion) คิดเป็น 125% ของ GDP, หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ ฉบับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2010 รายงานว่า นาย Ben Bernanke ประธานธนาคารกลางของสหรัฐ ได้ให้การต่อคณะกรรมาธิการการเงินและการธนาคารของวุฒิสภา ว่า บริษัทเงินทุน Goldman Sachs และกลุ่มบริษัทในวอลล์สตรีตมีพฤติกรรมน่าสงสัยว่าเป็นต้นตอของการก่อให้เกิดวิกฤตการเงินในประเทศกรีซ</p>
<p>หนังสือพิมพ์ Financial Times ของประเทศอังกฤษ ได้รายงานคำให้การของนาย Gary D. Cohn ประธานของบริษัท Goldman Sachs กับคณะกรรมาธิการการคลังของอังกฤษ ว่า การเป็นนายหน้าจัดหาเงินกู้ให้รัฐบาลกรีซ โดยทำเป็นสัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (currency swap) แทนสัญญากู้เงินในปี 2001 ช่วยให้รัฐบาลกรีซสามารถปิดบังตัวเลขการขาดดุลงบประมาณแผ่นดิน และตัวเลขการเป็นหนี้ต่างประเทศที่แท้จริง จากมาตรการควบคุมที่เข้มงวดของอียู นอกจากนี้ Goldman Sachs ยังได้ขายอนุพันธ์ credit-default swaps (CDS) ให้กับรัฐบาลกรีซอีกด้วย</p>
<p>ด้วยวิธีการนี้ รัฐบาลกรีซสามารถออกพันธบัตรขาย (กู้เงิน) ได้อย่างเกือบไม่จำกัด เพราะว่าความเสี่ยงที่จะไม่มีเงินจ่ายดอกเบี้ยหรือซื้อพันธบัตรคืน ได้รับการค้ำประกันหรือโอนไปยังบริษัทผู้ขาย CDS ซึ่งได้รับค่าธรรมเนียมสูงรายปีเป็นการตอบแทนการรับความเสี่ยงนี้ เช่นเดียวกับบริษัทประกันภัยทั้งหลายที่ยอมรับความเสี่ยงโดยการขายประกัน</p>
<p>ทั่วโลกยังไม่ค่อยรู้จักเจ้าอนุพันธ์ตัวนี้เหมือนกับที่ไม่ค่อยรู้จักเจ้า collateralized debt obligations (CDOs) จนกระทั่งเกิดวิกฤต subprime ในอเมริกา แล้วลามไปเกือบทั่วโลก จึงได้รู้ซึ้งถึงอิทธิฤทธิ์ของมัน</p>
<p>อนุพันธ์ credit-default swaps (CDS) ซึ่งเป็นปิศาจตัวใหม่ในโลกการเงิน ซึ่งตลาดทุนทั่วโลกที่มีประเทศกว่า 200 ประเทศ แต่ถูกแปรให้สัมพันธ์พ่วงโยงกันจนกลายเป็นตลาดเดียวกัน ในยุคที่เรียกว่าทุนครอบโลกคืออะไร</p>
<p>CDS คือสัญญาประเภทหนึ่งที่ตกลงกันว่า ฝ่ายหนึ่งจะจ่ายค่าบริการรายปีสำหรับการคุ้มครองความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งสัญญาว่าหากคู่สัญญาผิดนัดชำระหนี้หรือจ่ายหนี้ไม่ไหวก็จะรับภาระจ่ายแทน สัญญานี้เหมือนกับสัญญาประกันทั่วไป โดยทั่วไปนำมาใช้กับพันธบัตร (municipal bonds), หุ้นกู้ (corporate debt) หรือสัญญาจำนองอสังหฯ (mortgage securities)</p>
<p>แต่ข้อแตกต่างที่สำคัญคือ สัญญาประกันภัย ประกันชีวิต หรือประกันอุบัติเหตุ มีกฎหมายควบคุมอย่างรัดกุม และมีบริษัทที่รับผิดชอบแน่นอน แต่ CDS ไม่มีกฎหมาย หรือหน่วยงาน หรือสถาบันควบคุม</p>
<p>สัญญานี้ฟังดูเหมือนไม่มีอะไรซับซ้อน แต่ในทางปฏิบัติในยุคทุนครอบโลก สัญญานี้สามารถนำมารวมกันแล้วออกเป็นตราสารหนี้ (bonds) หรืออนุพันธ์ตัวใหม่ (derivatives) นำออกขายต่อเพื่อกระจายความเสี่ยง หรือเพื่อการเก็งกำไรต่อ โดยสถาบันการเงิน และกองทุนโจรสลัด ซึ่งสามารถซื้อได้ทั้ง 2 ฟาก คือฟากค้ำประกัน หรือฟากขายล่วงหน้า (short) แล้วแต่ยุทธศาสตร์การลงทุน หรือการคาดการณ์ของ CEO ซึ่งมีแรงจูงใจในส่วนแบ่งของรายได้ โดยทั่วไปจะมีการซื้อขายกันถึง 15-20 ทอด เหมือนตราสารหนี้อสังหาฯ CDOs</p>
<p>บริษัทที่ถือ CDS สามารถนำ CDS มาซื้อประกันซ้อน (hedge or short) เพื่อลดอัตราเสี่ยงของตนอีก เช่น กรณีที่ Goldman Sachs ขาย CDS ของรัฐบาลกรีซล่วงหน้า อันเป็นสัญญาณลดเครดิตพันธบัตรของรัฐบาลกรีซ เพื่อกดดันให้รัฐบาลกรีซผิดนัดชำระหนี้เพราะกู้เงินเพิ่มมาต่อสายป่านไม่ได้ หรือกู้ได้ก็ต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงกว่าอัตราตลาด ดังนั้น Goldman Sachs ก็จะได้กำไร ประธานบริษัท Goldman Sachs จึงถูกธนาคารกลางสหรัฐเรียกตัวมาสอบสวน</p>
<p>เมื่อผู้ซื้อประกันรายแรกผิดนัดชำระหนี้ก็อาจจะหาผู้มารับชำระหนี้แทนไม่ได้ หรือบริษัทที่ขายนั้นได้ล้มละลายไปแล้ว ดังเช่นกรณีที่เกิดขึ้นกับบริษัท Lehman Brothers และ American International Group (AIG) ซึ่งเป็นผู้ถือ CDOs รายใหญ่รายหนึ่งของโลก โดยมีมูลค่า 1 หมื่น 1 พันล้านเหรียญ ในขณะนั้น จนต้องยอมกลายเป็นบริษัทล้มละลาย</p>
<p>สมาคม International Swaps and Derivatives Association ระบุว่า ตลาด CDS ในปี 2007 มีมูลค่าสูงถึง 45 ล้านล้านเหรียญ ซึ่งมากกว่าตลาดหุ้นทั้งหมดของอเมริกาที่มีมูลค่า 22 ล้านล้านเหรียญถึง 2 เท่า มากกว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่งเจอปัญหาเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ซึ่งมีมูลค่าเพียง 7.1 ล้านล้านเหรียญ หรือตลาดพันธบัตรรัฐบาลที่มีมูลค่า 4.4 ล้านล้านเหรียญ</p>
<p>ด้วยขนาดของมูลค่าที่ซื้อขายกันอยู่ วิกฤต CDS ที่เผยตัวออกมาจากวิกฤตการเงินกรีซ จึงอาจจะกลายเป็นระเบิดนิวเคลียร์การเงินลูกใหม่ที่โลกกำลังจะต้องเผชิญ ไม่ใช่เพียงแค่กลุ่มประเทศยูโรโซน หรืออียูเท่านั้น</p>
<p>กลุ่มทุนวอลล์สตรีต เช่น JP Morgan Chase, Citibank, Bank of America and Wachovia และกองทุนโจรสลัดถือ CDS ของประเทศกรีซประเทศเดียวมีมูลค่าสูงถึง 8 หมื่น 5 พันล้านเหรียญ ซึ่งหมายความว่าเมื่อกรีซผิดนัดชำระหนี้ บริษัทเหล่านี้ก็จะต้องรับภาระจ่ายหนี้แทนกรีซ และอาจจะไม่มีเงินจ่ายเหมือนกรณี AIG และ Lehman Brothers ในวิกฤต subprime</p>
<p>อันที่จริงหนี้ต่างประเทศของกรีซจำนวนไม่น้อยก็เกิดจากรายจ่ายค่าธรรมเนียมอันแพงลิบลิ่วในการซื้อ CDS จากบริษัทข้างต้น บวกกับดอกเบี้ยของพันธบัตรที่นำออกขายโดยไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีจ่าย เพราะว่าได้ซื้อประกันไว้แล้ว</p>
<p>ในกรณีของกรีซ นาย Christopher J. Dodd ประธานคณะกรรมาธิการการเงินและการคลังของวุฒิสภาอเมริกัน ได้ดำเนินการสอบสวนและได้ข้อสรุปว่า Goldman Sachs ได้โจมตีค่าเงินและตลาดพันธบัตรของกรีซเพื่อให้กรีซผิดนัดชำระหนี้ บริษัทของตนจะได้กำไรจากการผิดนัดชำระหนี้ โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของสาธารณะ (Washington Post)</p>
<p>วิกฤตการเงินของกรีซอันเกิดจากพฤติกรรมของสถาบันการเงินโลกและกองทุนโจรสลัดในการใช้อาวุธใหม่ ๆ คือ อนุพันธ์สารพัดชื่อที่คิดค้นกันขึ้นมาแล้วเร่ขายทั่วโลก ด้วยการให้แรงจูงใจในผลตอบแทนสูงกว่าการลงทุนปกติ ทำให้คิดถึงข้อเสนอให้การรวมบัญชี 3 บัญชี ของธนาคารแห่งประเทศไทย อันได้แก่ บัญชีเงินตรา บัญชีผลประโยชน์ของ ธปท. และทุนสำรองระหว่างประเทศ เพื่อนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยมาใช้แล้วหนาว เพราะยากที่จะรู้เท่าทันในเล่ห์กล หรืออนุพันธ์ใหม่ ๆ สารพัดที่มีชื่อหรู ๆ มีผลตอบแทนน่าจูงใจ ให้หลักประกันสารพัด ซึ่งล้วนเป็นการโกหกคำโตทั้งสิ้น</p>
<p>หากรวมบัญชีแล้ว ธปท.สามารถนำเงินไปลงทุนหาดอกผลเพื่อมาลดหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ แล้วผิดพลาดขึ้นมาเหมือนเมื่อครั้งเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 ที่ผู้บริหาร ธปท.นำเงินสำรองของชาติไปสู้ค่าเงินจนเกือบเกลี้ยงคลัง</p>
<p>คนไทยทั้งชาติก็จะพลอยล้มละลายและถูกกองทุนระหว่างประเทศ IMF ตั้งเงื่อนไขโหดเพื่อแก้ปัญหาการเงินของชาติ เหมือนที่กรีซโดน &#8220;ใบสั่งยา&#8221; (ยาสั่ง) ให้ขึ้นภาษี และลดงบประมาณด้านสวัสดิการ สาธารณสุข สาธารณูปโภค และการศึกษา เพื่อนำเงินไปใช้หนี้ที่ประชาชนไม่ได้ก่อ เหมือนหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯของไทย จนชาวกรีซลุกขึ้นประท้วงกันทั้งประเทศในขณะนี้</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/management2008.wordpress.com/597/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/management2008.wordpress.com/597/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/management2008.wordpress.com/597/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/management2008.wordpress.com/597/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/management2008.wordpress.com/597/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/management2008.wordpress.com/597/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/management2008.wordpress.com/597/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/management2008.wordpress.com/597/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/management2008.wordpress.com/597/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/management2008.wordpress.com/597/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/management2008.wordpress.com/597/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/management2008.wordpress.com/597/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/management2008.wordpress.com/597/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/management2008.wordpress.com/597/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=management2008.wordpress.com&amp;blog=1769186&amp;post=597&amp;subd=management2008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://management2008.wordpress.com/2010/03/22/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a8%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%8f%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/7e5e9ddea5c9e816856da9be0793c8e9?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">management2008</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ดูแลพนักงานอย่างบูรณาการ</title>
		<link>http://management2008.wordpress.com/2010/03/18/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://management2008.wordpress.com/2010/03/18/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 18 Mar 2010 08:25:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>management2008</dc:creator>
				<category><![CDATA[การบริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารทรัพยากรมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพยากรมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[รอบรั้วเศรษฐศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[HR Management]]></category>
		<category><![CDATA[Human Resources Management]]></category>
		<category><![CDATA[Leadership]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการเชิงกลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[Management tips]]></category>
		<category><![CDATA[strategic management]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://management2008.wordpress.com/?p=595</guid>
		<description><![CDATA[คอลัมน์ หนึ่งคิดหนึ่งทำ โดย สันติ โยนกพันธ์, ชนายุส ตินารักษ์ บางแง่มุมแนวคิดการดูแล พนักงานอย่างบูรณาการ เหมือนย้อนไปสู่ยุคเจ้านายสมัยโบราณ เพื่อเรียกร้องให้องค์กรธุรกิจเอาใจใส่ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของพนักงานให้มากขึ้นจนถึงลูกหลาน แต่เป็นแค่เหมือนเพราะพัฒนาการย่อมไม่ย้อนกลับและเนื้อแท้ แตกต่างกัน สร้างเอกภาพผลประโยชน์ องค์กรธุรกิจจ่ายเงินเดือนและผลตอบแทนอื่น ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนแรงงาน ทักษะ ความชำนาญ ความคิดสร้างสรรค์ และความรับผิดชอบของพนักงานอย่าง สมเหตุสมผลระหว่างกัน แต่มิใช่ทุกอย่างที่เป็นไปโดยอัตโนมัติ ในเมื่อผู้คนมีความ แตกต่างทั้งทางกายภาพ ความรู้สึกนึกคิด ความสามารถที่หลากหลายตามพื้นฐานความเป็นมาและพัฒนาการส่วนบุคคล ขณะที่องค์กรธุรกิจย่อมต้องการความสมบูรณ์ ดีเลิศและ ดียิ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ เพื่อตอบสนองสภาพแวดล้อมของการแข่งขัน การอยู่รอดเติบโตและขยายตัวขององค์กรธุรกิจเอง ชีวิตของพนักงาน ฝ่ายบริหาร เจ้าของธุรกิจหรือผู้ประกอบการ หล่อหลอมรวมกันในองค์กรธุรกิจ ขณะเดียวกันแต่ละฝ่ายก็มีชีวิตอยู่นอกองค์กรธุรกิจ ทั้งนี้ในปัจจุบันระยะเวลาและผลกระทบต่อคุณภาพและ วิถีชีวิตส่วนใหญ่เป็นผลจากการทำงาน เป็นผลจากการประกอบธุรกิจ การดูแลทางกายภาพของพนักงานตั้งแต่ สภาพแวดล้อมการทำงานถึงสุขภาพกายและใจของพนักงาน การเอาใจใส่ความรู้สึกนึกคิด จิตวิญญาณของพนักงาน การพัฒนาขีดความสามารถที่องค์กรต้องการ และการให้ผลตอบแทนที่สอดคล้องกับพัฒนาการขององค์กร เป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาอย่างทั่วด้าน กล่าวได้ว่าเป็นการบริหารจัดการบุคลากรอย่างบูรณาการ หรือวาทกรรมใหม่ &#8220;บริหารจัดการชีวิตองค์กร Organization Life Management&#8221; ชีวิตองค์กรหรือมีคำที่ใช้ในความหมายใกล้เคียงกันคือ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=management2008.wordpress.com&amp;blog=1769186&amp;post=595&amp;subd=management2008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คอลัมน์ หนึ่งคิดหนึ่งทำ</p>
<p>โดย สันติ โยนกพันธ์, ชนายุส ตินารักษ์</p>
<p>บางแง่มุมแนวคิดการดูแล พนักงานอย่างบูรณาการ เหมือนย้อนไปสู่ยุคเจ้านายสมัยโบราณ เพื่อเรียกร้องให้องค์กรธุรกิจเอาใจใส่ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของพนักงานให้มากขึ้นจนถึงลูกหลาน แต่เป็นแค่เหมือนเพราะพัฒนาการย่อมไม่ย้อนกลับและเนื้อแท้ แตกต่างกัน</p>
<p>สร้างเอกภาพผลประโยชน์</p>
<p>องค์กรธุรกิจจ่ายเงินเดือนและผลตอบแทนอื่น ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนแรงงาน ทักษะ ความชำนาญ ความคิดสร้างสรรค์ และความรับผิดชอบของพนักงานอย่าง สมเหตุสมผลระหว่างกัน แต่มิใช่ทุกอย่างที่เป็นไปโดยอัตโนมัติ ในเมื่อผู้คนมีความ แตกต่างทั้งทางกายภาพ ความรู้สึกนึกคิด ความสามารถที่หลากหลายตามพื้นฐานความเป็นมาและพัฒนาการส่วนบุคคล ขณะที่องค์กรธุรกิจย่อมต้องการความสมบูรณ์ ดีเลิศและ ดียิ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ เพื่อตอบสนองสภาพแวดล้อมของการแข่งขัน การอยู่รอดเติบโตและขยายตัวขององค์กรธุรกิจเอง</p>
<p>ชีวิตของพนักงาน ฝ่ายบริหาร เจ้าของธุรกิจหรือผู้ประกอบการ หล่อหลอมรวมกันในองค์กรธุรกิจ ขณะเดียวกันแต่ละฝ่ายก็มีชีวิตอยู่นอกองค์กรธุรกิจ ทั้งนี้ในปัจจุบันระยะเวลาและผลกระทบต่อคุณภาพและ วิถีชีวิตส่วนใหญ่เป็นผลจากการทำงาน เป็นผลจากการประกอบธุรกิจ</p>
<p>การดูแลทางกายภาพของพนักงานตั้งแต่ สภาพแวดล้อมการทำงานถึงสุขภาพกายและใจของพนักงาน การเอาใจใส่ความรู้สึกนึกคิด จิตวิญญาณของพนักงาน การพัฒนาขีดความสามารถที่องค์กรต้องการ และการให้ผลตอบแทนที่สอดคล้องกับพัฒนาการขององค์กร เป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาอย่างทั่วด้าน กล่าวได้ว่าเป็นการบริหารจัดการบุคลากรอย่างบูรณาการ หรือวาทกรรมใหม่ &#8220;บริหารจัดการชีวิตองค์กร Organization Life Management&#8221;</p>
<p>ชีวิตองค์กรหรือมีคำที่ใช้ในความหมายใกล้เคียงกันคือ สุขภาพองค์กร Organization health ที่สำคัญคือ ผลประกอบการ และอนาคตขององค์กร แกนภายในชีวิตองค์กรคือชีวิตของผู้คน ทั้งหลายตั้งแต่เจ้าของ ผู้บริหารสูงสุด ลดหลั่นลงมาถึงพนักงานอันดับสุดท้าย</p>
<p>การบริหารจัดการชีวิตองค์กรต้องทำให้คนกับองค์กรเป็นเอกภาพกันนี้ เมื่อมองในภาพรวม แนวโน้มใหม่ของสังคม วิถีใหม่ของการบริหารจัดการธุรกิจแล้วเป็นเรื่องที่หลายองค์กรกำลังดำเนินการ</p>
<p>แต่จำเป็นต้องมองในภาพย่อย มองปัจจัยเฉพาะของตนเอง บริหารจัดการในเงื่อนไขปัจจัยของตนเอง</p>
<p>ให้ดีที่สุด โดยมีทิศทางที่แน่นอนในการก้าวไปสู่สิ่งที่ดีกว่าโรงงานอุตสาหกรรมที่เป็น labour intensive ซึ่งยังมีอยู่จำนวนไม่น้อย ย่อมมีการบริหารจัดการอย่างหนึ่ง บริหารชีวิตองค์กร (ชีวิตโรงงาน) ในรูปแบบและวิถีของตนเอง โรงงานอุตสาหกรรมทันสมัยก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง กิจการรับเหมาก่อสร้าง พาณิชยกรรม สถาบันการเงิน ธุรกิจการค้า ฯลฯ ล้วนมีหนทางที่เหมาะสมของตนเอง</p>
<p>แก่นแท้ร่วมกันนั้นอยู่ในปริมณฑลของผลประโยชน์ต่างตอบแทนที่สร้างความรู้สึกชอบธรรมระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย หรือหลาย ๆ ฝ่าย ความรู้สึกชอบธรรมมีอิทธิพลมากกว่าความชอบธรรมในเชิงคณิตศาสตร์ แต่โดยพื้นฐานการแบ่งปันแล้วต้องชอบด้วยเหตุผลเป็นเบื้องต้น ขณะเดียวกันก็ต้องมีการพัฒนาในวิถีขององค์กรเอง</p>
<p>บุคคลในองค์กรเป็นเสมือนเซลล์ชีวิตขององค์กร เซลล์ที่ดีเกิดจากการดูแลที่ดี เซลล์มะเร็งเกิดจากการดูแลร่างกายที่ไม่ดี ความรับผิดชอบต่อเซลล์องค์กรธุรกิจก็ เช่นกัน</p>
<p>เซลล์ชีวิตแต่ละเซลล์กับร่างกายทั้งหมด ไม่สามารถแยกออกจากกันได้เด็ดขาด บุคลากรกับองค์กรธุรกิจก็มีคุณสมบัติเช่นนี้ แม้ว่ามองบางแง่มุมเหมือนผลประโยชน์ไม่ได้สอดคล้องกัน แต่ระยะยาวและโดย พื้นฐานแล้วอยู่ในเงื่อนไขปัจจัยที่สามารถสร้างเอกภาพแห่งผลประโยชน์ได้</p>
<p>ความสุขในที่ทำงาน</p>
<p>วิถีชีวิตของคนทำงาน ช่วงเวลาที่ยาวนานมากที่สุดอยู่กับที่ทำงานหรืองานประมาณ 8-10 ชั่วโมงหรือมากกว่า ด้วยเหตุนี้ผลกระทบต่าง ๆ จากที่ทำงานจึงมีความหมายต่อชีวิตในช่วงเวลาแห่งกิจกรรมอื่นของวัน ในแง่มุมเดียวกันช่วงเวลาอยู่กับครอบครัวที่บ้านเป็นจังหวะที่ร่างกายผ่อนคลายพักฟื้นจึงมีผลต่อการทำงานเช่นกัน</p>
<p>พนักงานเวลามีปัญหาจากที่บ้านส่งผล กระทบต่อการงาน พนักงานมีปัญหาจากการงาน หรือทำงานแล้วไร้ความสุขก็ส่งผลต่อครอบครัว ทุกวันนี้พนักงานมีความสุขระหว่างการทำงานหรือไม่ เป็นหัวข้อที่ผู้บริหารหรือเจ้าของธุรกิจหากอยากรู้ต้องสังเกตสังกา ถ้าใช้แบบสำรวจหรือตั้งคำถามแล้วผลออกมาย่อมบิดเบี้ยวแน่นอน</p>
<p>ความสุขในที่ทำงานเกิดขึ้นได้ประกอบด้วยปัจจัยหลายอย่างที่จำเป็นดังเช่น สภาพทางกายภาพ สถานที่ทำงาน สภาพแวดล้อม สภาพของกระบวนการทำงาน อีกด้านหนึ่งคือสภาพจิตใจของพนักงานอันมีผลจากปัจจัยทางกายภาพ และปัจจัยทางความสัมพันธ์กันในกระบวนการทำงาน</p>
<p>ความสุขในการทำงานของพนักงานเป็นประเด็นที่การบริหารงานบุคคล การบริหารพัฒนาทรัพยากรมนุษย์หรือเรียกชื่อ แตกต่างกันอย่างไรก็ละเลยไม่ได้ กระนั้นความสุขในการทำงานมิใช่เป็นแค่จุดมุ่งหมาย หากเป็นทั้งจุดมุ่งหมายและวิธีการ หมายความว่าพนักงานทำงานอย่างมีความสุข แต่ชีวิตการทำงานที่มีความสุขนั้นต้องสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ยอดเยี่ยมตามมาตรฐานการวัดผลต่าง ๆ ความสุขต้องมาจากพื้นฐานการทำงานที่ได้ผลลัพธ์ที่ดี</p>
<p>ทัศนคติต่อการทำงานกับการบริหารจัดการความสามารถและความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานกับกระบวนการทำงานจึงเป็นเรื่องสำคัญ ความสุขของพนักงานทางกายภาพเป็นเรื่องที่ไม่สลับซับซ้อน แต่ความสุขทางความรู้สึกชีวิตจิตใจนั้นซับซ้อนมากกว่า การสร้างนั้นต้องผ่านความร่วมมือระหว่างกัน</p>
<p>รวมทั้งตระหนักรู้ร่วมกันว่า ความสุขของพนักงานที่ยั่งยืนคือการสร้างผลงานได้มาตรฐานยอดเยี่ยม การริเริ่มสิ่งใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร มาตรฐานเช่นนี้เปิดเผย เสริมพลังให้ทุกชีวิตในองค์กรธุรกิจร่วมกันมุ่งหน้าสู่จุดมุ่งหมายที่สูงยิ่งขึ้น</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/management2008.wordpress.com/595/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/management2008.wordpress.com/595/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/management2008.wordpress.com/595/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/management2008.wordpress.com/595/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/management2008.wordpress.com/595/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/management2008.wordpress.com/595/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/management2008.wordpress.com/595/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/management2008.wordpress.com/595/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/management2008.wordpress.com/595/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/management2008.wordpress.com/595/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/management2008.wordpress.com/595/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/management2008.wordpress.com/595/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/management2008.wordpress.com/595/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/management2008.wordpress.com/595/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=management2008.wordpress.com&amp;blog=1769186&amp;post=595&amp;subd=management2008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://management2008.wordpress.com/2010/03/18/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/7e5e9ddea5c9e816856da9be0793c8e9?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">management2008</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
